ฟานไดค์ ชวดบัลลงดอร์2019แต่ไม่ซีเรียสรับแค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว

ฟานไดค์

     ในที่สุดลีโอแนล เมสซี่ก็ผงาดคว้ารางวัลบัลลงดอร์เป็นสมัยที่6ได้สำเร็จ โดยมีการเปิดเผยคะแนนชี้วัดว่าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์มีคะแนนที่เหนือกว่าฟาน ไดค์เพียง7แต้มเท่านั้น

     ผลคะแนนชี้ขาดรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้ค่อนข้างหมิ่นเหม่เมื่อเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ได้คะแนนรวม679แต้ม ในขณะที่เมสซี่ได้686แต้มจึงเป็นการเฉือนกันเพียงไม่กี่คะแนน แต่กระนั้นเองกองหลังจากลิเวอร์พูลก็ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับคาใจกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย “ ทุกคนต่างรู้ว่าที่มีเพียงเมสซี่ และโรนัลโด้ที่เบียดแย่งรางวัลบัลลงดอร์กันมาตลอดหลายปี แต่ปีนี้ผมได้เข้าทรอดแทรกพวกเค้า เพียงเท่านี้มันก็เกียรติต่อตัวเองมาแล้ว ”

     “ ผมได้รับสิ่งดีๆจากลิเวอร์พูลมากมาย ได้ลงเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขและได้แชมป์ติดมือ(ยูซีแอล) ฉะนั้นการไม่ได้รางวัลในครั้งนี้ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร ผมเคารพเมสซี่ เค้าสมควรได้รับมัน ” ปราการหลังวัย28ปีกล่าวอย่างเรียบเฉย

    ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ไม่สามารถคว้ารางวัลได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียงฟาบิซิโอ คันนาวาโร่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เล่นในตำแหน่งกองหลังแล้วได้รับรางวัลดังกล่าว และหากปีนี้ฟาน ไดค์คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ก็จะทำให้เจ้าตัวกลายเป็นกองหลังรายที่สองที่คว้าบัลลงดอร์ได้สำเร็จนั่นเอง

เจอร์ราดอวยไม่มีใครคู่ควรบัลลงดอร์มากกว่า ฟานไดค์ อีกแล้ว

    อันคำว่าพี่น้องย่อมตัดกันไม่ขาดฉันใด สายสัมพันธ์ของนักฟุตบอลผ่านตราสโมสรก็คงเหนียวแน่นไม่แพ้กันฉันนั้น ทำให้สตีเว่น เจอร์ราดอดีตตำนานผู้เล่นลิเวอร์พูลต้องออกมาปลอบใจเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ว่าเป็นนักเตะที่เหมาะสมจะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้มากกว่าใครเพื่อน

    ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนประกาศรางวัลบัลลงดอร์ก็มีเพียงลีโอแนล เมสซี่ กับเฟอร์กิล ฟาน ไดค์เป็นสองคนที่คะแนนไล่บี้กันมากระทั่งสุดท้ายเป็นดาวยิงฟ้าขาวที่เบียดเข้าวินไปได้ “ เมสซี่คือยอดนักเตะเค้าประสบความสำเร็จในโลกฟุตบอลมาแล้วอย่างมากมาย การได้ครองรางวัลนี้(บัลลงดอร์)มาแล้วถึง6สมัยคงเป็นเครื่องยืนยันในผลงานเค้าไดเป็นอย่างดี ”

     “ แต่ถ้าหากคุณมองไปที่ความสม่ำเสมอตลอดปีทีผ่านมา ผมมองว่าไม่มีใครคงเส้นคงวาไปกว่าฟาน ไดค์ เกมรับของลิเวอร์พูลแข็งแกร่งทันตาเห็นก็เพราะมีเค้าคอยบัญชาการ แถมเค้ายังมีดีกรีเป็นถึงผู้ชนะในรายการแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก ดังนั้นไม่สมควรเลยที่ฟาน ไดค์จะพลาดรางวัลนี้ ” เจอร์ราดหัวเสียแทนรุ่นน้อง

เปอตีต์ หยามเนย์มาร์แค่เด็กอมมือยังห่างชั้นคำว่าซุปเปอร์สตาร์

เปอตีต์

    แม้ว่าปัจจุบันเนย์มาร์จะยังคงได้รับโอกาสลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงทว่าสถานะของดาวยิงแซมบ้าก็ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัด เนื่องจากการเจรจาสัญญาใหม่ยังไม่คืบหน้า อีกทั้งข่าวการหนีกลับสู่อ้อมอกของบาเซโลน่าก็ยังคงมีการพูดถึงกันอย่างไม่ขาดสาย จนไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าอนาคตของเนย์มาร์จะไปในทิศทางไหน?

    เดิมทีเนย์มาร์แสดงทีท่าว่าจะไม่ขอลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์มปารีสอีกแล้วเพื่อหวังให้ต้นสังกัดเปิดทางให้ย้ายกลับไปเล่นให้บาเซโลน่า ทว่าเปเอสเอกลับเล่นแง่เช่นกันว่าหากไม่มีข้อเสนอที่น่าพอใจ(ลือกันที่200ล้านปอนด์)ดีลการปล่อยตัวก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ระหว่างสถานการณ์ยังคาราคาซังเนย์มาร์ก็ถูกถอดออกทีมชุดใหญ่ในช่วงต้นฤดูกาลไปพักใหญ่ “ มันน่าประหลาดที่ใครๆก็ยังยกให้เนย์มาร์เป็นนักฟุตบอลระดับซุปเปอร์สตาร์ คำยกย่องที่เราพูดถึงนักเตะซักคน มันไม่ได้เชิดชูแค่ฝีเท้าแต่มันครอบคลุมอีกหลายเรื่อง เช่น ความเป็นมืออาชีพ หรือทัศนคติ ซึ่งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีในตัวเนย์มาร์เลย ”

    “ ผมนึกไม่ออกเลยนะว่าการอยู่ในห้องแต่งตัวร่วมกับนักเตะที่บอกว่าไม่อยากลงเล่นให้สโมสรอีกแล้วผมจะวางตัวยังไง มันบ้าชัดๆที่จะต้องนั่งข้างคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมจะพูด เค้าเป็นแข้งระดับพรสวรรค์แต่ในเวลาเดียวกันเนย์มาร์ก็เล่นฟุตบอลเพื่อตัวเองเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เค้าไม่ได้รับความเคารพเท่าที่ควร ” เปอตีต์อดีตมิดฟิลด์โมนาโกตำหนิแข้งแซมบ้า

เปอตีต์ ชี้ซีดานต่างหากคือแบบอย่างของสตาร์ที่สมบูรณ์แบบ

    นอกจากนี้เอ็มมานูเอล เปอตีต์ยังได้ยกย่องเพื่อนเก่าอย่างซีนาดีน ซีดานว่ามีความเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัว “ สมัยเล่นในทีมชาติ ซีดานมักไม่ค่อยลงมาเล่นเกมรับโดยที่พวกเราต่างยินยอมพร้อมใจ เค้าคือตัวเปลี่ยนเกม และพยายามเต็มร้อยที่จะทำให้ทีมได้เปรียบ นั่นคือเหตุผลที่ซีดานถูกยกให้เป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์มาจนถึงบัดนี้ ไม่ว่าเค้าจะไปปรากฎตัวที่ไหนใครๆต่างก็ให้การยอมรับทั้งนั้น  ”

    “ เนย์มาร์มีทุกอย่างที่จะส่งเสริมให้เค้าประสบความสำเร็จ แต่ดูเหมือนเค้าจะนำเอาสิ่งดีๆเหล่านั้นมาใช้อย่างเปล่าประโยชน์ เค้าไม่แคร์เพื่อนร่วมทีม,แฟนบอล หรือแม้แต่ตราสโมสร ซึ่งมันพิลึกเป็นอย่างมาก ผมอยู่ในวงการฟุตบอลมานาน เห็นนักเตะแสบๆก็ไม่น้อย แต่เนย์มาร์นั้นไม่เหมือนใครจริงๆ ” เปอตีต์ยังคงกังขาในพฤติกรรมนอกลู่นอกทางเนย์มาร์

เนย์มาร์ สำรองไม่เกี่ยวประเด็นย้ายทีมแค่พักกันล้า ทูเคิลกล่าว

เนย์มาร์

    นับตั้งแต่เนย์มาร์แสดงท่าทีว่าต้องการจะย้ายออกจากถิ่นปาร์ค เดอ แปงส์ ดาวยิงชาวแซมบ้าก็ไม่เคยได้รับสถานะที่มั่นคงกับทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงอีกเลย ยิ่งการไม่มีชื่อออกสตาร์ทในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงกลางสัปดาห์ก็ทำให้ข่าวดราม่าเรื่องการย้ายทีมของเนย์มาร์กลับมาเป็นที่โจษจันอีกครั้ง ร้อนให้โธมัส ทูเคิลเทรนเนอร์ชาวเยอรมันต้องออกมากลบกระแสด้วยการยืนยันว่าการดร็อปดาวยิงแซมบ้าเป็นเรื่องของสภาพร่างกายเท่านั้น

    ในเกมที่เปเอสเชเสมอรีล มาดริด2-2ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เนย์มาร์ได้ลงเล่นแค่ในช่วง45นาทีของครึ่งหลังเท่านั้น ซึ่งโธมัส ทูเคิลกุนซือเปเอสเชได้ยืนยันว่าไม่ใส่ชื่อเนย์มาร์ใน11ผู้เล่นตัวจริงนั้นเป็นไปเพราะห่วงใยในสภาพร่างกายของนักเตะเท่านั้น “ เนย์มาร์เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เราจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการใช้งานเค้าอย่างเหมาะสม สถานการณ์ของเค้ายังคงเหมือนเดิม เราดีใจที่มีเค้าเป็นตัวเลือก ”

     นอกจากนี้เทรนเนอร์ชาวเยอรมันก็ยังยืนกรานว่าการกระทำให้ครั้งนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์กับเนย์มาร์  “ เราต่างมีความไว้ใจกัน ฉะนั้นมันไม่มีอะไร เนย์มาร์ไม่ได้รู้สึกอยากย้ายออกเพียงเพราะมีชื่อสำรอง ภารกิจของเปเอสเชยังอีกยาวไกล และเนย์มาร์ยังเป็นคงเป็นคนสำคัญของเรา ” ทูเคิลกล่าวส่งท้าย

เนย์มาร์ อาจย้ายซัมเมอร์หน้าหลังปัดต่อสัญญาปารีสอย่างไม่ใยดี

    แม้ว่าโธมัส ทูเคิลจะยืนยันมาตลอดว่าเนย์มาร์ยังแฮปปี้ที่จะรับใช้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป ทว่าสื่อในฝรั่งเศสต่างนำเสนอข่าวในทางตรงกันข้าม โดยยืนยันว่าการเจรจาขยายสัญญาฉบับใหม่ของดาวยิงแซมบ้ายังคงไร้ความคืบหน้ามา โดยเปเอสเชต้องการที่จะขยายสัญญากับเมย์มาร์ไปถึงปี2025 แต่ดูเหมือนนักเตะจะไม่เอาด้วยและบอกปัดการพิจารณาสัญญาใหม่มาโดยตลอด

    ในเวลาเดียวกันสื่อในสเปนก็นำเสนอข่าวการคิดจะอำลาบาเซโลน่าของลีโอแนล เมสซี่ในอีกสองปีข้างหน้า และดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ก็ต้องการให้เนย์มาร์มารับช่วงต่อ จึงเชื่อเจ้าบุญทุ่มจะหวนกลับมาทาบทามเนย์มาร์อีกครั้งอย่างแน่นอน แม้ว่าเปเอสเตตั้งค่าตัวเนย์มาร์ไว้กว่า200ล้านปอนด์ก็ตาม

      ทั้งนี้เนย์มาร์ดาวยิงทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปแล้ว5รายการ จนเริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตในฝรั่งเศส และตั้งท่าพร้อมย้ายออกจากทีมมาโดยตลอด แต่ด้วยปัญหาเรื่องค่าตัวอันมหาศาลก็ทำให้ดีลการย้ายทีมในครั้งนี้ยังไม่ลุล่วงเสียที

สลาตัน อาจมาร่วมงานกับสเปอร์สหลังมูรินโญ่มาเป็นโค้ช

สลาตัน

    การกลับมารับงานในอังกฤษอีกครั้งขอโชเซ่ มูรินโญ่นอกจากจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังเมืองผู้ดีแล้วยังอาจเป็นแต้มต่อให้สเปอร์สใช้ดึงผู้เล่นระดับป๊อปสตาร์เข้ามาร่วมทีมไก่เดือยทองอีกต่างหาก ซึ่งในเวลานี้นักเตะใหม่รายแรกที่อาจย้ายมาสมทบกับนายใหญ่ชาวโปรตุเกสก็เป็นถึงสุดยอดดาวยิงที่แฟนบอลทั่วโลกต่างให้การยอมรับ นามของเค้าคือ สลาตัน อิบราฮิโมวิช นั่นเอง

    หลายคนคงทราบดีกว่าอิบราฮิโมวิชนั้นให้ความเคารพต่อโชเซ่ มูรินโญ่เป็นอย่างมาก ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานี้ดาวยิงชาวสวีดิชก็กำลังจะหมดสัญญาแอลเอ แกแล็คซี่(ทีมดังในลีกสหรัฐฯ)พอดี ทำให้มีความเป็นได้ไม่น้อยที่ศูนย์หน้าวัย38กะรัตจะเลือกย้ายมาช่วยผลิตสกอร์ให้สเปอร์ส เพราะในเวลานี้พวกเค้ามีกองหน้าขนานแท้แค่เพียงแฮรี่ เคนเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งมูรินโญ่มองว่าการมีอิบราฮิโมวิชมาคอยสแตนบายด์จะเป็นผลดีต่อทีมอย่างแน่นอน เนื่องจากสเปอร์สยังมีโปรแกรมที่ต้องลงเตะทั้งในพรีเมียร์ลีก,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และเอฟเอคัพ

    แม้ว่าสลาตัน อิบราฮิโมวิชจะมีอายุครบ38ปีมาหมาดๆทว่าผลงานในสนามก็คงไว้ใจได้ โดยในซีซั่นล่าสุดเจ้าตัวลงเล่นให้แอลเอ แกแล็คซี่ไปทั้งสิ้น31นัดยิงได้31ประตูและทำทางให้เพื่อนได้อีก8แอสซิสต์(นับรวมทุกรายการ) แล้วหากอิบราฮิมวิชตัดสินใจย้ายมาอยู่กับสเปอร์สก็จะทำให้เจ้าตัวได้ร่วมงานกับโชเซ่ มูรินโญ่เป็นครั้งที่สาม(ในอาชีพค้าแข้ง) หลังจากเคยทำงานร่วมกันที่อินเตอร์มิลาน และแมนยูฯมาแล้ว

โบโลญญ่า&มิลานทำใจแม้ก่อนหน้า สลาตัน จะให้ท่าอย่างแรงก็ตาม

    การที่มูรินโญ่โดดเข้ามาแจมล่าตัวอิบราฮิโมวิชในครั้งนี้ยังทำให้ทั้งมิลานและโบโลญญ่าต้องเซ็งไปตามกัน โดยก่อนหน้านี้ไม่นานเฮเลน่า เซเกอร์ภรรยาของอิบราฯได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าสามีของเธอรักเมืองมิลานเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าทันทีที่มูรินโญ่ได้งานใหม่ก็ทำให้หัวหอกวัยดึกต้องทบทวนอนาคตอีกครั้ง เพราะเอซีมิลานที่มีปัญหาสภาพคล่อง(การเงิน)คงไม่อาจจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตที่อิบราฯต้องการได้(ลือว่าเจ้าตัวอยากได้ที่860,000ปอนด์ต่อสัปดาห์)

     ด้านโบโลญญ่าที่เคยมีข่าวว่าอาจเป็นม้ามืดที่จะได้ตัวอิบราฯก็เริ่มแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้เช่นกัน “ เค้ารับฟังข้อเสนอของเราแล้ว เราเป็นหนึ่งในทางเลือก โบโลญญ่าได้พยายามอย่างเต็มที่ แต่หลังจากนี้เราคงต้องรอดูว่าสลาตันจะตัดสินใจอย่างไร ” ริคาร์โด้ บิยอล ผอ.กีฬาของโบโลญญ่าชี้แจง

เอมเร่ชาน รับเจ็บปวดแต่ต้องซ้อมทั้งที่รู้แก่ใจว่าจะไม่ได้เล่น

เอมเร่ชาน

    ยูเวนตุสที่กำลังไปได้สวยทั้งในศึกกัลโช่ เซเรียอา(นำเป็นจ่าฝูง) และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มดีโดยผ่านเข้ารอบไปแล้วแม้ยังเหลือเตะอีก2นัดในรอบแบ่งกลุ่ม)นั้นมองเผินๆแล้วนักเตะม้าลายควรจะต้องดีใจที่ต้นสังกัดกำลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ทว่าเอ็มเร่ ชานกลับไม่รู้สึกแฮปปี้เลยแม้แต่น้อย แต่ทำได้เพียงลงซ้อมเพื่อรักษาสภาพร่างกายไว้แล้วหวังว่าจะได้ย้ายออกในช่วงเดือนมกราคม

    เอมเร่ ชานย้ายมาเป็นสมาชิกเบียงโคเนรี่แบบไร้ค่าตัวในปี2018 พร้อมกับได้แชมป์ลีกอิตาลี่ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ย้ายมา ทว่าเมื่อเมาริซิโอ ซารี่กุนซือคนใหม่ในซีซั่นนี้กองกลางชาวเยอรมันก็กลายเป็นส่วนเกินซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือยังโดนถอดออกจากลิสต์รายชื่อผู้เล่นที่จะได้ไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก ซึ่งทำให้ชานผิดหวังเป็นอย่างมาก “ มันเป็นช่วงเวลาที่อะไรๆดูไม่เป็นใจเอาเสียเลย ผมหัวเสียกับมันมากๆ ผมเป็นคนชอบการแข่งขันแต่การไม่มีชื่อในทีมเลย(ชานโดนตัดชื่อออกจากลิสต์25ผู้เล่นที่ลงทะเบียนสำหรับยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)มันเท่ากับผมไม่มีโอกาสแม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม ”

     “ ถึงกระนั้นผมก็ยังคงพยายามรักษามาตรฐานความเป็นมืออาชีพเอาไว้ ผมยังคงทำงานหนักในโรงยิมแม้จะไม่มีเกมให้ผมลงเล่น มันอาจเป็นบททดสอบสำคัญก็ได้ ผมต้องทำตัวให้พร้อมกับทุกโอกาสที่ผมจะได้รับ แม้ว่าบางทีโอกาสที่ว่านั้นอาจจะไม่ได้อยู่กับซารี่ก็ตาม ” กองกลางวัยเบญจเพสบอกเป็นนัยถึงความพยายามที่จะย้ายออกตูริน

แมนยูฯโผล่เซอร์ไพรซ์เป็นทีมเต็งที่อาจเซ้งตัว เอมเร่ชาน ไปใช้ต่อ

      เอมเร่ ชานเพิ่งจะได้รับโอกาลสลงสนามในซีซั่นนี้รวมกันเพียง150นาทีเท่านั้น(4นัด)ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย ทว่ากลับมีข่าวลืออกมาว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดให้ความสนใจตัวกองกลางรายนี้โดยมีความเป็นไปได้ที่ปีศาจแดงจะยื่นข้อเสนอราว35ล้านยูโรให้ทีมม้าลายพิจารณาในช่วงปีใหม่ และอาจทำให้โซลาชากุนซือแมนยูฯได้นักเตะม้าลายมาช่วยงานในช่วงปีใหม่ถึงสองราย เพราะก่อนหน้านี้มาริโอ มานด์ซูคิชก็เป็นนักเตะอีกรายที่มีข่าวว่ามีโอกาสสูงมากที่จะย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงในเมืองแมนเชสเตอร์ อย่างไรก็ตามโอกาสที่ปีศาจแดงจะได้ตัวเอมเร่ ชานไปครอบครองนั้นก็อาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากยังมีทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง,โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ และบาเยิร์น มิวนิคที่คอยติดตามสถานการณ์ของอดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลรายนี้อยู่ด้วยนั่นเอง

อดัมส์ สับอูไนไม่ยืดหยุ่นในการคุมทีมจนอาร์เซนอลฟอร์มสะดุด

อดัมส์

    อาร์เซนอลแทบจะตัดขายเมซุต โอซิลออกจากทีมชุดใหญ่เลยในช่วงต้นฤดูกาล แต่พอช่วงหลังผลการแข่งขันเริ่มวิกฤตหนักก็ค่อยไปตามเพลเมกเกอร์ชาวเยอรมันกลับมาช่วย ทว่าดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว เมื่อโอซิลที่ได้กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงก็ยังไม่อาจช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนได้ ร้อนถึงโทนี่ อดัมส์ที่ติดตามผลงานการทำทีมของอูไน เอเมรี่มาโดยตลอดต้องออกมาร่วมวงด้วย โดยอดีตกัปตันอาร์เซนอลตำหนิว่าผู้จัดการทีมคนปัจจุบันว่าเอาแต่เน้นแท็กติกโดยไม่คำนึงถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีม

    “ งานผู้จัดการทีมนั้นมันเกี่ยวข้องกับผลการแข่งขันและตารางคะแนนโดยตรง ฉะนั้นถ้าอูไนจะโดนตำหนิในช่วงเวลาแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก สัญญาณอื่นๆในสนามไม่ดีเอาเสียเลย ทีมกำลังสูญเสียความมั่นใจ แล้วอูไนก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ” อดัมส์ให้สัมภาษณ์หลังจากเกมที่เลสเตอร์เอาชนะอาร์เซนอลไปได้2-0

    “ อูไนเน้นการเล่นที่มีวินัย ต้องการให้นักเตะเล่นเกมรับ นั่นทำให้โอซิลไม่ค่อยได้รับโอกาส โอซิลเปรียบเสมือนเชอรี่แต่งหน้าเค้ก แต่ดูเหมือนอูไนจะไม่ได้เตรียมเค้กไว้สำหรับเค้า ” กัปตันขี้เมากล่าวอย่างผิดหวัง

อาร์เซนอลกำลังเจอปัญญาใหญ่ อดัมส์ ไม่แน่ใจว่าอูไนจะผ่านปได้

    พร้อมกันนั้นโทนี่ อดัมส์ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้เทรนเนอร์ชาวสเปนจะได้ทำทีมต่อไปหลังบอร์ดบริหารยังออกโรงว่าจะยังสนับสนุนอูไน เอเมรี่ต่อไป “ เค้าไม่ใช่เพิ่งรับงาน แต่นี่มันเข้าปีที่สองแล้วอีกทั้งยังได้เสริมทัพขนานใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ ฉะนั้นถ้าทำทีมไปไกลกว่านี้ไม่ได้มันก็ควรต้องจบ มันเป็นปัญหาใหญ่นะสำหรับอาร์เซนอลในตอนนี้ ผมประหลาดใจที่ผู้บริหารยังคงใจเย็นกับสถานการณ์นี้ ”

    สื่อในอังกฤษเชื่อว่าโทนี่ อดัมส์กำลังเป็นห่วงนักเตะที่เหลืออยู่กับทีมตอนนี้ เนื่องจากอาร์เซนอลกำลังจะหลุดจากโควต้าพื้นที่ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ท็อปโฟว์) แล้วหากทีมไม่ได้ไปเตะยูซีแอลในซีซั่นหน้าจริงๆละก็บรรดาซุปเปอร์สตาร์อย่างปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยอง,ลูคัส ตอร์เรร่า,เอ็คตอร์ เบเยริน และอเล็กซองด์ ลากาแซ็ตอาจตัดสินใจย้ายทีมก็เป็นได้ ซึ่งจะทำให้ขุมกำลังของทีมปืนใหญ่อ่อนยวบลงไปอีก ทว่าในด้านของทีมบริหารกลับดูจะไม่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เลย เนื่องจากมีข่าววงในเปิดเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมจะขึ้นบัญชีขายนักเตะทุกรายที่รู้สึกไม่มีความสุขกับการสวมยูนิฟอร์มปืนใหญ่

เอซีมิลาน เหล่คอสติชปีกแฟรงค์เฟิร์ตหลังฟอร์มกระฉูดในซีซั่นนี้

เอซีมิลาน

    ปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่ที่ผลงานในลีกยังไม่ฟื้นกำลังวางแผนที่จะเสริมทัพในช่วงปีใหม่ แม้ว่าก่อนหน้าสเตฟาน่ ปิโอลี่กุนซือที่เพิ่งมาใหม่จะเคยบอกให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงด้านขุมกำลังมากนักก็ตาม ทว่าด้วยผลงานที่เพิ่งเอาชนะได้แค่นัดเดียวก็ชักจะทำให้เทรนเนอร์วัย54ปีชักจะใจเย็นต่อไปไม่ไหวจนคิดแผนการที่จะดึงตัวปีกฟอร์มฉมังอย่างฟิลิป ตอสติชมาร่วมทีมในช่วงปีใหม่

    ฟิลิปป์ คอสติชกลายเป็น “เดอะแบก” คนใหม่ของไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตอย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ พิสูจน์จากสถิติการลงเล่นให้อินทรีแดงดำไปแล้วกว่า20นัด(แฟรงค์เฟิร์ตเล่นยูโรป้าลีกรอบคัดเลือกมาด้วยทำให้มีเกมลงเล่นเยอะกว่าทีมอื่นๆ)แต่ไม่เพียงแต่ลงเล่นเยอะอย่างเดียวปีกชาวเซอร์เบียยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นอีกต่างหาก เนื่องจากคอสติชยิงไปแล้ว6ประตูพร้อมกับทำทางให้เพื่อนไปอีก6แอสซิสต์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยิงประตูพาทีมอัดบาเยิร์น มิวนิคไปอย่างหมดรูป5-1

    ด้วยผลงานที่มีให้เห็นแบบจับต้องได้ทำให้ทั้งมิลานปรารถนาที่จะได้ตัวมาร่วมทัพ แม้ว่าไอน์ทรัคแฟรงค์เฟิร์ตจะตั้งราคาขู่(ตั้งให้แพงไว้ก่อน)ไว้สูงถึง40ล้านยูโรก็ตาม ทว่าผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคอย่างเปาโล มัลดินี่ก็ยังสนับสนุนปิโอลี่อย่างเต็มที่สำหรับโปรเจกต์ที่จะกระชากตัวคอสติชมาสวมยูนิฟอร์มลายแดงดำ

ริคาโด้โรดริเกวซดวงกุดอาจถูก เอซีมิลาน จับแลกตัวกับคอสติช

    สื่อในอิตาลี่ยังได้เปิดเผยว่าสเตฟาน่ ปิโอลี่ตั้งใจที่จะส่งตัวริคาโด้ โรดริเกวซแบ๊คซ้ายชาวสวิตไปเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเพื่อหลังจะให้แฟรงค์เฟิร์ตยอมลดค่าตัวให้ เนื่องจากฐานะทางการเงินของทีมปีศาจแดงดำนั้นยังคงวิกฤตต่อเนื่องจนไม่น่าจะมีเงินถุงเงินถังเพียงพอที่จะซื้อขาดในตาเต็มที่40ล้านยูโรนั่นเอง

    ริคาโด้ โรดริเกวซยังไม่ได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ปิโอลี่เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีม ดังนั้นการจะปล่อยตัวฟูลแบ๊ควัย27รายนี้กลับไปเล่นยังบุนเดสลีก้าอีกครั้ง(เจ้าตัวเคยสร้างชื่อกับโวล์ฟสบวร์กมาก่อน)จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อทีมมากนัก เพราะเตโอ เฮอร์นันเดซที่เพิ่งย้ายมาจากรีล มาดริดก็แทบจะจองสัมปทานแบ๊คซ้ายไว้แบบผูกขาดอยู่แล้ว อีกทั้งริคาโด้ โรดริเกวซเองก็กำลังจะหมดสัญญาในอีกไม่ถึง18เดือนซึ่งหากยิ่งปล่อยตัวช้ามากขึ้นเท่าไหร่มูลค่าทางการตลาดก็จะยิ่งมีแต่ลดต่ำลงไปเรื่อยๆเท่านั่น

มู เผยไม่รับงานเบาถ้า ปืนใหญ่ไม่หวังแชมป์อย่ามาคุยกัน

มู

   ด้วยมรสุมต่างๆที่อาร์เซนอลต้องพบเจอมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทำให้ในเวลานี้มีข่าวลือว่าอาจปลดกุนซืออูไน เอเมรี่ในไม่ช้า และมีโอกาสไม่น้อยที่โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือจอมโอหังจะได้รับโอกาสทำทีมปืนใหญ่แทน เนื่องจากสถานะปัจจุบันของเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสก็ยังเป็นกุนซือว่างงาน เพราะหลังจากแยกทางกับแมนยูฯเมื่อซีซั่นก่อน มูรินโญ่ก็ยังไม่เคยรับบทบาทผู้จัดการทีมอีกเลย

    ก่อนหน้านี้มูรินโญ่มีข่าวลือว่าอาจได้ไปทำทีมรีล มาดริด,สเปอร์ส และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทว่าสุดท้ายแล้วกุนซือวัย56ปีก็ยังไม่เคยรับคุมทีมใดอีกเลย ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าการที่ยังไม่ได้งานใหม่นั้นก็อาจจะเพราะข้อแม้ที่มูรินโญ่ตั้งไว้ก็เป็นได้ “ ผมถอยตัวเองมาจากงานผู้จัดการทีมพักใหญ่ มันทำให้ผมได้คุยกับตัวเองมากขึ้น จนกระทั่งความคิดผมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับงานใหม่ ผมรักความท้าทายและมันควรจะเป็นอะไรที่ทำให้ผมว๊าว ผมไม่ได้ต้องการแค่มีงานทำแต่มันจะต้องเป็นโปรเจกที่ผมรู้สึกมีแรงกระตุ้นเพียงพอ ซึ่งตัวผมเปิดกว้างเลยมันจะเป็นงานระดับทีมชาติหรือสโมสรก็ได้ ”

     “ แน่นอนมันต้องเป็นทีมที่กระหายความสำเร็จ มันอาจจะไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์หรือมีนักเตะสตาร์มากมาย แต่อย่างน้อยสโมสรต้องมีเป้าหมายความสำเร็จที่ใหญ่พอ นั่นคือแรงจูงใจหนึ่งเดียวที่จะนำพาผมกลับมาสู่เกมฟุตบอล ซึ่งตอนนี้มันยังไม่มี ” กุนซือชาวโปรตุเกสพูดถึงทัศนะเกี่ยวกับโอกาสกลับมารับงานกุนซือ

มู มีปมย้ายไปคุมทีมใหม่ต้องคว้าถ้วยรางวัลเพิ่มจึงจะสาแก่ใจ

    เนื่องจากเกียรติประวัติส่วนตัวของมูรินโญ่นั้นการันตีว่าไปคุมไหนก็ตามจะต้องมีแชมป์ติดมืออย่างแน่นอน แม้กระทั่งการคุมปีศาจแดงล่าสุดที่แม้จะทำงานได้ไม่ครบสองซีซั่นแต่เค้าก็พาแมนยูฯคว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ(ชื่อเดิมคาราบาวคัพ) และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์ได้สำเร็จ “ ถ้าข้อเสนอเป็นการทำทีมเพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางมันคงไม่เหมาะกับผม ไม่รู้ซิผมจำได้หมดนะว่าผมได้ถ้วยรางวัลอะไรกับสโมสรไหนมาบ้าง แต่ทุกครั้งที่ย้ายไปทำงานกับสโมสรใหม่ผมไม่เคยแบกถ้วยแชมป์พวกนี้ไปด้วยเลย เพราะสโมสรใหม่เค้าไม่สนใจหรอกว่าผมเคยฉลองถ้วยอะไรมา แต่ทีมเหล่านั้น(ทีมใหม่)ต้องการแชมป์เพิ่มต่างหาก และผมก็ดันชอบแนวคิดนี้ซะด้วยแม้มันจะมีความกดดันตกมาอยู่ที่ตัวผมอย่างมหาศาลก็ตาม ” มูรินโญ่กล่าวอย่างไว้ลาย

แทร์สเตเก้น รับแข้งบาซ่าไม่พูดเกมแพ้หงส์อีกเลยตราบจนบัดนี้

แทร์สเตเก้น

   ผู้รักษาประตูอย่างมาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้นที่ช่วงนี้ฟอร์มกำลังเหนียวหนึบกับบาเซโลน่าได้ออกมายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าแม้ว่าช่วงนี้ความมั่นใจของเค้าจะกลับมาแล้วก็ตาม ทว่าเค้าก็ยังยอมรับผู้เล่นบาเซโลน่าแทบทุกคน(รวมทั้งตัวเอง)ยังไม่อาจกลับมาสู่ฟอร์มที่แข็งแกร่งได้อีกเลยนับตั้งแต่ปราชัยต่อลิเวอร์พูลจนพลาดเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างเหลือเชื่อเมื่อปีก่อน

   มาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้นได้รับคำชมเชยจากเออร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซโลน่าว่ากำลังฟอร์มหนึบเหลือเกิน ทว่าผู้รักษาประตูมือสองของทีมชาติเยอรมันกลับยอมรับว่าแม้ฟอร์มการเล่นของตนจะกลับมาดีขึ้นแต่ในแง่ของสภาพจิตใจแล้วแทร์ สเตเก้นยังคงรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกเลยนับตั้งแต่พบฝันร้ายที่แอนด์ฟิล “ เกมจบไปนานแล้ว แต่ผมรู้ดีว่าการพ่ายแพ้ครั้งนั้นมันฝากรอยแผลอันลึกล้ำไว้กับเรา แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วพวกเราทุกคน(นักเตะบาซ่า)จะไม่เคยพูดถึงมัน(แพ้ลิเวอร์พูล0-4)อีกเลยก็ตาม เราทำเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่ที่จริงมันเป็นฝันร้ายที่ยังคอยหลอกหลอนเราอยู่ ฟอร์มการเล่นของเราที่อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนักก็มีผลมาจากเรื่องนี้ด้วย มันยังเหนี่ยวรั้งพวกเราอยู่ เรายังไม่เฉียบคมเหมือนเดิม ”

บาซ่าไม่ได้พ่ายแท็คติกแต่แพ้หัวใจแข้งหงส์ แทร์สเตเก้น ยืนยัน

    ความปราชัยอัปยศของบาเซโลน่าในครั้งนั้นยังคงมีการพูดถึงอยู่เรื่อยมา โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากครั้งที่สุดก็เห็นจะเป็นการวิจารณ์แท็กติกของเออร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซโลน่าที่ไปเปิดหน้าแลกกับลิเวอร์พูลจนเป็นเหตุให้ต้องเจ็บปวดใจในที่สุด ซึ่งแทร์ สเตเก้นก็ได้ออกมาปกป้องผู้จัดการทีมว่าเหตุผลที่เจ้าบุญทุ่มต้องตกรอบหาใช่การวางแผนที่ผิดพลาดแต่เป็นเพราะสภาพจิตใจของคู่ต่อสู้ในวันนั้นแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ “ ลิเวอร์พูลไม่ได้วางแผนการเล่นมาดีกว่าเรา แต่มันเป็นเพราะความกระหายของผู้เล่นของลิเวอร์พูลต่างหาก พวกเค้าสู้ถวายหัว วิ่งกันแบบไม่มีหมด ความมั่นใจของนักเตะลิเวอร์พูลค่อยพองโตขึ้นในทุกๆนาที ในขณะที่เรายิ่งเล่นยิ่งเสียขวัญ ”

   “ วันนั้นพวกเราอารมณ์เสียกันมาก เราโดนลิเวอร์พูลทำประตูลูกแล้วลูกเล่า ทั้งที่มีสกอร์นำเค้าถึงสามประตูแต่เราก็ยังตกรอบ แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้นยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจบาเซโลน่า บางคนยังคิดว่ามันคือความฝันอยู่เลยที่เราไม่ได้เข้าชิงยูซีแอล ” ผู้รักษาประตูวัย27ปีชี้แจง

เรือใบ ใจดีไม่ลงดาบโฟเด้นแม้โดนไล่ออกในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

เรือใบ

   ผลงานอันร้อนแรงที่แมนเชสเตอร์ซิตี้เปิดบ้านอัดอตาลันต้าไป5-1ในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงกลางสัปดาห์ ปรากฎว่ามีไฮไลต์ที่น่าสนใจคือเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้มอบโอกาสให้ฟิล โฟเด้นมิดฟิลด์ดาวรุ่งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง อีกทั้งเจ้าหนูวัย19ปีก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย ทว่าเจ้าตัวก็อยู่ในสนามไม่เต็มเกมเมื่อได้รับใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไปในนาทีที่82 ซึ่งเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือทีมตราเรือใบไม่เห็นด้วยกับการโดนลงโทษของโฟเด้น

   ถ้าตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว การโดนใบแดงในลักษณะนี้โฟเด้นมีสิทธิที่จะโดนสโมสรสั่งปรับเพื่อเป็นการลงโทษ ทว่ากุนซือใหญ่อย่างกวาร์ดิโอล่าได้ออกมาปกป้องลูกทีมรายนี้หลังจบเกม “ เราพอใจในผลการแข่งขัน ทีมเราตกเป็นฝ่ายตามหลังและลูกทีมของผมก็สู้ได้ดี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีโฟเด้นอยู่ด้วย แต่เค้าก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย การโดนใบเหลืองที่สองเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่เราจะไม่สั่งปรับเค้าอย่างแน่นอน มันชัดเจนว่าเราจะสั่งปรับในกรณีที่ผู้เล่นตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือสิ่งผิดพลาด ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลงานของโฟเด้นในเกมนี้ ” เทรนเนอร์ชาวสเปนให้ท้ายโฟเด้น

เป๊ปโค้ช เรือใบ รับโฟเด้นต้องสะสมประสบการณ์เพิ่มยันหนุนขึ้นชุดใหญ่แน่นอน

    ก่อนหน้านี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าออกอาการหวงแหนในตัวฟิล โฟเด้นมาโดยตลอดแม้ว่าจะมีเหล่ากูรูแนะว่าควรปล่อยให้ดาวรุ่งรายนี้ออกไปแบบยืมตัวเพื่อให้ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอก็ตาม “ โฟเด้นมีความสำคัญต่อทีมเรา ผมเห็นพัฒนาการของเค้าในทุกๆสัปดาห์ แน่นอนหากได้ลงเล่นมากกว่านี้ย่อมเป็นผลดีต่อเค้า แต่ผมกลับเห็นว่านักเตะของผมก็ได้เรียนรู้เช่นกันยามที่เค้าต้องรอคอยโอกาสที่ข้างสนาม แมนซิตี้คือทีมชั้นนำคุณต้องอยู่ในมาตรฐานระดับสูงเท่านั้นถึงจะได้รับโอกาส นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องเรียนรู้ ผมปฏิบัติต่อเค้า(โฟเด้น)เทียบเท่ากับคนอื่นๆ ผมไม่ได้มองว่าเค้าคือดาวรุ่งที่ได้รับการปกป้อง ”

   “ โฟเด้นได้ประสบการณ์อย่างมากในเกมนี้ เค้ายังเรียนรู้ได้อีกเยอะ ยังเร็วเกินไปที่เปรียบเทียบเค้ากับดาบิด ซิลวา หรือเควิน เดอ บรอยด์ แต่ถ้าเค้ายังไม่หยุดเรียนรู้เค้าก็สามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่เหล่านี้ได้ในอนาคต ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าโฟเด้นมีศักยภาพไปถึงจุดนั้นได้ ” เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างมั่นใจ