เป๊ป ขอประเมินผลงานเรือซีซั่นนี้ก่อนตัดสินใจเรื่องต่อสัญญา

เป๊ป

    ปกติเรามักจะเคยชินภาพการที่ผู้จัดการทีมต้องลุ้นตัวโก่งว่าสโมสรต้นสังกัดจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้หรือไม่ แต่นั่นมันธรรมดาเกินไปสำหรับโครตกุนซืออย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเทรนเนอร์ชาวสเปนได้ร้องขอต่อบอร์ดบริหารของแมนซิตี้ให้ชะลอการยืดสัญญาของเค้าออกไปก่อน เนื่องจากเป๊ปขอประเมินผลงานตัวเองในซีซั่นนี้ก่อนว่าคู่ควรกับการที่จะได้สัญญาใหม่จากแมนซิตี้หรือเปล่า

    เนื่องจากสัญญาของเป๊ปจะหมดลงในช่วงกลางปีหน้า และบอร์ดบริหารของแมนซิตี้ก็พร้อมประเคนสัญญาฉบับใหม่ไว้รอเซ็นแล้ว แต่ทว่าด้วยผลงานที่ยังไม่เข้าเป้าในตอนนี้ก็ทำให้อดีตนายใหญ่บาซ่าเอ่ยปากเองว่าเค้าจะขอพิจารณาผลงานของทีมในซีซั่นนี้ด้วยตัวเองแล้วจึงค่อยตัดสินใจเรื่องการต่อสัญญาเพื่อที่จะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบสโมสรนั่นเอง “ ผมไม่รีบร้อนอะไร ยังมีงานที่ต้องจัดการอีกมาก และมันคงดีกว่าถ้าปล่อยให้ผมได้มีสมาธิกับเรื่องนี้ เรื่องสัญญาฉบับใหม่ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย ”

    “ แมนซิตี้มีเป้าหมายและตอนนี้เรากำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเราจะทำมันได้สำเร็จหรือไม่ ผมต้องการประเมินอีกหลายอย่าง ถ้าผมสามารถพาทีมก้าวไปข้างหน้าได้ผมค่อยเซ็นสัญญาก็ยังไม่สาย ผมต้องการประเมินในเรื่องนั้น อันที่จริงสโมสรก็คงอยากประเมินเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจะปล่อยให้ฤดูกาลนี้ดำเนินไปแล้วค่อยมาดูกันหลังมันจบลง ” กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างใจเย็น

สื่อตีตรา เป๊ป อาจลาเรือใบถ้าขุนไม่ขึ้นเหมือนตอนลาบาซ่า

     สื่อในอังกฤษต่างเทใจไปในทางเดียวกันว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากำลังประเมินตนเองว่ายังจะสามารถกระตุ้นทีมแมนซิตี้ให้กลับมาเล่นในระดับมาตรฐานเดิมได้หรือไม่ เนื่องจากปีนี้พวกเค้าฟอร์มหลุดจนหล่นมาอยู่อันดับ3ในตารางพรีเมียร์ลีก ทั้งยังมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ถึง9คะแนน

     ถือว่ายากเอาการที่แมนซิตี้จะแซงกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งจำเป็นเหลือเกินที่เป๊ปจะต้องหาทางสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้เล่นให้มากกที่เป็น และก็ไม่แน่ว่ากุนซือชาวสเปนจะทำได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยประกาศอำลาทีมคู่บุญอย่างบาเซโลน่าด้วยเหตุผลที่ว่าเค้าไม่สามารถหาทางผลักดันทีมได้อีกแล้ว เนื่องจากทั้งนักเตะ และตัวผู้จัดการทีมต่างถึงจุดอิ่มตัวกันแล้วทั้งคู่นั่นเอง และนั่นหมายความว่าหากผลงานของทีมตราเรือใบไม่ดีขึ้นเป๊ปก็น่าจะไม่ต่อสัญญาและอำลาทีมออกไปอย่างแน่นอน

เฮนเดอร์สัน ขึ้นแท่นกัปตันผู้ดีคนแรกที่คว้าสามแชมป์ในปีเดียว

เฮนเดอร์สัน

    ให้หลังการพิชิตแชมป์สโมสรโลกของลิเวอร์พูล นอกจากรางวัลดังกล่าวจะทำให้ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ ไซต์จะทำลายสถิติครองแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการส่งผลต่อสถิติส่วนตัวของจอร์แดน เฮนเดอร์สันอีกด้วย เมื่อการชูถ้วยดังกล่าวทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นเป็นกัปตันชาวอังกฤษคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์ในปีเดียวกันถึง3รายการ

    จอร์แดน เฮนเดอร์สันอาจจะไม่ได้ถูกจับตามองในเรื่องทักษะความสามารถอันเหลือล้ำ ทั้งยังไม่ได้ยิงประตูมากมาย แต่เจ้าตัวก็ถูกเจอร์เกน คล็อปป์วางเป็นตัวหลักในแดนกลางพร้อมทั้งยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับชาวเดอะค็อปอีก และด้วยผลงานอันสุดสะเด่าของลิเวอร์พูลในช่วงสองปีหลังสุดก็ทำให้มิดฟิลด์วัย29ปีเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่นำลูกทีมชูถ้วยรางวัลได้ถึง3รายการในปีเดียว(2020)อันประกอบด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,แชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ และแชมป์สโมสรโลก ซึ่งถือว่าเกียรติประวัติที่น่ายกย่องของเฮนเดอร์สันเลยทีเดียว เพราะนักเตะอังกฤษที่อาจจะมีดีกรีเหนือกว่าเช่น เวนย์ รูนี่,เดวิด เบ็คแฮม หรือจอห์น เทอรี่ต่างก็ยังไม่เคยได้รับเกียรติขนาดนี้มาก่อน

    นอกจากนี้สถิติดังกล่าวทำให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันก้าวขึ้นมาเทียบเคียงนักเตะระดับโลกที่เคยได้แชมป์3รายการภายในปีเดียวในลักษณะมาก่อนอย่างเฟอร์นันโด เอียร์โร่,ฟิลิป ลาห์ม,เซอร์คิโอ รามอส และอีเก้ คาซิยาสอีกด้วย

เฮนเดอร์สัน ลั่นเครื่องติดแล้วน่าจะมีแชมป์ติดมือหลังจากนี้อีกเพียบ

     กระนั้นเฮนเดอร์สันก็ได้ออกมาประกาศว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลยังต้องการคว้าถ้วยรางวัลอีกมากมายหลังจากนี้ ซึ่งแน่นอนว่าชาวเดอะค็อปจะต้องได้เฉลิมฉลองกันอีกอย่างแน่นอน “ เราทำงานกันหนักมาก และทุกครั้งได้ชูถ้วยเราก็ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงเช่นกัน ประสบการณ์เหล่านี้หาค่ามิได้ มันมีความหมายต่อแฟนบอลของเราอย่างมาก และนั่นทำให้เราไม่คิดหยุดไว้แค่นี้แน่ ลิเวอร์พูลยังต้องได้ฉลองแชมป์อีกมากมาย ”

     กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษยังได้ยอมรับอีกว่านักเตะหงส์แดงชักจะเสพย์ติดความสำเร็จกันแล้ว “ ในวงการฟุตบอลมีทั้งแพ้และชนะ บางคนบอกว่าใครที่ได้แชมป์มามากๆก็มักจะอิ่มตัวและตกต่ำลง แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของลิเวอร์พูลเลย เราหลงไหลในความสำเร็จ จนเรายอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ปฏิกิริยาของนักเตะลิเวอร์พูลก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเราผ่านเข้ารอบยูซีแอล และเรายังไม่แพ้ใครในลีก นั่นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าลิเวอร์พูลจะมีแต่ดียิ่งๆขึ้นไป ”