มู เผยไม่รับงานเบาถ้า ปืนใหญ่ไม่หวังแชมป์อย่ามาคุยกัน

มู

   ด้วยมรสุมต่างๆที่อาร์เซนอลต้องพบเจอมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทำให้ในเวลานี้มีข่าวลือว่าอาจปลดกุนซืออูไน เอเมรี่ในไม่ช้า และมีโอกาสไม่น้อยที่โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือจอมโอหังจะได้รับโอกาสทำทีมปืนใหญ่แทน เนื่องจากสถานะปัจจุบันของเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสก็ยังเป็นกุนซือว่างงาน เพราะหลังจากแยกทางกับแมนยูฯเมื่อซีซั่นก่อน มูรินโญ่ก็ยังไม่เคยรับบทบาทผู้จัดการทีมอีกเลย

    ก่อนหน้านี้มูรินโญ่มีข่าวลือว่าอาจได้ไปทำทีมรีล มาดริด,สเปอร์ส และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทว่าสุดท้ายแล้วกุนซือวัย56ปีก็ยังไม่เคยรับคุมทีมใดอีกเลย ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าการที่ยังไม่ได้งานใหม่นั้นก็อาจจะเพราะข้อแม้ที่มูรินโญ่ตั้งไว้ก็เป็นได้ “ ผมถอยตัวเองมาจากงานผู้จัดการทีมพักใหญ่ มันทำให้ผมได้คุยกับตัวเองมากขึ้น จนกระทั่งความคิดผมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับงานใหม่ ผมรักความท้าทายและมันควรจะเป็นอะไรที่ทำให้ผมว๊าว ผมไม่ได้ต้องการแค่มีงานทำแต่มันจะต้องเป็นโปรเจกที่ผมรู้สึกมีแรงกระตุ้นเพียงพอ ซึ่งตัวผมเปิดกว้างเลยมันจะเป็นงานระดับทีมชาติหรือสโมสรก็ได้ ”

     “ แน่นอนมันต้องเป็นทีมที่กระหายความสำเร็จ มันอาจจะไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์หรือมีนักเตะสตาร์มากมาย แต่อย่างน้อยสโมสรต้องมีเป้าหมายความสำเร็จที่ใหญ่พอ นั่นคือแรงจูงใจหนึ่งเดียวที่จะนำพาผมกลับมาสู่เกมฟุตบอล ซึ่งตอนนี้มันยังไม่มี ” กุนซือชาวโปรตุเกสพูดถึงทัศนะเกี่ยวกับโอกาสกลับมารับงานกุนซือ

มู มีปมย้ายไปคุมทีมใหม่ต้องคว้าถ้วยรางวัลเพิ่มจึงจะสาแก่ใจ

    เนื่องจากเกียรติประวัติส่วนตัวของมูรินโญ่นั้นการันตีว่าไปคุมไหนก็ตามจะต้องมีแชมป์ติดมืออย่างแน่นอน แม้กระทั่งการคุมปีศาจแดงล่าสุดที่แม้จะทำงานได้ไม่ครบสองซีซั่นแต่เค้าก็พาแมนยูฯคว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ(ชื่อเดิมคาราบาวคัพ) และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์ได้สำเร็จ “ ถ้าข้อเสนอเป็นการทำทีมเพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางมันคงไม่เหมาะกับผม ไม่รู้ซิผมจำได้หมดนะว่าผมได้ถ้วยรางวัลอะไรกับสโมสรไหนมาบ้าง แต่ทุกครั้งที่ย้ายไปทำงานกับสโมสรใหม่ผมไม่เคยแบกถ้วยแชมป์พวกนี้ไปด้วยเลย เพราะสโมสรใหม่เค้าไม่สนใจหรอกว่าผมเคยฉลองถ้วยอะไรมา แต่ทีมเหล่านั้น(ทีมใหม่)ต้องการแชมป์เพิ่มต่างหาก และผมก็ดันชอบแนวคิดนี้ซะด้วยแม้มันจะมีความกดดันตกมาอยู่ที่ตัวผมอย่างมหาศาลก็ตาม ” มูรินโญ่กล่าวอย่างไว้ลาย

แทร์สเตเก้น รับแข้งบาซ่าไม่พูดเกมแพ้หงส์อีกเลยตราบจนบัดนี้

แทร์สเตเก้น

   ผู้รักษาประตูอย่างมาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้นที่ช่วงนี้ฟอร์มกำลังเหนียวหนึบกับบาเซโลน่าได้ออกมายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าแม้ว่าช่วงนี้ความมั่นใจของเค้าจะกลับมาแล้วก็ตาม ทว่าเค้าก็ยังยอมรับผู้เล่นบาเซโลน่าแทบทุกคน(รวมทั้งตัวเอง)ยังไม่อาจกลับมาสู่ฟอร์มที่แข็งแกร่งได้อีกเลยนับตั้งแต่ปราชัยต่อลิเวอร์พูลจนพลาดเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างเหลือเชื่อเมื่อปีก่อน

   มาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้นได้รับคำชมเชยจากเออร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซโลน่าว่ากำลังฟอร์มหนึบเหลือเกิน ทว่าผู้รักษาประตูมือสองของทีมชาติเยอรมันกลับยอมรับว่าแม้ฟอร์มการเล่นของตนจะกลับมาดีขึ้นแต่ในแง่ของสภาพจิตใจแล้วแทร์ สเตเก้นยังคงรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกเลยนับตั้งแต่พบฝันร้ายที่แอนด์ฟิล “ เกมจบไปนานแล้ว แต่ผมรู้ดีว่าการพ่ายแพ้ครั้งนั้นมันฝากรอยแผลอันลึกล้ำไว้กับเรา แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วพวกเราทุกคน(นักเตะบาซ่า)จะไม่เคยพูดถึงมัน(แพ้ลิเวอร์พูล0-4)อีกเลยก็ตาม เราทำเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่ที่จริงมันเป็นฝันร้ายที่ยังคอยหลอกหลอนเราอยู่ ฟอร์มการเล่นของเราที่อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนักก็มีผลมาจากเรื่องนี้ด้วย มันยังเหนี่ยวรั้งพวกเราอยู่ เรายังไม่เฉียบคมเหมือนเดิม ”

บาซ่าไม่ได้พ่ายแท็คติกแต่แพ้หัวใจแข้งหงส์ แทร์สเตเก้น ยืนยัน

    ความปราชัยอัปยศของบาเซโลน่าในครั้งนั้นยังคงมีการพูดถึงอยู่เรื่อยมา โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากครั้งที่สุดก็เห็นจะเป็นการวิจารณ์แท็กติกของเออร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซโลน่าที่ไปเปิดหน้าแลกกับลิเวอร์พูลจนเป็นเหตุให้ต้องเจ็บปวดใจในที่สุด ซึ่งแทร์ สเตเก้นก็ได้ออกมาปกป้องผู้จัดการทีมว่าเหตุผลที่เจ้าบุญทุ่มต้องตกรอบหาใช่การวางแผนที่ผิดพลาดแต่เป็นเพราะสภาพจิตใจของคู่ต่อสู้ในวันนั้นแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ “ ลิเวอร์พูลไม่ได้วางแผนการเล่นมาดีกว่าเรา แต่มันเป็นเพราะความกระหายของผู้เล่นของลิเวอร์พูลต่างหาก พวกเค้าสู้ถวายหัว วิ่งกันแบบไม่มีหมด ความมั่นใจของนักเตะลิเวอร์พูลค่อยพองโตขึ้นในทุกๆนาที ในขณะที่เรายิ่งเล่นยิ่งเสียขวัญ ”

   “ วันนั้นพวกเราอารมณ์เสียกันมาก เราโดนลิเวอร์พูลทำประตูลูกแล้วลูกเล่า ทั้งที่มีสกอร์นำเค้าถึงสามประตูแต่เราก็ยังตกรอบ แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้นยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจบาเซโลน่า บางคนยังคิดว่ามันคือความฝันอยู่เลยที่เราไม่ได้เข้าชิงยูซีแอล ” ผู้รักษาประตูวัย27ปีชี้แจง

เรือใบ ใจดีไม่ลงดาบโฟเด้นแม้โดนไล่ออกในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

เรือใบ

   ผลงานอันร้อนแรงที่แมนเชสเตอร์ซิตี้เปิดบ้านอัดอตาลันต้าไป5-1ในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงกลางสัปดาห์ ปรากฎว่ามีไฮไลต์ที่น่าสนใจคือเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้มอบโอกาสให้ฟิล โฟเด้นมิดฟิลด์ดาวรุ่งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง อีกทั้งเจ้าหนูวัย19ปีก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย ทว่าเจ้าตัวก็อยู่ในสนามไม่เต็มเกมเมื่อได้รับใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไปในนาทีที่82 ซึ่งเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือทีมตราเรือใบไม่เห็นด้วยกับการโดนลงโทษของโฟเด้น

   ถ้าตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว การโดนใบแดงในลักษณะนี้โฟเด้นมีสิทธิที่จะโดนสโมสรสั่งปรับเพื่อเป็นการลงโทษ ทว่ากุนซือใหญ่อย่างกวาร์ดิโอล่าได้ออกมาปกป้องลูกทีมรายนี้หลังจบเกม “ เราพอใจในผลการแข่งขัน ทีมเราตกเป็นฝ่ายตามหลังและลูกทีมของผมก็สู้ได้ดี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีโฟเด้นอยู่ด้วย แต่เค้าก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย การโดนใบเหลืองที่สองเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่เราจะไม่สั่งปรับเค้าอย่างแน่นอน มันชัดเจนว่าเราจะสั่งปรับในกรณีที่ผู้เล่นตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือสิ่งผิดพลาด ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลงานของโฟเด้นในเกมนี้ ” เทรนเนอร์ชาวสเปนให้ท้ายโฟเด้น

เป๊ปโค้ช เรือใบ รับโฟเด้นต้องสะสมประสบการณ์เพิ่มยันหนุนขึ้นชุดใหญ่แน่นอน

    ก่อนหน้านี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าออกอาการหวงแหนในตัวฟิล โฟเด้นมาโดยตลอดแม้ว่าจะมีเหล่ากูรูแนะว่าควรปล่อยให้ดาวรุ่งรายนี้ออกไปแบบยืมตัวเพื่อให้ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอก็ตาม “ โฟเด้นมีความสำคัญต่อทีมเรา ผมเห็นพัฒนาการของเค้าในทุกๆสัปดาห์ แน่นอนหากได้ลงเล่นมากกว่านี้ย่อมเป็นผลดีต่อเค้า แต่ผมกลับเห็นว่านักเตะของผมก็ได้เรียนรู้เช่นกันยามที่เค้าต้องรอคอยโอกาสที่ข้างสนาม แมนซิตี้คือทีมชั้นนำคุณต้องอยู่ในมาตรฐานระดับสูงเท่านั้นถึงจะได้รับโอกาส นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องเรียนรู้ ผมปฏิบัติต่อเค้า(โฟเด้น)เทียบเท่ากับคนอื่นๆ ผมไม่ได้มองว่าเค้าคือดาวรุ่งที่ได้รับการปกป้อง ”

   “ โฟเด้นได้ประสบการณ์อย่างมากในเกมนี้ เค้ายังเรียนรู้ได้อีกเยอะ ยังเร็วเกินไปที่เปรียบเทียบเค้ากับดาบิด ซิลวา หรือเควิน เดอ บรอยด์ แต่ถ้าเค้ายังไม่หยุดเรียนรู้เค้าก็สามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่เหล่านี้ได้ในอนาคต ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าโฟเด้นมีศักยภาพไปถึงจุดนั้นได้ ” เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างมั่นใจ

วิเอร่า รับถ้ามีโอกาสก็อยากรับงานคุมปืนเเม้จะเป็นงานที่กดดัน

วิเอร่า

    ปาทริค วิเอร่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่เคยมีชื่อเกี่ยวโยงกับอาร์เซนอลเมื่อครั้งที่อาร์แซน เวนเกอร์ประกาศวางมือไป และถึงแม้ว่าปัจจุบันเจ้าตัวจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมให้กับนีซในลีกเอิงอยู่ก็ตาม ทว่าเทรนเนอร์วัย43ปีก็ได้เปรยว่าหากมีโอกาสที่จะได้รับงานในถิ่นเอมิเรตส์เจ้าตัวก็คงตอบตกลงอย่างแน่นอน แม้ทราบดีว่างานนี้จะเป็นงานกดดันที่สุดในชีวิตเลยก็ตาม

     ในเวลานี้วิเอร่ากำลังไปได้สวยกับนีซ เนื่องจากทีมรั้งอันดับ8ในลีกฝรั่งเศส ซึ่งเจ้าตัวกระหายที่จะพาทีมกลับไปอยู่ในกลุ่มหัวตารางให้ได้อีกครั้ง “ นีซกำลังอยู่ช่วงสำคัญ ผมยังหวังว่าจะพาทีมกลับไปสู่ตำแหน่งบนของตารางให้ได้เหมือนเมื่อหลายปีก่อน เราพยายามกันอย่างหนัก งานผู้จัดการทีมมีความท้าทายกว่าสมัยเป็นนักเตะมาก แต่นั่นละที่ผมหลงไหล ผมอยากประสบความสำเร็จกับงานนี้เพื่อการจะได้พาทีมไปเตะถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก หรือการได้คุมทีมชาติลงเล่นในทัวว์นาเมนต์ต่างๆ ” วิเอร่ากล่าวอย่างมีหวัง

วิเอร่า ยันถ้าได้คุมปืนต้องประสบความสำเร็จกว่าสมัยค้าแข้ง

     เมื่อถูกถามถึงโอกาสกลับไปคุมทีมอาร์เซนอลเจ้าตัวก็แทบจะตอบรับโดยทันที “ ผมอยากรับงานนี้แน่นอน แต่…มันอาจะเร็วเกินไป ผมคงต้องสะสมประสบการณ์ที่มากกว่านี้ นั่นอาจหมายถึงผมต้องพิสูจน์ตัวเองกับนีซให้ได้เสียก่อน อาร์เซนอลมีความหมายกับผมเสมอ พวกเค้าหายหน้าหายตาไปจากกลุ่มลุ้นแชมป์นานแล้ว แฟนบอลรอคอยใครซักคนที่จะนำทีมกลับไปสู่จุดนั้น ผู้รู้ได้ว่ามันเป็นงานที่กดดันมหาศาล แต่ผมเป็นคนประเภทนั้น ตอนเป็นนักเตะผมอาจได้แชมป์กับอาร์เซนอล แต่ถ้าทีมผมได้คุมทีมแล้วละก็ทีมจะต้องประสบความสำเร็จให้สูงกว่าสมัยผมค้าแข้งให้ได้ นั่นคือความมุ่งหมายของผม ”

อาร์เซนอล เล็งตั้งลุงเบิร์กคุมทีมหากวันนี้อูไนต้องอำลาทีม

   แม้ว่าอดีตขวัญใจอย่างวิเอร่าจะออกตัวเต็มที่ว่าพร้อมรับงานชิ้นนี้ ทว่าเดวิด ออร์นสไตน์นักข่าววงในขนานแท้ของเดอะกันเนอร์(ประมาณการณ์ว่าคนนี้รู้จริงไม่มั่ว)ได้ออกมาเปิดเผยว่าหากวันใดที่ตำแหน่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลว่างลงไอ้ปืนใหญ่ก็จะดันเฟรดริก ลุงเบิร์กโค้ชทีมเยาวชนขึ้นมารับบทบาทกุนซือแทนอย่างแน่นอน โดยสโมสรได้วางหมากนี้ไว้นานแล้วจึงเปิดโอกาสให้อดีตปีกชาวสวีเดนได้ทำงานคลุกคลีกับผู้เล่นเยาวชนของสโมสรเสียแต่เนิ่นๆ อีกทั้งลุงเบิร์กเองก็ถือว่าเป็นแข้งดังที่ได้รับการยอมรับไม่น้อยหน้าไปกว่าวิเอร่าเช่นกัน จึงน่าจะตัวเลือกที่เหมาะสมหากวันใดที่อาร์เซนอลจะต้องแยกทางกับอูไน เอเมรี่ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน

เฟลไลนี่ อัดบอร์ดผีเดินหมากผิดที่ไล่มูพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีม

เฟลไลนี่

    หลังเห็นผลงานแมนยูฯตกต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งอาจมีการปรับเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่โซลชาในอีกไม่นานนี้ ทำให้มารูยาน เฟลไลนี่ผู้ซึ่งเคยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของปีศาจแดงมาก่อนหน้านี้ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าอดีตต้นสังกัดตัดสินใจผิดมหันต์ที่ปลดโชเซ่ มูรินโญ่ออกไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

    “ ผมอยู่ที่นั่นตอนที่สโมสรปลดโชเซ่ออกไป มันน่าผิดหวัง ก่อนหน้านั้นเราคว้าแชมป์ยูโรป้า จากนั้นเราก็ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แน่นอนช่วงนั้นผลงานเราไม่ค่อยดีนัก แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนนี้นะ ยูไนเต็ดคาดหวังความสำเร็จแบบทันใจนั่นทำให้พวกเค้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลง หากบอร์ดบริหารวางใจให้โชเซ่ได้ทำงานต่อ ยูไนเต็ดคงดีกว่านี้ เค้าเป็นผู้จัดการทีมระดับโลกเค้าเพียงต้องการเวลาอีกหน่อยสำหรับการนำความสำเร็จกลับมาสู่สโมสร แต่เค้าก็ไม่ได้รับมัน มันช่างน่าเสียดาย ” มิดฟิลด์หัวฟูรำพึงถึงอดีตเจ้านาย

โซลชาคงอยู่ไม่นาน เฟลไลนี่ คาดปีศาจแดงกำลังแพลนเปลี่ยนกุนซือ

    มารูยาน เฟลไลนี่คือนักเตะชุดแรกๆที่ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมนับตั้งแต่เซอร์อเล็ก เฟอกูสันวางมือไป “ ยูไนเต็ดมีประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่ง พวกเค้าเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลทั่วโลก สิ่งนี้เหมือนดาบสองคม ความกดดันในทีมมันก็ทวีคูณ ผมบอกตรงๆสมัยผมอยู่เอฟเวอร์ตันถ้าเราไม่ชนะซัก5เกม เราอาจจะรู้สึกกดดันแต่ถ้าสำหรับแมนยูความกดดันที่ว่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า นั่นทำให้ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือผู้จัดการทีมต่างทำงานกันอย่างยากลำบาก ” กองกลางวัย31กะรัตกล่าวเสริม

     “ หลุย ฟาล กัลป์ก็เป็นผู้จัดการทีมมากประสบการณ์แต่เค้าก็อยู่ไม่ยืด ฉะนั้นโซลชาเองก็คงกำลังอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม ก่อนหน้าที่โชเซ่จะถูกปลด บอร์ดบริหารก็ออกมายืนยันว่ายังสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ แต่พอแพ้ลิเวอร์พูล(1-3)เค้าก็เดินจากเราไป มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากพวกเค้าไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการกับลิเวอร์พูล โซลชาจะเป็นอย่างไร ” เฟลไลนี่ทิ้งทวนกับคำถามที่น่าขบคิด

    มารูยาน เฟลไลนี่เป็นหนึ่งในนักเตะแมนยูฯที่ผ่านการทำงานกับกุนซือในยุคเปลี่ยนผ่าน(นับตั้งแต่เฟอกี้วางมือไป)ของแมนยูฯมาแล้วถึงสี่ราย ได้แก่ เดวิด มอยส์,หลุย ฟาล กัล,โชเซ่ มูรินโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ซานตง ลู่เหนิงในไช่นีสซุปเปอร์ลีกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา(ม.ค.2019) โดยปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้ทีมจากลีกจีนไปแล้ว28นัด ยิงได้11ประตูจากทุกรายการ

ผีแดง ไม่แย่แต่หงส์&เรือมันเทพเกินไปกิ๊กวอนแฟนเห็นใจโซลชา

ผีแดง

    ถ้าเทียบแมนยูฯเป็นเหมือนคนป่วยเวลานี้คุณหมอเจ้าของไข้อย่างโอเล่ กุนน่า โซลชาก็ดูเหมือนจะหมดหนทางเยียวยาแล้วเพราะปีศาจแดงต้องพบข้อจำกัดที่มากมายเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่นและปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ จนพลพรรคเรดอาร์มี่ต่างเรียกร้องให้ปลดโซลชาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ทว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างไรอัน กิ๊กกลับเห็นต่างเกี่ยวกับผลงานการทำทีมของโซลชา

    “ ยูไนเต็ดถูกยกย่องว่าเป็นทีมฟุตบอลระดับสูง เราถูกสอนให้รู้สึกแปลกแยกกับความพ่ายแพ้ ยิ่งการได้เห็นทีมอย่างลิเวอร์พูล และแมนซิตี้เล่นได้อย่างแข็งแกร่งมันยิ่งยากจะยอมรับ แต่เราต้องอยู่กับความจริง ทั้งเจอร์เกน คล็อปป์ และเป็ป กวาร์ดิโอล่าต่างมีทีมที่สุกงอม พวกเค้าต่างมีเวลาในการจัดการทีมของตัวเองจนลงตัว ซึ่งมันไม่แฟร์เลยที่จะเอามาตรฐานนั้นมาเทียบกับยูไนเต็ดที่เราเปลี่ยผู้จัดการทีมมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ” ไรอัน กิ๊กออกตัวแทนโซลชา

กิ๊กยันโซลชาจำเป็นต้องมีเวลาในการเซทระบบและตัวผู้เล่นกับ ผีแดง

    ไรอัน กิ๊กผู้ซึ่งมักจะมีข่าวว่าอาจจะได้รับบทบาทผู้จัดการทีมผีแดงในแทบจะทุกครั้งที่ปลดกุนซือคนเก่าออกไป ให้ทัศนะว่าการจะปลุกทีมให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายจึงจำเป็นที่แฟนบอลควรอดทนรอให้โซลชาได้ทำงานของตัวเองต่อไป “ ผู้จัดการทีมแต่ละคนก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน นั้นทำให้นักเตะเองก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แล้วโซลชาต้องทำงานกับนักเตะที่หลงเหลือมาจากผู้จัดการทีมคนก่อนอย่างมากมาย บางคนมาตั้งแต่ยุคฟาลกัล บางคนมาตั้งแต่ยุคมูรินโญ่ ดังนั้นทั้งนักเตะและโซลชาต่างก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้กันและกัน”

   “ บางคนบอกว่าแต่โซลาทำงานมาเป็นปีแล้วนะ ก็ใช่ แต่เซอร์อเล็กก็ใช้เวลาตั้งหลายปีนะกว่าที่พาแมนยูฯครองความยิ่งใหญ่ ถ้าคุณใช้เกณฑ์เดียวกันกับเฟอกี้ เค้าก็คงโดนไล่ออกไปตั้งแต่ปี1987แล้วละ แน่นอนแมนยูฯอาจไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมากครั้งที่สุดหากมันเป็นไปตามนั้น เท่าที่เราเห็นกันโซลามาถูกทางแล้ว เค้าให้ความสำคัญกับคาแรกเตอร์นักเตะที่เป็นนักสู้มากกว่าชื่อเสียง ผู้เล่นอย่างอารอน วาน-บิสซาก้า,แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และดาเนียล เจมส์ถึงได้ถูกดึงตัวเข้ามา มันจะสูญเปล่าทันทีถ้าหากเราเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้งในช่วงนี้ ” อดีตปีกพ่อมดยืนยันไม่เห็นด้วยกับการปลดโซลชา

ชไมเคิล ให้การบ้านแมนยูฯต้องทำให้ป๊อกบามีบทบาทในสนามมากขึ้น

ชไมเคิล

   หลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเสมออาร์เซนอลไป1-1 และหนึ่งในแข้งผีแดงที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังก็คือ ปอล ป๊อกบา จอมทัพตัวเก่งที่เงียบหายไปแทบตลอดเกม และแม้จะมีชอตได้ยิงเน้นๆแบบพร้อมใส่สกอร์ ทว่ากองกลางชาวฝรั่งเศสก็ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง ร้อนให้รุ่นพี่อย่างปีเตอร์ ชไมเคิลต้องออกมากวิจารณ์ถึงผลงานของป๊อกบา

   “ ผมไม่มั่นใจว่าเป็นแท็กติกของทีมหรือเปล่า แต่เค้า(ป๊อกบา)ถอยลงมาต่ำมาก แล้วเค้าก็หายไปจากเกม นี่คือนักเตะที่สามารถจะเปลี่ยนเกมได้เลย แต่เค้าจ่ายบอลเข้าเป้าแค่ไม่กี่ครั้ง เราได้เล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเราควรมีโอกาสมากกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าป๊อกบาควรมีตัวตนในสนามกว่านี้ ถ้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปมันต้องกลายเป็นปัญหาแน่ ทีมจะไม่ได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากเค้าเลย ” ปีเตอร์ ชไมเคิลอดีตนายทวารชื่อดังในยุค90เกริ่นนำ

ชไมเคิล โซลชาหาความลงตัวของป๊อกบาไม่เจอทำทีมเวิร์คแมนยูฯป่วน

    ปอล ป๊อกบามีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก2018กับทีมชาติฝรั่งเศส ทว่าผลงานเมื่อกลับมาเล่นในระดับสโมสรกลับยังไม่โดดเด่น และกลายเป็นเป้าโจมตีในสายตาพลพรรคเรดอาร์มี่ “ เราเห็นสิ่งที่เค้าทำได้กับทีมชาติฝรั่งเศส มันสุดยอด เค้าคือแข้งหลักที่สร้างผลกระทบกับเพื่อนร่วมทีม คำถามคือแมนยูฯจะดึงศักยภาพแบบนี้ออกมาใช้งานได้อย่างไร? เพราะเท่าที่เห็นเวลานี้เค้าไม่เหมือนศูนย์กลางของทีม เค้าไม่มีบทบาทกับเกมด้วยซ้ำ ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบทบาทกับเพื่อนร่วมทีม โค้ชต้องกำหนดให้ชัดว่าป๊อกบาอยู่ตรงไหนในสนาม เพราะบางทีเค้าก็ยืนสูงขึ้นมาเล่นเกมรุก แต่บางเกมก็ถอยมายืนต่ำเหลือเกิน มันไม่ใช่แค่ป๊อกบาหรอกที่จะสับสน แต่เพื่อนร่วมทีมก็คงจะไม่เข้าใจเหมือนกัน ”

   “ ผมมองจากภายนอกตอนนี้แมนยูฯเล่นเหมือนกับว่านักเตะไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างไป ป๊อกบาอยากไปไหนก็ได้ มันเป็นไปได้นะที่จะให้เค้าเล่นอย่างอิสระ แต่นั้นก็แปลว่าเราต้องเซทบทบาทคนรอบๆข้างให้เข้าใจวิธีการเล่นในภาพรวม แมนยูฯในยุคของผมคันโตน่าก็เล่นอย่างอิสระ แต่เฟอกูสันจะบอกกับนักเตะคนอื่นๆอย่างชัดเจนว่าต้องซัพพอทคันโตน่า แน่นอนมันไม่ใช่แค่การสื่อสารแต่มันต้องมีการเชื่อใจกัน ซึ่งจุดนั้นละที่ผมห่วง นักเตะแมนยูฯชุดนี้ดูเหมือนไม่อยากสื่อสารกันเองด้วยซ้ำ ” ชไมเคิลกล่าวอย่างผิดหวัง

ลิเวอร์พูล ได้ข่าวดีอลิสซงเบ็คเกอร์กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบแล้ว

ลิเวอร์พูล

   อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าซีซั่นก่อนลิเวอร์พูลนั้นทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ กระทั่งได้ครองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยส่วนหนึ่งของความสำเร็จก็มาจากความหนึบของอลิสซง เบ็คเกอร์ผู้รักษาประตูทีเพิ่งย้ายมาจากโรม่า และการต้องเสียมือกาวชาวบราซิลไปตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลก็ทำให้ชาวเดอะค็อปรู้สึกหวั่นใจเป็นอย่างมาก ทว่าในที่สุดอาเดรียนนายประตูมือสองก็ยังช่วยพาลิเวอร์พูลนำเป็นจ่าฝูงในตารางพรีเมียร์ลีกอยู่ได้แบบยังไม่แพ้ใคร

    อลิสซง เบ็คเกอร์เพิ่งจะได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำปี2019 ที่แจกรางวัลโดยฟีฟ่ามาหมาดๆ แม้ช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวจะอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ และหลังจบงานเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการพักฟื้นว่าเป็นไปได้ด้วยดี “ ผมกลับมาซ้อมกับทีมได้แล้ว ผมไม่มีปัญเรื่องการลงน้ำหนักที่เท้าอีกแล้ว มันเป็นสัญญาณที่ดี ผมน่าจะได้กลับมาเฝ้าเสาให้ลิเวอร์พูลในไม่ช้า ” ผู้รักษาประตูวัย26ปีกล่าวอย่างมีหวัง

อลิสซงชมเพื่อนทำผลงานสุดแกร่งหวังเร่งฟิตกลับมาช่วย ลิเวอร์พูล

   แม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมในสนามของลิเวอร์พูลเลยนับตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาลกับนอริส ซิตี้ แต่อลิสซงก็ตามเชียร์เพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ “ มันเป็นอาการบาดเจ็บที่ทำให้ผมรู้สึกเซ็งเป็นอย่างมาก ผมรอคอยโอกาสกลับมาสู้ในพรีเมียร์ลีกมาตลอด เพราะปีก่อนเราพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ฉะนั้นการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นแรงจูงใจสำหรับผมอย่างมาก  การที่ต้องมาเจ็บและชมเพื่อนๆเล่นผ่านการถ่ายทอดสดมันรู้สึกแปลกๆ แต่เวลาเหล่านั้นใกล้จบลงแล้ว ผมกลับมาซ้อมได้ดี เหลือเพียงเร่งระดับความฟิตให้กลับมาเต็มร้อยเท่านั้น คงอีกไม่นานที่ผมจะได้มีส่วนร่วมกับเกมของลิเวอร์พูล ” อลิสซงบอกอย่างมุ่งมั่น

    อลิสซง เบ็คเกอร์ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว66.8ล้านปอนด์ และเพียงปีแรกที่เข้ามาเจ้าตัวก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กับชาวเดอะค็อปอย่างมาก เนื่องจากเค้าสามารถเซฟลูกยากๆและสำคัญๆไว้ให้กับทีมได้บ่อยครั้ง โดยไฮไลต์สำคัญคือการเซฟในเกมยูซีแอลที่ลิเวอร์พูลบุกไปแพ้บาเซโลน่า0-3 ซึ่งเกมนั้นทีมเจ้าบุญทุ่มแห่งสเปนมีโอกาสที่จะยิงให้สกอร์ขาดกว่านั้น ทว่านายด่านชาวบราซิลก็ช่วยเซฟไว้ได้ทั้งหมด จนทำให้เมื่อกลับมาเล่นนัดสองที่แอนฟิลด์ชาวเดอะค็อปก็ได้เฮคืนเมื่อเอาชนะบาซ่าไปได้4-0 และเข้ารอบไปจนคว้าแชมป์ยูซีแอลในที่สุด

แมนฯซิตี้ ยังฉิวได้แม้แนวรับพิการค่อนทีมแบร์นาโด้ซิลบาเชื่อมั่น

แมนฯซิตี้

   แม้ในช่วงวิกฤตที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ขาดกองหลังแท้ในสนามทว่าพวกเค้าก็ยังบุกไปอัดชัคเตอร์โดเน็ทได้ถึงยูเครน ที่สำคัญคือเป๊ป กวาร์ดิโอล่ายังสามารถรักษาคลีนชีตไม่เสียประตูอีกต่างหาก นำพาให้แฟนบอลตราเรือใบโล่งใจเป็นอย่างมาก ซึ่งแบร์นาโด้ ซิลวาตัวริมเส้นของแมนฯซิตี้ก็ได้ออกมาช่วยยืนยันอีกเสี่ยงว่าแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกจะยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อย่างแน่นอน

    ก่อนหน้าแม๊ตซ์แชมเปี้ยนลีกส์เพียงไม่กี่วันจอห์น สโตนกองหลังของแมนฯซิตี้ได้รับบาดเจ็บระหว่างการลงซ้อม และนั่นทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าจำเป็นต้องใช้แฟนันดินโญ่(ตำแหน่งถนัดคือมิดฟิลด์ตัวรับ)ถอยไปยืนเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับนิโกล่า โอตาเมนดี้ซึ่งก็ทำผลงานออกมาได้น่าพอใจเมื่อจบเกมแมนฯซิตี้เอาชนะชัคเตอร์โดเน็ทมา3-0 จนหลังเกมแบร์นาโด ซิลวาต้องออกมาชื่นชม “ แฟนันดินโญ่เป็นผู้เล่นประสบการณ์สูง นั่นทำให้โค้ชเชื่อมั่นในตัวเค้า และผมว่าเค้าก็รับมือกับตำแหน่งใหม่ได้ไม่เลว เค้าเป็นผู้เล่นประเภทยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้เล่นง่ายดังนั้นเกมรับของซิตี้ก็ไม่ได้น่าห่วงอะไร เรายังจะเดินหน้าคว้าชัยชนะได้แบบไม่ต้องพะวงเรื่องนี้  ”

แบร์นาโดซิลวาไม่แคร์กองแช่งยัน แมนฯซิตี้ ยังเต็งแชมป์พรีเมียร์

   แมนเชสเตอร์ซิตี้เพิ่งจะประเดิมแพ้เกมแรกของพรีเมียร์ลีกไปหมาดๆ(แพ้นอริส2-3)ซึ่งแบร์นาโด้ ซิลวาแสดงออกว่าเค้าพยายามที่จะไม่คิดถึงมัน “ ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่ไม่น่าพิสมัย ยิ่งสำหรับผู้เล่นแมนฯซิตี้ด้วยแล้วมันเป็นสิ่งที่เราต้องลืมมันไปให้ไวเลย มันไม่ใช่ว่าเรารับความพ่ายแพ้ไม่ได้นะ เราแค่ไม่ปล่อยให้มันกวนใจต่างหาก แน่นอนฟุตบอลมันที่ทั้งวันเล่นเล่นแย่วันที่บอลไม่เป็นใจ แต่สำหรับการเป็นผู้เล่นแมนฯซิตี้แล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหน้าที่ของคุณจะยังเหมือนเดิมคือ ทำให้ทีมชนะให้ได้ ”

   “ หลังเกมกับนอริสก็เช่นกัน เราทุกคนต่างรู้ว่าต้องเรียกความมั่นใจกลับมาให้ได้ และผลงานกับโดเน็ทก็ถือว่าโอเค เรากลับมาเก็บชัยชนะและไม่เสียประตู มันทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่าเราจะเก็บสามแต้มกับวัตฟอร์ดได้ แน่นอนมีแฟนบอลบางส่วนไม่ชอบเรา และหวังว่าแมนฯซิตี้จะฟอร์หลุดจนหมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เราไม่กังวล พวกเค้ามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ตามที่คิด แต่เราจะมีแต้มเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนมันขึ้นอยู่กับการเล่นของเราเอง ” ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสกล่าวจูงใจ

ปารีส ตัวรุกเจ็บอื้อจำใจใส่ชื่อเนย์มาร์ลงยิงสตาบูร์มิดวีกนี้

ปารีส

   ทั้งที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงได้แสดงจุดยืนที่จะแบนเนย์มาร์ออกจากทีมชุดใหญ่ไปแล้วนับตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล ทว่าด้วยความไม่ลงตัวที่บาเซโลน่าไม่อาจประเคนเงินก้อนโตเพื่อดึงตัวสตาร์บราซิลเลี่ยนกลับไปใช้งานได้ทันก่อนปิดตลาด ก็ทำให้เนย์มาร์ยังคงรับสภาพการเป็นนักเตะของเปเอสเชต่อไป และโชคชะตาก็ดูเหมือนจะขีดเส้นมาให้เจ้าตัวได้โอกาสกลับมาช่วยทีมอีกครั้งเมื่อทั้งจูเลี่ยน แดร็กเลอร์,เอดิสัน คาวานี่ และคิลิยาน เอ็มปั๊ปเป้ต่างนอนป่วยไม่สามารถลงสนามได้กันทั้งสิ้น

    โดยที่แล้วมาเปเอสเชสร้างภาพว่าเนย์มาร์ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเพราะมีอาการบาดเจ็บมาตลอด ทว่าอยู่ดีๆเนย์มาร์ที่รายงานว่ายังมีไม่พร้อมลงสนามกลับไปลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลเสียดื้อ จนทำให้แฟนบอลทั่วโลกงงกันเป็นไก่ตาแตก ทว่าทีมแชมป์ลีกเอิงก็หวังเล่นตามน้ำด้วยการให้โอกาสกองหน้าทัพเซเลเซากลับมาลงสนามในลีกเอิงแม็ตซ์ที่กำลังจะเตะกันในสุดสัปดาห์นี้ โดยทีมแชมป์ลีกเอิงจะเปิดรังปาร์ค เดอ แพรงซ์รับการมาเยือนของสตาบูร์ก

ทูเคิลท่องตามบทดีใจที่เนย์มาร์กลับมาช่วยทีม ปารีส ได้ทันท่วงที

   ร่ำลือกันว่าบอร์ดบริหารของปารีสไฟเขียวให้เนย์มาร์กลับเข้าทีมชุดใหญ่เป็นการชั่วคราวเนื่องจากพวกเค้าต้องการการันตีสามแต้มเพื่อรักษาโอกาสในการลุ้นแชมป์ลีกน้ำหอมต่อไป และโธมัส ทูเคิลเองก็เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ด้วย “ อย่างที่ทราบกันคาวานี่ และเอ็มปั๊ปเป้ยังไม่พร้อม และเนย์มาร์ก็พร้อมกลับมาช่วยงานเราพอดี ผมเป็นคนสนใจแต่ปัจจุบัน ผมรู้แค่ว่าเค้าพร้อมลงเล่นแล้ว ผมไม่สนใจเรื่องราวที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องน่ายินดีเสมอที่เราจะมีผู้เล่นอย่างเนย์มาร์ในสนาม ” โดยเนย์มาร์ที่ยิงประตูในลีกเอิงไปแล้ว51ประตู จะมีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมกับสตาบูร์กค่อนข้างแน่

   เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงตรงนี้เชื่อว่าเนย์มาร์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้มหน้าลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปพลางๆก่อนเพราะหากยังโดนดองเค็มต่อไปเรื่อยๆก็อาจไม่เป็นผลดีต่อโอกาสติดทีมชาติบราซิลของเค้าเอง โดยการกลับมาลงสนามในครั้งนี้ก็จะเป็นการลงเล่นในสีเสื้อเปเอสเชในรอบ4เดือนของเนย์มาร์เลยทีเดียว เนื่องจากเกมสุดท้ายที่เจ้าตัวลงเล่นให้เปเอสเชนั้นต้องย้อนไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ปารีสเฉือนชนะอองเช่ร์ไป2-1 และเกมนั้นดาวยิงวัย27ปีก็ทั้งยิงทั้งจ่ายให้เพื่อนไปอย่างหนึ่งครั้ง