ฮาแลนด์ ขอพูดบ้างไม่คิดร่วมงานผีไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆ

ฮาแลนด์

    หนึ่งในนักเตะที่สร้างความเจ็บปวดให้กับปีศาจแดงมากที่สุดในซีซั่นนี้ คงจะหนีไม่พ้นเออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์ที่ได้รับขนมจีบจากยอดทีมเมืองแมนเชสเตอร์อย่างต่อเนื่องแต่ทว่าสุดท้ายดาวยิงวัย19กะรัตกลับเลือกย้ายไปช่วยงานโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์อย่างหน้าตาเฉย จนกลายเป็นที่ครหาอยู่เหมือนกันว่าฮาแลนด์เรียกค่าเหนื่อยก้อนโต พร้อมค่านายหน้าอีกเซทใหญ่จนเอ็ด วูดเวิร์ดต้องยอมหลีกทางให้เสือเหลือง ร้อนถึงฮาแลนด์ต้องออกมาปฏิเสธเรื่องฉาวในครั้งนี้

    ฮาแลนด์ที่ซัดไปแล้ว12ประตูให้กับดอร์ทมุนด์สร้างความเสียดายให้กับสาวกเรดอาร์มี่เป็นอย่างมาก แต่กระนั้นดาวยิงชาวนอร์เวย์ก็ยืนยันว่าการบอกปัดแมนยูฯไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินแต่เป็นเหตุผลเรื่องของฟุตบอลล้วนๆ “ ทั้งพ่อผมและเอเยนต์ไม่เคยมีอิทธิพลกับการตัดสินใจของผม ผมเลือกดอร์ทมุนด์เพราะพวกเค้าเป็นที่ดีและเหมาะสมกับผมในเวลาช่วงเวลานี้มากกว่า มันมีแค่นั้น เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมหรอก ”

    “ อีกทั้งโซลชาผู้จัดการทีมของพวกเค้าก็ยังเป็นบุคคลที่ผมให้ความเคารพอย่างมาก เราสองคนเคยติดต่อกันมานานแล้ว ซักวันเราทั้งสองคนต้องได้เจอกันอีกแน่ ไม่ว่าจะเป็นงานระดับสโมสร หรือทีมชาติก็ตาม ผมไม่รู้ว่าเรื่องเหลวไหลแบบนี้มันมาจากไหน  แล้วผมก็ตอบอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้หรอก ใครจะไม่เชื่อก็เรื่องของพวกเค้า ” ฮาแลนด์ตอบอย่างไว้ลาย

คาราเกอร์ปรบมือให้แมนยูฯสมควรแล้วที่ไม่เซ็นสัญญา ฮาแลนด์

     กระนั้นเจมี่ คาราเกอร์อดีตกองหลังหงส์แดงกลับให้ความเห็นทวนกระแสว่าเป็นผลดีต่อแมนยูฯอย่างยิ่งที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับฮาแลนด์ “ แฟนบอลยูไนเต็ดเอาแต่พูดว่าฮาแลนด์ยิงเยอะจัง ทำไมเค้าไม่เลือกมาเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่แฟนบอลเหล่านี้ลืมไปหรือเปล่าว่าเอเยนต์ส่วนตัวของเค้าคือมิโน่ ไรโอล่าเชียวนะ ”

     “ ฟุตบอลสมัยใหม่มันไม่ใช่แค่เรื่องของฝีเท้าอีกแล้ว ยูไนเต็ดต้องมองระยะยาวด้วยว่าจะรับมือกับข้อเรียกร้องของไรโอล่าในทุกๆซีซั่นได้หรือเปล่า ทุกวันนี้แค่ป็อกบาก็สร้างความปวดหัวให้โซลชามากแล้ว ถ้าเพิ่มฮาแลนด์มาอีกคนมันคงเป็นเรื่องร้ายมากกว่าดี ดังนั้นแฟนยูไนเต็ดไม่ควรเปิดประเด็นเรื่องฮาแลนด์กลับมาอีก พวกเค้าได้บรูโน่แล้วมิติการเล่นก็ดีขึ้น นั่นเป็นเรื่องที่พวกเค้าควรภูมิ ส่วนฮาแลนด์ปล่อยให้มันเป็นปัญหาของดอร์ทมุนด์เถอะ ผมคิดว่าเค้าจะได้อยู่เล่นในเยอรมันไม่นานนักหรอก ” คาราเกอร์ในวัย42ปีกล่าวตัดบท

ฟีร์มิโน่ เกือบไม่ได้เล่นบอลอาชีพด้วยซ้ำบิ๊กฮอฟเฟ่นไฮม์แถลง

ฟีร์มิโน่

    แม้ว่าปัจจุบันโรแบร์ ฟีร์มิโน่จะมีชื่อชั้นเป็นกองหน้าเชิงสูงของชาวเดอะค็อป แต่ทว่าอดีตทีมเก่าอย่างฮอฟเฟ่นไฮม์กลับออกมาเปิดเผยว่าอันที่จริงแล้วครั้งแรกที่หัวหอกชาวแซมบ้าย้ายเริ่มต้นหากินในลีกเยอรมันนั้นเจ้าตัวมีปัญหาด้านสภาพร่างกายจนทีมงานของสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ไม่คิดจะผลักดันขึ้นมาเล่นฟุตบอลระดับอาชีพด้วยซ้ำ

    โรแบร์ ฟีร์มิโน่ย้ายมาอยู่ค้าแข้งในบุนเดสลีก้าในปี2010 แล้วในช่วงนั้นเองที่ฮอฟเฟ่นไฮม์ให้โอกาสหัวหอกชาวบราซิลได้ลงสนามทั้งที่ในเวลานั้นฟีร์มิโน่ดูจะไม่น่าจะฟิตพอที่จะเล่นฟุตบอลในระดับสูงได้เลย “ เราจับตามองฟีร์มิโน่ตั้งแต่ยังอยู่ในบราซิล ทีมงานมั่นใจพรสวรรค์ของเค้าอย่างมาก แต่พอนำตัวมายังเยอรมันผลการทดสอบมวลร่างกายของเค้าต่ำกว่าเกณฑ์ไปมาก สตาฟฟ์โค้ชส่งสายตาตำหนีแมวมองของราวกับว่านี่เป็นการเซ็นสัญญากับแข้งสมัครเล่น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นของเล่นฟุตบอลในระดับอาชีพในบราซิลมาแล้ว ”

    “ มันอาจมีช่องว่างระหว่างฟุตบอลในลีกลาติน แต่ความฟิต และมวลกล้ามเนื้อของฟีร์มิโน่ยังตำกว่าเกณฑ์อยู่มาก เราต้องทำรายงานเพิ่มในหลายขั้นตอนเพื่อให้ฟิร์มิโน่ยังอยู่ในทีมต่อไป โชคดีที่อย่างน้อยเค้าก็เป็นเล่นที่มีทักษะ และพรสวรรค์ ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่คนที่ไม่ประทับใจในสภาพความฟิตของเค้าก็ยังต้องก้มหัวยอมรับ เค้าเป็นผู้เล่นวัย19ปีที่มีอนาคต ” แอร์น แธนเนอร์อดีตผู้อำนวยการกีฬาของฮอฟเฟ่นไฮม์บอกเล่าเรื่องในอดีต

แธนเนอร์ไม่แปลกใจ ฟีร์มิโน่ อัพร่างเทพด้วยทัศนคติเยี่ยมเป็นทุน

    ปัจจุบันฟีร์มิโน่กำลังสร้างประวัติศาสต์ด้วยการพาหงส์แดงทวงแชมป์ลีกสูงสุดแดนผู้ดีอีกครั้งในรอบ30ปี ซึ่งแอร์น แธนเนอร์ผู้ซึ่งเคยคลุกคลีกับดาวยิงวัย28ปีมาก่อนไม่แปลกใจเลยในความสำเร็จนี้ “ ฟีร์มิโน่เป็นนักเตะที่ถ่อมตัว เค้ารับแรงกดดันได้ดีเยี่ยม และผลักดันมันออกไปด้วยฟอร์มการเล่น มีครั้งหนึ่งเค้าโดนโค้ชตำหนิอย่างหนักในการซ้อม ผมเห็นเหตุการณ์ตรงนั้นอย่างชัดเจน ถ้าเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดกับนักเตะเยอรมันก็คงต้องมีการขอคุยกันส่วนตัวกับโค้ชแน่ แต่ฟีร์มิโน่รับฟังอย่างตั้งใจ เค้ามีความเคารพต่อโค้ชเป็นอย่างมาก ตอนนั้นเองยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเด็กคนนี้ต้องไปได้สวยแน่ ”

    หลังจากฟีร์มิโน่รับลงเล่นในเยอรมันได้ราว140นัดพร้อมยิงไป38ประตู เจ้าตัวก็ถูกลิเวอร์พูลกระชากตัวไปร่วมทีมก่อนจะยกระดับฝีเท้าขึ้นมาเป็นกองหน้าอันดับต้นๆของยุโรปได้สำเร็จ “ เมื่อเค้าข้ามมาเล่นในอังกฤษ เจอร์เกน(คล็อปป์)ผลักดันฟีร์มิโน่เข้าไปอีกขั้น ผมรับรู้มาตลอดว่าเค้าเป็นนักเตะที่ดี แต่ผลงานกับลิเวอร์พูลมันก็ยังเหนือกว่าที่ผมคาดคิไว้อยู่ดี ” แธนเนอร์กล่าวทิ้งท้าย

คาสคาริโน่ หยันมูเป็นกุนซือตกยุคไปแล้วหลังพาไก่พ่ายสิงห์บลู

คาสคาริโน่

    ผลงานของสเปอร์สในช่วงหลังนั้นยังคงหาความแน่นอนไม่ได้เมื่อสองเกมหลังสุด พวกเค้าแพ้ถึงสองเกมรวด โดยแฉพาะแม็ตซ์ล่าสุดที่โชเซ่ มูรินโญ่กลับพาไก่เดือยทองบุกไปพ่ายเชลซีทีมเก่า1-2 ทำให้กองหน้ารุ่นเดอะของเชลซีอย่างโทนี่ คาสคาริโน่ออกมากล่าวคำถากถางว่ามูรินโญ่ไม่ใช่กุนซือที่น่าเกรงขามสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่อีกต่อไปแล้ว

    เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมมูรินโญ่ตัดสินใจเดินกลับเข้าอุโมงค์ทันทีโดนเมินที่จะจับมือกับศิษย์เก่าอย่างแฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซี ซึ่งคาสคาริโน่เองไม่ประหลาดใจกับเรื่องนี้ “ เมื่อนานมาแล้วโชเซ่เข้ามาเอาชัยเหนือเซอร์อเล็ก และเวนเกอร์ พร้อมกับความโอหังต่างๆ ผมคิดว่าวันเวลานี้ตัวเค้าเองก็กำลังโดนแลมพาดปฏิบัติใส่ในลักษณะเดียวกัน (มูรินโญ่เคยพาแมนยูฯแพ้แลมพาดสมัยคุมดาร์บี้) ผมคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าโชเซ่ต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้ เค้ากำลังอับอาย และเค้าไม่สามารถผลักดันสเปอร์สให้พลิกฝื้นคืนความมั่นใจได้อย่างที่หวัง ”

    “ การทำทีมให้ประสบความสำเร็จมันมีปัจจัยแวดล้อมมากมาย โชเซ่อาจโดดเด่นในยุคหนึ่ง แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป ไม่ต้องพูดถึงระดับเจอร์เกน คล็อปป์ หรือเป๊ป กวาร์ดิโอล่าหรอก เค้าไม่สามารถแก้เกมของศิษย์เก่าอย่างแลมพาดได้เลย บางทีคุณอาจเข้าข้างเค้าว่าสเปอร์สไม่มีแข้งหลักอย่างซน ฮึง มิน และแฮรี่ เคน  แต่เกมก่อนหน้านี้ช่วงเดือนธันวาคมพวกเค้าก็แพ้เหมือนกัน ”

    “ อันที่จริงโชเซ่ผลงานตกลงเรื่อยๆในช่วงหลัง เค้าทำผลงานกับยูไนเต็ดได้อย่างน่าผิดหวัง กับสเปอร์สเองก็กำลังวนลูบเดิม บางทีงานต่อไปของเค้าอาจไม่ใช่ทีมระดับท็อปอีกแล้ว ” อดีตหัวหอกวัย57ปีกล่าวยืนยัน

คาสคาริโน่ กระทืบซ้ำโชเซ่หมดมุกทำทีเอาแต่เล่นอารมณ์เท่านั้น

    นอกจากนี้คาสคาริโน่ยังเย้ยหยันอีกว่านายใหญ่ชาวโปรตุเกสเหลือแต่ฝีปากเท่านั้นที่ยังพอสร้างสีสันให้วงการลูกหนังได้ “ โชเซ่เลื่องลือเรื่องการเล่นสงครามจิตวิทยา ยิ่งเมื่อทีมของเค้าประสบความสำเร็จคำพูดของเค้าก็เป็นเหมือนอาวุธของทีม แต่มันใช้ได้กับสเปอร์ส การให้สัมภาษณ์กับผลงานมันปคนละทิศละทาง เค้าแพ้เกมแชมเปี้ยนส์ลีกพร้อมกับออกมาบอกนักข่าวว่าขาดสองแข้งหลัก วันนี้เค้าก็แพ้เชลซีอีก โชเซ่จะใช้มุกเดิมอีกต่อไปไม่ได้ หน้าที่ของผู้จัดการทีมคือบริหารจัดการทรัพยากรที่มี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เห็นเค้าทำเรื่องพวกนี้ ก่อนเค้าจะแยกทางกับยูไนเต็ดเค้าก็เอาแต่พูดตำหนิบอร์ดที่ไม่ยอมให้เสริมทัพ แต่กลับไม่หาวิธีจัดการกับนักเตะที่มีเลยแม้แต่นิดเดียว ”

โอเล่ คำรามอสูรแดงหมดยุคปืนฝืดเมื่อได้ทั้งบรูโน่&อิกาโล่

โอเล่

    นับตั้งแต่ผ่านเส้นตายซื้อขายผู้เล่นมาก็ปรากฏว่าปีศาจแดงยังไม่แพ้ใครเลย แถมยังเอาชนะทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์อย่างเชลซีได้อีกต่างหาก จนทำให้โอเล่ กุนน่า โซลชาเริ่มมั่นใจว่าช่วงเวลาต่อจากนี้ไปลูกทีมของตนจะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างไฮไลไปยันจบฤดูกาล

    ในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคม ปีศาจแดงได้ตัวบรูโน่ แฟร์นันเดซ และโอเดรียน อิกาโล่มาเสริมกำลัง ซึ่งการมาของสองแข้งก็ทำให้ผลงานทีมกลับมาดูดีอย่างทันตาจนกุนซือโซลชากล้าประกาศตัวว่าแมนยูฯหลังจากนี้จะมีเกมรุกที่ไหลลื่นมากกว่าเดิม “ การได้พักเบรกหนีหนาวของพรีเมียร์ลีกเป็นผลดีต่อทีมเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าผู้เล่นของเรากระปรี้กระเปร่ามากขึ้นเยอะ แถมยังเริ่มทยอยได้ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บกลับมาอีกต่างหาก มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่พวกเราต้องฉกฉวยไว้ให้ได้ เราต้องเพิ่มความมั่นใจให้ทีมโดยเร็ว ”

    “ การได้บรูโน่เข้ามาก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ก่อนหน้านี้เรามีปัญหาเรื่องการสร้างสรรค์โอกาส แต่เมื่อบรู่โนเข้ามาร่วมงานกับเราปัญหาเหล่านี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย เค้าทำประโยชน์ให้กับเราได้อย่างมาก และทีมก็มีโอกาสเข้าทำในแต่ละเกมมากขึ้น ผมมั่นใจว่าเกมรุกของทีมเราหลังจากนี้น่าจะดุดันขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเรายังมีอิกาโล่เป็นตัวเลือกในแดนหน้าด้วยยังไงละ เค้าทั้งคู่ทำให้เรามีขนาดทีมที่ใหญ่พอจะสลับหมุนเวียนผู้เล่นกันได้ ” เทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์กล่าวอย่างมั่นใจ

RVPยกมือเห็นด้วยกับ โอเล่ บรูโน่เปลี่ยนโฉมหน้าเกมรุกแมนยูเห็นผลจริง

     ด้านโรบิน ฟาน เพอร์ซี่หนึ่งในดาวยิงขวัญใจของชาวเรดอาร์มก็ยกมือเห็นด้วยว่าเกมรุกของแมนยูฯมีความแตกต่างชัดเจนเมื่อได้ตัวบรูโน แฟร์นันเดซลงประจำการในสนาม “ มันแตกต่างอย่างมากเมื่อบรูโน่ลงเล่น เค้าทำให้เกมของยูไนเต็ดไหลลื่นขึ้น เค้าสร้างผลกระทบให้กับทีมได้อย่างทันทีทันใด แฟนบอลของเรารอคอยการเซ็นสัญญาครั้งนี้มานาน ยิ่งได้เห็นบรูโน่ขับเคลื่อนเกมให้เราได้อย่างยอดเยี่ยมมันยิ่งทำให้ทุกคนชื่นใจ ”

     “ บรูโน่เป็นนักเตะที่ฉลาดมาก เค้าอ่านเกมอยู่ตลอดเวลา และมักจะส่งบอลให้เพื่อนได้อย่างเหมาะสมเสมอ จุดนี้เองที่ทำให้เกมรุกของยูไนเต็ดดูดีขึ้นผิดหูผิดตา มันเป็นดีลที่ตอบโจทย์อย่างมาก เราทุกคนต้องให้เครดิตกับโซลชาในเรื่องนี้ ” ฟาน เพอร์ซี่ชมเชยโซลชา

สมอลลิ่ง รับสายน้ำไม่ไหลคืนหวังเซ็นโรม่ามากกว่ากลับรังผี

สมอลลิ่ง

    ก่อนหน้าที่คริส สมอลลิ่งจะถูกปล่อยตัวไปผจญภัยกับโรม่านั้น นายใหญ่อย่างโซลชาได้เคยแจ้งไว้แล้วว่านักตะยังคงอยู่ในแผนการทำทีมและตั้งใจที่จะดึงกลับมาช่วยทีมในฤดูกาลหน้าตามเดิม แต่ปรากฎว่าสมอลลิ่งปรับตัวเข้ากับทีมมหาป่าแห่งโรมได้อย่างดี จนสามารถพาทีมขึ้นรั้งที่5ของตารางกัลโช่ เซเรียอาได้อย่างน่าชื่นชม จนแฟนผีหลายต่อหลายคนวาดฝันที่จะได้สมอลลิ่งกลับมารับใช้ทีมในเร็ววัน แต่ล่าสุดแนวรับวัย30กะรัตกลับออกมายอมรับว่าตั้งใจที่เซ็นสัญญาถาวรในอิตาลี่มากกว่า

    คริส สมอลลิ่งลงเล่นให้โรม่าไป25นัดและยิงได้2ประตูจนกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของชาวจัลโล่รอสซี่ไปเรียบร้อย ได้เปิดเผนกับนักข่าวว่าชีวิตความเป็นอยู่ในอิตาลี่เริ่มเข้าที่เข้าทาง และเจ้าตัวก็หวังว่าจะได้เล่นฟุตบอลในลีกอิตาลี่ต่อไปในฤดูกาลหน้า “ ครอบครัวผมหลงรักอิตาลี่ก่อนผมเสียอีก ส่วนผมเองก็โอเคกับเรื่องนี้ ผมเริ่มเรียนภาษาอิตาเลี่ยนแล้ว เราวางแผนกันว่าอยากใช้ชีวิตที่อิตาลี่ต่อไป ใช่สัญญายืมตัวของผมกำลังจะหมดลง แต่ผมไม่ได้รีบร้อน เราจะรอจนกระทั่งจบฤดูกาลก่อนค่อยว่ากัน ”

    “ การได้ลงเล่นให้กับสโมสรที่เชื่อมั่นในตัวคุณมันทำให้คุณมีพลังและความมั่นใจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แล้วตัวผมก็มีประสบการณ์ทำนองนั้นกับโรม่า ผมอยากลงเล่นให้เยอะที่สุด เราอยากกลับไปเตะแชมเปี้ยนส์ลีกแล้วผมเองก็คิดว่ามันมีทางเป็นไปได้ จากนั้นเราจะดูกันว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนเรื่องสัญญาถาวร สโมสรยังไม่ได้แจ้งอะไรกับผม แต่ผมมั่นใจว่าโรม่ารับทราบดีว่าผมทำอะไรได้บ้าง ” อดีตกองหลังฟูแล่มกล่าวอย่างเชื่อมั่น

สมอลลิ่ง หวังสูงถึงขั้นติดทัพสิงโตคำรามชุดลุยยูโร2020

    ด้วยผลงานที่ค่อนข้างดีกับโรม่ายังทำให้สมอลลิ่งแอบหวังที่จะถูกเรียกกลับไปติดทีมชาติเพื่อลุยศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020อีกด้วย “ ทีมชาติอังกฤษมีทิศทางที่ดีตลอด2-3ปีที่ผ่านมา แกเร็ธ เซาธ์เกตสามารถผลักดันทีมชาติไปข้างหน้าเสมอ แน่นอนผมก็แอบหวังเล็กๆว่าผลงานในอิตาลี่อาจทำให้ผมกลับมามีชื่อในทีมชาติ ผมปรับตัวกับกัลโช่ได้อย่างไร้ปัญหา ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ผมพยายาทำทุกนาทีในสนามให้ดีที่สุด ฉะนั้นถ้าผมได้กลับไปอยู่ในทีมชาติผมมั่นใจว่าผมจะเป็นประโยชน์ต่อทีมอย่างแน่นอน ” เจ้าของเสื้อหมายเลข6ของโรม่ากล่าวอย่างมีหวัง

แวร์เนอร์ คิดย้ายไปลิเวอร์พูลได้นั่งสำรองยาวแน่ฮามันน์กล่าว

แวร์เนอร์

    ในอดีตดีทมาร์ ฮามันน์ก็เคยเป็นหนึ่งในนักเตะขวัญใจของชาวเดอะค็อป แต่เจ้าตัวดูจะไม่แคร์ทีมเก่าซักเท่าไหร่ เมื่อล่าสุดได้ออกมาขวางลำติโมร์ แวร์เนอร์กองหน้าไลป์ซิกว่าไม่ควรเลือกย้ายเล่นให้ลิเวอร์พูลในซีซั่นหน้า

    เจอร์เกน คล็อปป์นายหัวชาวหงส์ให้ความสนใจในฝีเท้าของแวร์เนอร์มานานแล้ว แต่ทว่าล่าสุดตัวนักเตะเองก็ออกมายอมรับว่ามีใจให้กับว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่เหมือนกัน จึงทำให้สื่อทุกหัวทั่วเกาะอังกฤษต่างเชื่อว่าหัวหอกของไลป์ซิกน่าจะไม่พ้นกำมือลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน ทว่าอดีตรุ่นพี่ในทีมชาติเยอรมันกลับออกมาเป่าหูแวร์เนอร์ว่าควรเลือกทีมอื่นที่ไม่ใช้ลิเวอร์พูลจะดีกว่า “ ติโมร์ยกระดับฝีเท้าไปไกลลิบ เค้าสามารถเล่นให้ทุกทีมที่เค้าต้องการ แล้วชื่อของลิเวอร์พูลก็คือหนึ่งในทางเลือก ลิเวอร์พูลกำลังกลับสู่ยุคทอง การย้ายมาแอนฟิลด์น่าจะช่วยการันตีถ้วยรางวัลได้มากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคิดว่าติโมร์ไม่เหมาะกับลิเวอร์พูลอยู่ดี ”

    “ ความเร็วของติโมร์คือจุดขาย แต่เจอร์เกนมีผู้เล่นด้านข้างที่มีความเร็วอยู่แล้ว และกองหน้าตัวกลางของพวกเค้ามักจะเล่นเป็นตัวหลอกเสียมากกว่า ผมยังนึกไม่ออกมาเค้าจะลงเล่นตรงไหนได้ แล้วสามตัวบนอย่างซาล่า,มาเน่ และฟีร์มิโน่ต่างเล่นกันอย่างเข้าขา ผมหวั่นใจว่าหากย้ายมาติโมร์จะไม่ได้เล่นฟุตบอลในแบบที่ตัวเองถนัด และอาจไม่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเหมือนในตอนนี้ ติโมร์น่าจะได้ย้ายทีมในซัมเมอร์นี้แต่เค้ายังสามารถเลือกได้ว่าจะย้ายไปไหน ผมอยากให้เค้ามองหาทางเลือกอื่นๆดูบ้าง ” อดีตมิดฟิลด์หงส์แดงวัย46ปีชี้นำ

นาเกลส์มันน์ร่วมสมทบย้ายไปหงส์ แวร์เนอร์ ต้องนับหนึ่งใหม่หมด

    ด้านจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์กุนซือไลป์ซิกก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ออกมาห้ามปามไม่ให้แวร์เนอร์ย้ายทีม “ ติโมร์มีความสุขเมื่อได้รับความไว้วางใจ และลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าเค้าเลือกย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูลมันจะไม่ง่ายแบบนี้ เค้าต้องต่อสู้เพื่อโอกาสลงสนาม สำหรับผมติโมร์เลยจุดที่ต้องพิสูจน์ตัวเองไปแล้ว ถ้าเค้าอยากย้ายออกจริงๆก็ควรเลือกทีมที่เชื่อมั่นในตัวเค้า และสามารถการันตีตำแหน่งตัวจริงให้ได้ด้วย แต่ทางที่ดีที่สุดคือการอยู่ช่วยไลป์ซิกต่อไปมากกว่า ” โดยผลงานของแวร์เนอร์โดดเด่นอย่างมากในซีซั่นนี้ เนื่องจากกองหน้าดีกรีทีมชาติเยอรมันยิงไปถึง26ประตูกับอีก10แอสซิสต์จากทุกรายการ

เฮนโด้ อวยโกเมสตัวนำโชคหลังนำลิเวอร์พูลเก็บคลีนชีต5นัดติด

เฮนโด้

   ปรากฏการณ์เก็บชัยชนะรวดในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ของลิเวอร์พูลนั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่ที่น่าประทับใจกว่าผลงานระยะพวกเค้าไม่เสียประตูให้คู่แข่งเลยถึง5นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกซึ่งเครดิตนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ชมเชยโจ โกเมสกองหลังดาวรุ่งว่าทำงานหนักจนทีมกลับมามีเกมรับที่แข็งแกร่งอีกครั้ง ทั้งที่แนวรับตัวหลักอย่างเดยัน ลอฟเรน และโจเอล มาติปต่างไม่สามารถลงช่วยทีมด้วยกันทั้งคู่

   โจ โกเมสได้รับโอกาสออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว6เกมแล้วก็สามารถเก็บคลีนชีตให้กับลิเวอร์พูลได้ถึง5นัดซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาจนเฮนเดอร์สันกัปตันทีมต้องออกปากชมเชยเป็นการใหญ่ “ ก่อนหน้านี้เราเสียประตูเกือบทุกนัด แม้เราจะชนะแต่มันก็ยังถือว่าไม่น่าพอใจนัก ลิเวอร์พูลต้องการมาตรฐานการเล่นที่สมบูรณ์แบบแล้วนักเตะทุกคนก็รวมใจกันเพื่อมัน(กลับมาเก็บคลีนขีตให้ได้) แต่คุณดูตอนนี้ซิเราไม่เสียประตูมาแล้ว5นัดติดต่อกัน มันทำให้พวกเราเล่นกับแบบมั่นใจสุดๆ ซึ่งการกลับมามีชื่อลงสนามของโจมันสอดคล้องกับเรื่องนี้เลย พวกเรามักอำกันว่าโจเป็นตัวนำโชค ”

    “ โจเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก แต่เค้าไม่เคยยอมแพ้ ในการซ้อมเค้าก็ยังเต็มที่และมุ่งมั่นอยู่เสมอ กระทั่งช่วงหลังที่โจแอล และเดยันได้รับบาดเจ็บ โจจึงได้โอกาสโชว์ผลงานอีกครั้งแล้วเค้าก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเสียด้วย ” เฮนโด้อวยรุ่นน้อง

 โกเมสคือสัญลักษณ์แห่งการทำงานหนักที่แข้งหงส์ควรเอาอย่าง เฮนโด้ กล่าว

    ในช่วงเวลาที่กองหลังรุ่นพี่อย่างลอฟเรน และมาติปต่างได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจช่วยทีมได้ แต่โจ โกเมซก็สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนได้อย่างไม่เขอะเขิน โดยเฮนเดอร์สันมองว่านี่คือรางวัลสำหรับนักเตะที่ทุ่มเทให้กับทีมอย่างเต็มที่เรื่อยมาแม้ว่าจะเป็นตัวเลือกรองก็ตาม “ ภาพการซ้อมที่เต็มร้อยของโจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนชินตา เด็กคนนี้มีความมุ่งมั่น และถ่อมตน เค้ายังคงรักษาความมุ่งมั่นในระดับสูงอยู่เสมอ มันจึงไม่แปลกเลยที่เค้าจะคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้ เพราะเค้าทำงานหนักมาตลอดเพื่อรอคอยโอกาสแบบนี้ โจคือแบบอย่างของความมุ่งมั่น ที่ใครๆก็ต้องเอาเยี่ยงอย่าง ”

   “ ตอนนี้เค้ากลายเป็นกำลังสำคัญของทีมไปแล้ว ยิ่งการช่วยให้ทีมไม่เสียประตูติดต่อกันหลายๆเกมมันยิ่งช่วยให้โจมั่นใจมากยิ่งขึ้น แน่นอนมันส่งผลต่อผลงานของทีม มันทำให้พวกเราทวีความมั่นใจขึ้นไปอีกว่าลิเวอร์พูลจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ” เฮนเดอร์สันวัย29ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

กวาร์ดิโอล่า หนุนโซลชารักษาสไตล์การทำงานไว้โดยไม่ต้องสนใจคำวิจารณ์

กวาร์ดิโอล่า

   ก่อนหน้าหนี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเพิ่งจะโดนโรบิน ฟาน เพอซีย์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวสไตล์การให้สัมภาษณ์ที่ยิ้มแย้ม และผ่อนคลายทั้งที่แมนยูฯเพิ่งจะพ่ายแพ้มาหมาดๆ จนกลายเป็นประเด็นร้อนตำหนิกันไปมา ซึ่งเมื่อนำไปถามความเห็นของเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนซิตี้ เทรนเนอร์ชาวสเปนก็ตอบกลับทันทีว่ามันเป็นเพียงคาแรกเตอร์ในการทำงานของแต่ละคนเท่านั้น ไม่สามารถเอามาชี้วัดได้ว่าคาแรกเตอร์แบบไหนจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน

    “ ถ้าเทียบกับโซลชาผมอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่แย่ก็ได้นะ เพราะผมยิ้มน้อยมาก แต่ในความจริงมันก็แค่ลักษณะนิสัยของแต่ละคนเท่านั้น ผมไม่เห็นความจำเป็นที่โซลชาจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เค้าชอบยิ้มก็ดีออก เค้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันหรอก เพราะในบางเกมที่ยูไนเต็ดชนะเค้าก็ยิ้มตอนให้สัมภาษณ์หนิ แล้วมันก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรเลย ”

     กวาร์ดิโอล่ายังได้บอกว่าคาแรกเตอร์นั้นเป็นความชอบส่วนตัวแต่ผลการแข่งจขันต่างหากที่จะชี้วัดว่าผู้จัดการทีมคนนั้นมีดีแค่ไหน “ ผมว่าความสำเร็จมันวัดที่ว่าใครได้รับชัยชนะแค่นั้นเอง มีผู้จัดการในคาแรกเตอร์ที่ต่างกันไปบางคนชอบยืนกระตุ้นทีมข้างสนาม,บางคนชอบนั่งเงียบ หรือแม้แต่บางคนชอบความผ่อนคลาย แต่ทุกคนก็มีโอกาสประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องจำกัดคาแรกเตอร์ของผู้จัดการทีมกันหรอก มันไม่จำเป็นเลย ”

กวาร์ดิโอล่า รับถ้าต้องคุมชุดขาวหรือปีศาจแดงขอหนีไปพักดีกว่า

    ด้วยชื่อชั้นของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าทำให้ทีมดังๆทั่วยุโรปต่างก็อยากได้ตัวไปทำทีมด้วยกันทั้ง แต่เมื่อโดนถามถึงโอกาสที่จะรับงานคุมแมนยู และรีลมาดริดเจ้าตัวก็รีบปฏิเสธโดยทันที “ ถ้าวันใดที่ไม่มีข้อเสนอจากที่อื่นเลยนอกจากยูไนเต็ด หรือมาดริด ผมก็บอกได้เลยว่าผมก็คงพักร้อนต่อไป คุณอาจต้องตามหาผมที่มัลดิฟส์เลยเชียวละ ”

    “ ด้วยความเคารพต่อทั้งยูไนเต็ด และมาดริด แต่อย่างที่รู้กันผมเคยคุมบาซ่า และปัจจุบันอยู่กับซิตี้ ผมคิดว่ามันคงแปลกๆสำหรับแฟนบอลเหล่านั้น ผมไม่มีเจตนาจะบอกว่าสโมสรแห่งไหนดีกว่ากัน แต่มันเป็นเรื่องของการให้ควาเคารพสโมสร แล้วนั่นก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผมยังยึดถืออยู่ แต่ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นผมคงไม่กล้าตอบว่าจะไม่มีวันได้เห็นผมคุมสองทีมนี้ มันเป็นเพียงการบอกเล่า ณ เวลานี้ว่ามันคงเป็นไปได้ยาก ” เป๊ปยืนยัน

แอสตันวิลล่า ลองดียืมจอมแสบดริงค์วอเตอร์ช่วยงานยันจบฤดูกาล

แอสตันวิลล่า

    แอสตันวิลล่าทีมในกลุ่มหนีตายของพรีเมียร์ลีกดูเหมือนจะยอมทำทุกทางเพื่อที่จะดิ้นรนให้รอดในลีกสูงสุดต่อไป เมื่อพวกเค้าตัดสินใจยืมตัวแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์กองกลางเจ้าปัญหาของเชลซีมาช่วยงานยันจบฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อย

    สิงห์ผงาดมองโลกในแง่ดีว่าประสบการณ์ที่มีติดตัวของดริงค์วอเตอร์นั้นน่าจะช่วยทีมให้ต่อสู้ลุ้นหนีตกชั้นได้สำเร็จ “ เราให้ความเคารพในประสบการณ์ของแดนนี่ เค้าเคยอยู่ในเลสเตอร์ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ซ้ำยังมีประสบการณ์กับทีมชาติอังกฤษอีกต่างหาก เราเชื่อมั่นว่าแดนนี่จะช่วยทีมได้ แอสตันวิลล่าขอต้อนรับแดนนี่สู่ครอบครัวของเรา ” ดีน สมิธกุนซือวิลล่ากล่าวต้อนรับสมาชิกใหม่

    อย่างไรก็ตามถ้าดูฟอร์มปัจจุบันของดริงค์วอเตอร์ก็ต้องบอกว่าแอสตันวิลล่านั้นใจถึงมาก เนื่องจากสองปีหลังสุดมานี้ กองกลางวัย29ปีเพิ่งจะได้ลงสนามอย่างเป็นทางการเพียงแค่3เกมเท่านั้น แม้ว่าผลงานในเกมฟุตบอลจะยังไม่มีอะไรชัดเจน แต่เจ้าตัวกลับมีพฤติกรรมนอกสนามอันฉาวโฉ่ ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ และเมาจนมีเหตุทะเลาะวิวาท จนพูดได้เต็มปากว่าผลงานนอกสนามของดริงค์วอเตอร์ในเวลานี้โดดเด่นกว่าฝีเท้าของเจ้าตัวมากมายนัก

แอสตันวิลล่า หมดสิ้นหนทางจ่อเซ็นฟรีอเดบายอร์ช่วยเติมกระสุน

     น่าเห็นใจแอสตันวิลล่าอยู่ไม่น้อยเมื่อความหวังในเกมรุกอย่างเวสลี่ย์ก็ดันมาเจ็บยาว แถมสื่อผู้ดีก็ยังได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าพวกเค้าจำเป็นต้องรัดเข็มขัดเอาไว้แต่เนิ่นๆเพราะหากต้องตกชั้นไปจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายรุงรังตามมา จนทำให้พวกเค้าเหลือทางเลือกในการเสริมทัพไม่มากนัก กระทั่งอาจต้องยอมเซ็นเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ที่เป็นนักเตะไร้สังกัดเข้ามาช่วยแก้ขัดไปพลางๆก่อน เนื่องจากพวกเค้าจะไม่ต้องเสียค่าตัวให้สิ้นเปลืองอีกด้วย

     แอสตันวิลล่าสังเวยชัยชนะเหนือเบิร์นลี่ย์(ชนะ2-1)ด้วยอาการบาดเจ็บของเวสลี่ย์หัวหอกแซมบ้าที่ปิดเทอมยาวไปก่อนเพื่อน จนมีข่าวว่าดีน สมิธอาจดึงตัวอเดบายอร์ที่อายุกำลังจะครบ36ปีเข้ามาช่วยล่าตาข่ายแทน เนื่องจากตัวเลือกที่เหลืออย่างคีแนน เดวิส และโจนาธาน ค็อดเจียต่างก็ยังคลำเป้าในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลยแม้แต่เม็ดเดียว ในขณะที่อเดบายอร์หัวหอกชาวโตโกนั้นยิงประตูในพรีเมียร์มาแล้วเกือบ100ลูก(ยิงไปแล้ว97ประตู)จากการลงเล่นให้อาร์เซนอล,สเปอร์ส,คริสตัลพาเลซ และแมนเชสเตอร์ซิตี้ จึงน่าจะพอฝากฝังความหวังเกมรุกในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือเอาไว้ได้

เกิทเซ่ ไม่ปลื้มดอร์ทมุนด์ขอลดค่าเหนื่อยจ่อย้ายฟรีจบซีซั่น

เกิทเซ่

     ดูเหมือนเวลาในสีเสื้อดอร์ทมุนด์ของมาริโอ เกิทเซ่ใกล้จะหมดลงแล้ว เมื่อสัญญาที่มีกำลังจะหมดลงในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แล้วตัวเกิทเซ่เองก็ได้บอกปัดการคุยสัญญาฉบับใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไม่พอใจในรายละเอียดค่าเหนื่อย

     มาริโอ เกิทเซ่ถูกลดความสำคัญลงไปมากในซีซั่นนี้ จนทำให้เจ้าตัวก็ไม่ค่อยพอใจกับสถานะความมั่นคงในทีม แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่คือการได้เห็นรายละเอียดในสัญญาฉบับใหม่ที่ถูกลดค่าเหนื่อยลงไปถึง30% ซึ่งเกิทเซ่รู้สึกว่าต้นสังกัดไม่ให้เกียรติตนเลยแม้แต่น้อย จนทำให้กองกลางวัย27ปีได้แจ้งกับเอเยนต์ว่าจะไม่ขอต่อสัญญากับเสือเหลืองอีกแล้ว พร้อมกับจะพิจารณาโอกาสย้ายออกไปผจญภัยในลีกอื่นๆดูบ้าง

      อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิทเซ่คิดเรื่องการย้ายออกจากเยอรมันก็เพราะว่าเจ้าตัวเริ่มอิ่มตัวกับชีวิตการค้าแข้งในบ้านเกิดแล้ว เพราะเกิทเซ่คว้าถ้วยรางวัลในลีกเยอรมันมาครบถ้วนหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแชมป์บุนเดสลีก้า5สมัย,แชมป์บอลถ้วยเดเอฟเบโพคาล4สมัย และถ้วยเยอรมันซุปเปอร์คัพอีก1สมัย

เกิทเซ่ ยังเนื้อหอมเผยทีมบิ๊กเนมต่อคิวยื่นข้อเสนอกันเพียบ

       ด้วยชื่อชั้นของมาริโอ เกิทเซ่นั้นยังคงเป็นแข้งพรสวรรค์ที่ได้รับการจับตามอง ทำให้เมื่อเจ้าตัวประกาศจุดยืนว่าต้องการย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว ก็ทำให้หลายทีมในยุโรปต่างพากันหูผึ่ง

      บาเซโลน่า,ยูเวนตุส,มิลาน,สเปอร์ส,ลิเวอร์พูล,แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และแมนยูฯต่างมีชื่อว่าพร้อมยื่นค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับเกิทเซ่ได้พิจารณาด้วยกันทั้งนั้น เนื่องจากทีมเหล่านี้จะไม่ต้องเสียค่าตัวแม้แต่สตางค์แดงเดียวจึงสามารถอัดค่าเหนื่อยให้กับมิดฟิลด์ชาวเยอรมันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสื่อเมืองเบียร์ระบุว่ามีโอกาสไม่น้อยที่เกิทเซ่จะเลือกกลับมาร่วมงานกับเจอร์เกน คล็อปป์อีกครั้งที่ลิเวอร์พูล อีกทั้งบอร์ดบริหารของหงส์แดงก็พร้อมที่จะมอบค่าเหนื่อยระดับ200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้กับเจ้าตัวเลยทีเดียว

      มาริโอ เกิทเซ่แจ้งเกิดในฐานะวันเดอร์คิดกับเสือเหลืองเพราะสามารถแทรกขึ้นทีมชุดใหญ่ได้ด้วยวัยเพียง17ปีเท่านั้น แล้วปีถัดมาเจ้าตัวก็กลายเป็นกำลังสำคัญที่พาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จ(ซีซั่น2010/11) ก่อนที่จะโดนเสือใต้คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว37ล้านปอนด์ และยังสามารถพาทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก2014 ด้วยการตะบันประตูชัยให้เยอรมันเอาชนะอาร์เจนติน่าได้อีกต่างหาก ด้วยเครดิตที่ผ่านมาจึงไม่น่าประหลาดใจซักนิดที่หลายต่อหลายทีมจะอยากล่าตัวเกิทเซ่ด้วยกันทั้งนั้น