นิวคาสเซิล เตือนเด็กข้าใครอย่าแตะ!ย้ำไม่ขายลองสต๊าฟฟ์ให้ผี

นิวคาสเซิล

    หลังจากที่โอกาสได้ตัวเจมส์ แมดดิสันกองกลางตัวเก่งของเลสเตอร์ที่ดูจะมีความเป็นไปได้น้อยลงเต็มที ก็ทำให้ปีศาจเบนเป้าหันมาสนใจในตัวฌอน ลองสต๊าฟฟ์มิดฟิลด์จอมขยันของนิวคาสเซิลแทน ร้อนถึงนายใหญ่อย่างสตีฟ บรู๊ซต้องออกหน้ามาปฏิเสธด้วยตัวเองว่าพวกเค้าจะไม่มีวันขายนักเตะรายนี้ออกไปจากทีมอย่างแน่นอนแม้ว่าจะได้ข้อเสนอที่งดงามแค่ไหนก็ตาม

    “ ยูไนเต็ดยังเป็นชื่อที่หวานหอมเสมอ แล้วเราก็ไม่มีทางหยุดเรื่องทำนองนี้ได้(แมนยูฯให้ความสนใจลองสต๊าฟฟ์) ผมมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับโซลชา มันค่อนข้างจะอธิบายยากเหมือนกันว่าผมรู้สึกกังวลกับสถานการณ์นี้แค่ไหน แต่ที่แน่นอนคือนิวคาสเซิลจะไม่พิจารณาข้อเสนอที่เกี่ยวกับลองสต๊าฟฟ์ในทุกๆกรณี เค้ายังคงเป็นแกนหลักในแผนการทำทีม ดังนั้นไม่ว่ายูไนเต็ดจะยื่นข้อเสนอที่แพงแค่ไหนก็ตามมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ ” สตีฟ บรู๊ซยืนยันหนักแน่นที่จะไม่ปล่อยตัวลองสต๊าฟฟ์

     ฌอน ลองสต๊าฟฟ์จัดเป็นนักเตะประเภทจอมขยันวิ่งไม่มีหยุดที่สามารถเล่นทั้งมิดฟิลด์ตัวรับและมิดฟิลด์ตัวกลาง ซ้ำยังมีสถานะเป็นแข้งหลักของเดอะทูนอาร์มี่อีกด้วย โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวลงสนามไปแล้วถึง14เกมและทำทางให้เพื่อน(แอสซิสต์)ได้หนึ่งครั้ง

นิวคาสเซิล จ่อยืมชิรูด์เติมกระสุนผ่านสัญญายืมตัวยันจบซีซั่น

     นอกจากนิวคาสเซิลจะไม่พร้อมจะปล่อยตัวผู้เล่นออกจากทีมแล้วพวกเค้ายังมีข่าวว่าต้องการที่จะดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกต่างหาก โดยมีเป้าหมายคือโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ศูนย์หน้าสำรองของเชลซี

     ชิรูด์กลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆในตำแหน่งกองหน้าของเชลซี ซึ่งทำให้เจ้าตัวไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะการไม่ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมออาจทำให้ชิรูด์หลุดโผ23นักเตะทีมชาติฝรั่งเศสที่จะเดินทางไปทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020 จึงกลายเป็นเข้าทางนิวคาสเซิลที่กำลังประสบปัญหาเกมรุกฝืดอย่างหนักเพราะ3เกมหลังสุดที่แพ้ต่อเนื่องพวกเค้าก็ยิงประตูได้เพียง2เม็ดเท่านั้น

     คาดคะเนกันว่าสตีฟ บรู๊ซน่าจะติดต่อขอตัวชิรูด์เข้ามาช่วยงานผ่านสัญญายืมตัวไปกระทั่งจบฤดูกาล ซึ่งเชื่อว่าด้านแฟงค์ แลมพาดก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้  เนื่องจากชิรูด์เองก็ไม่น่าจะได้รับการต่อสัญญาและถูกปล่อยตัวหลังจบฤดูกาลอยู่แล้ว โดยในซีซั่นนี้กองหน้าชาวฝรั่งเศสลงเล่นได้แล้ว7นัดแล้วก็เพิ่งจะยิงประตูได้เพียงแค่เม็ดเดียวเท่านั้น

หงส์เเดง ใกล้ได้คากีร์นายด่านเติร์กหลังประธานแท็บซอนสปอร์ยืนยันเอง

หงส์เเดง

   ถึงแม้ว่าผลงานอาเดรียนผู้รักษาประตูมือสองจะถือว่ายอดเยี่ยมหลังจากได้รับโอกาสลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอยู่ไม่น้อยเหมือนกันในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตามด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป33ปีแล้วก็ทำให้เจอร์เกน คล็อปป์มองว่าอาจเป็นตัวเลือกที่แก้ขัดในระยะสั้นเท่านั้น จนกลับมามีข่าวว่าพร้อมที่จะดึงตัวอูกูร์คาน คากีร์นายด่านดาวรุ่งชาวตุรกีเข้ามาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง โดยรอบนี้กระแสเริ่มชัดเจนกว่าเดิมเพราะทางต้นสังกัดของนักเตะก็ให้ข่าวว่าได้รับข้อเสนอเพื่อขอซื้อตัวคากีร์จริง

   “ เราได้รับข้อเสนอสำหรับอูกูร์คาน คากีร์จริง ซึ่งมันมีหลายทีมที่อยากพูดคุยเรื่องนี้ โดยหนึ่งในนั้นก็มีลิเวอร์พูลรวมอยู่ด้วย แล้วเราก็ได้รับข้อเสนอจากพวกเค้าแล้วเช่นกัน ” อาเหม็ด อเคากลูประธานสโมสรแทร็บซอนสปอร์แถลงการณ์ด้วยตัวเอง โดยคาดการกันว่าสนนราคาของผู้รักษาประตูรายนี้น่าจะอยู่ที่ราว15ล้านปอนด์ โดยเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์มีความตั้งใจที่จะดึงคากีร์เข้ามาเป็นผู้รักษาประตูมือสองของอลิสซง เบ็คเกอร์มากกว่า เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งจะมีอายุเพียง23ปีเท่านั้น ซึ่งยังสามารถอยู่ช่วยทีมในระยะยาวได้นั่นเอง

    โดยอูกูร์คาน คากีร์ลงเฝ้าเสาให้แทร็บซอนสปอร์ไปแล้วกว่า58นัด พร้อมกับรักษาคลีนชีตได้8ครั้ง ซึ่งเจ้าตัวถูกคาดการไว้ว่าจะก้าวขึ้นเป็นนายทวารมือหนึ่งของทีมชาติตุรกีในไม่ช้า โดยได้ลงเฝ้าเสาให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้วถึง2เกมด้วยกัน

สิ่อแฉคล็อปป์โค้ช หงส์เเดง โลภหนักหวังมีประตูมือดี3คนเพื่อผลักดันกันและกัน

    อย่างไรก็ตามสื่ออังกฤษกลับเปิดเผยว่าการที่หงส์แดงพยายามล่าตัวอูกูร์คาน คากีร์เข้ามานั้นก็ไม่ได้แปลว่าอาเดรียนมือกาวชาวสเปนจะตกกระป๋องซะทีเดียว เพราะเจอร์เกน คล็อปป์ก็ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะยกตำแหน่งนายทวารมือสองให้ใคร แต่ต้องการให้ทั้งคู่ต่างยกระดับการเล่นของกันและกันมากกว่า

     เจอร์เกน คล็อปป์มองว่าลิเวอร์พูลในยุคต่อไปจะมีโปรแกรมลงเล่นในแต่ละซีซั่นแบบถี่ยิบ ฉะนั้นเค้าต้องการที่จะมีผู้รักษาประตูมือดีที่พร้อมให้ใช้งานถึง3ราย แม้ว่าจะค่อนข้างชัดเจนว่าอลิสซง เบ็คเกอร์จะผูกขาดตำแหน่งมือหนึ่งไปแล้ว แต่ทว่าในรายของอาเดรียน และอูกูร์คาน คากีร์นั้น ทั้งคู่จะต้องต่อสู้กันด้วยผลงานในการซ้อม ซึ่งเทรนเนอร์ชาวเยอรมันมองว่าการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้นจะทำให้ฝีไม้ลายมือของนายทวารทั้ง3รายนั้นพัฒนาขึ้นไปในตัวโดยอัตโนมัติ

เป๊ป ขอประเมินผลงานเรือซีซั่นนี้ก่อนตัดสินใจเรื่องต่อสัญญา

เป๊ป

    ปกติเรามักจะเคยชินภาพการที่ผู้จัดการทีมต้องลุ้นตัวโก่งว่าสโมสรต้นสังกัดจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้หรือไม่ แต่นั่นมันธรรมดาเกินไปสำหรับโครตกุนซืออย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเทรนเนอร์ชาวสเปนได้ร้องขอต่อบอร์ดบริหารของแมนซิตี้ให้ชะลอการยืดสัญญาของเค้าออกไปก่อน เนื่องจากเป๊ปขอประเมินผลงานตัวเองในซีซั่นนี้ก่อนว่าคู่ควรกับการที่จะได้สัญญาใหม่จากแมนซิตี้หรือเปล่า

    เนื่องจากสัญญาของเป๊ปจะหมดลงในช่วงกลางปีหน้า และบอร์ดบริหารของแมนซิตี้ก็พร้อมประเคนสัญญาฉบับใหม่ไว้รอเซ็นแล้ว แต่ทว่าด้วยผลงานที่ยังไม่เข้าเป้าในตอนนี้ก็ทำให้อดีตนายใหญ่บาซ่าเอ่ยปากเองว่าเค้าจะขอพิจารณาผลงานของทีมในซีซั่นนี้ด้วยตัวเองแล้วจึงค่อยตัดสินใจเรื่องการต่อสัญญาเพื่อที่จะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบสโมสรนั่นเอง “ ผมไม่รีบร้อนอะไร ยังมีงานที่ต้องจัดการอีกมาก และมันคงดีกว่าถ้าปล่อยให้ผมได้มีสมาธิกับเรื่องนี้ เรื่องสัญญาฉบับใหม่ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย ”

    “ แมนซิตี้มีเป้าหมายและตอนนี้เรากำลังพิสูจน์ตัวเองว่าเราจะทำมันได้สำเร็จหรือไม่ ผมต้องการประเมินอีกหลายอย่าง ถ้าผมสามารถพาทีมก้าวไปข้างหน้าได้ผมค่อยเซ็นสัญญาก็ยังไม่สาย ผมต้องการประเมินในเรื่องนั้น อันที่จริงสโมสรก็คงอยากประเมินเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจะปล่อยให้ฤดูกาลนี้ดำเนินไปแล้วค่อยมาดูกันหลังมันจบลง ” กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างใจเย็น

สื่อตีตรา เป๊ป อาจลาเรือใบถ้าขุนไม่ขึ้นเหมือนตอนลาบาซ่า

     สื่อในอังกฤษต่างเทใจไปในทางเดียวกันว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากำลังประเมินตนเองว่ายังจะสามารถกระตุ้นทีมแมนซิตี้ให้กลับมาเล่นในระดับมาตรฐานเดิมได้หรือไม่ เนื่องจากปีนี้พวกเค้าฟอร์มหลุดจนหล่นมาอยู่อันดับ3ในตารางพรีเมียร์ลีก ทั้งยังมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ถึง9คะแนน

     ถือว่ายากเอาการที่แมนซิตี้จะแซงกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งจำเป็นเหลือเกินที่เป๊ปจะต้องหาทางสร้างแรงกระตุ้นให้กับผู้เล่นให้มากกที่เป็น และก็ไม่แน่ว่ากุนซือชาวสเปนจะทำได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยประกาศอำลาทีมคู่บุญอย่างบาเซโลน่าด้วยเหตุผลที่ว่าเค้าไม่สามารถหาทางผลักดันทีมได้อีกแล้ว เนื่องจากทั้งนักเตะ และตัวผู้จัดการทีมต่างถึงจุดอิ่มตัวกันแล้วทั้งคู่นั่นเอง และนั่นหมายความว่าหากผลงานของทีมตราเรือใบไม่ดีขึ้นเป๊ปก็น่าจะไม่ต่อสัญญาและอำลาทีมออกไปอย่างแน่นอน

เฮนเดอร์สัน ขึ้นแท่นกัปตันผู้ดีคนแรกที่คว้าสามแชมป์ในปีเดียว

เฮนเดอร์สัน

    ให้หลังการพิชิตแชมป์สโมสรโลกของลิเวอร์พูล นอกจากรางวัลดังกล่าวจะทำให้ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ ไซต์จะทำลายสถิติครองแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการส่งผลต่อสถิติส่วนตัวของจอร์แดน เฮนเดอร์สันอีกด้วย เมื่อการชูถ้วยดังกล่าวทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นเป็นกัปตันชาวอังกฤษคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์ในปีเดียวกันถึง3รายการ

    จอร์แดน เฮนเดอร์สันอาจจะไม่ได้ถูกจับตามองในเรื่องทักษะความสามารถอันเหลือล้ำ ทั้งยังไม่ได้ยิงประตูมากมาย แต่เจ้าตัวก็ถูกเจอร์เกน คล็อปป์วางเป็นตัวหลักในแดนกลางพร้อมทั้งยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับชาวเดอะค็อปอีก และด้วยผลงานอันสุดสะเด่าของลิเวอร์พูลในช่วงสองปีหลังสุดก็ทำให้มิดฟิลด์วัย29ปีเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่นำลูกทีมชูถ้วยรางวัลได้ถึง3รายการในปีเดียว(2020)อันประกอบด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,แชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ และแชมป์สโมสรโลก ซึ่งถือว่าเกียรติประวัติที่น่ายกย่องของเฮนเดอร์สันเลยทีเดียว เพราะนักเตะอังกฤษที่อาจจะมีดีกรีเหนือกว่าเช่น เวนย์ รูนี่,เดวิด เบ็คแฮม หรือจอห์น เทอรี่ต่างก็ยังไม่เคยได้รับเกียรติขนาดนี้มาก่อน

    นอกจากนี้สถิติดังกล่าวทำให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันก้าวขึ้นมาเทียบเคียงนักเตะระดับโลกที่เคยได้แชมป์3รายการภายในปีเดียวในลักษณะมาก่อนอย่างเฟอร์นันโด เอียร์โร่,ฟิลิป ลาห์ม,เซอร์คิโอ รามอส และอีเก้ คาซิยาสอีกด้วย

เฮนเดอร์สัน ลั่นเครื่องติดแล้วน่าจะมีแชมป์ติดมือหลังจากนี้อีกเพียบ

     กระนั้นเฮนเดอร์สันก็ได้ออกมาประกาศว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลยังต้องการคว้าถ้วยรางวัลอีกมากมายหลังจากนี้ ซึ่งแน่นอนว่าชาวเดอะค็อปจะต้องได้เฉลิมฉลองกันอีกอย่างแน่นอน “ เราทำงานกันหนักมาก และทุกครั้งได้ชูถ้วยเราก็ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงเช่นกัน ประสบการณ์เหล่านี้หาค่ามิได้ มันมีความหมายต่อแฟนบอลของเราอย่างมาก และนั่นทำให้เราไม่คิดหยุดไว้แค่นี้แน่ ลิเวอร์พูลยังต้องได้ฉลองแชมป์อีกมากมาย ”

     กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษยังได้ยอมรับอีกว่านักเตะหงส์แดงชักจะเสพย์ติดความสำเร็จกันแล้ว “ ในวงการฟุตบอลมีทั้งแพ้และชนะ บางคนบอกว่าใครที่ได้แชมป์มามากๆก็มักจะอิ่มตัวและตกต่ำลง แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของลิเวอร์พูลเลย เราหลงไหลในความสำเร็จ จนเรายอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ปฏิกิริยาของนักเตะลิเวอร์พูลก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเราผ่านเข้ารอบยูซีแอล และเรายังไม่แพ้ใครในลีก นั่นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าลิเวอร์พูลจะมีแต่ดียิ่งๆขึ้นไป ”

โซลชา ยาหอมแรชฟอร์ดมีสิทธิดำเนินรอยตามคริสเตียโน่โรนัลโด้

โซลชา

    หลังจากผลงานแมนยูฯ2นัดเป็นไปได้สวยโดยเฉพาะผลงานส่วนตัวของมาร์คัช แรชฟอร์ดที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อนก็ทำเอากุนซือโอเล่ กุนน่า โซลชาออกมาอวยลูกทีมรายนี้อาจพัฒนาฝีเท้าได้เทียบเท่ากับรุ่นพี่อย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้เลยทีเดียว

    มาร์คัส แรชฟอร์ดยิง3ประตูจาก2นัดหลังสุดทั้งฟอร์มโดยรวมก็แข็งแกร่งจนทำให้แฟนบอลอสูรแดงกลับมาเทใจช่วยกันเชียร์อย่างเต็มใจอีกครั้ง “ มาร์คัสกำลังเล่นอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นทักษะ,สภาพร่างกาย และความมั่นใจ ผมแฮปปี้กับสิ่งนี้ เมื่อเค้าอยู่ในฟอร์มที่ดียูไนเต็ดก็จะได้ผลกระทบโดยตรง แล้วก็อย่างที่เห็นเราได้ผลการแข่งขันที่ต้องการในช่วงหลัก เค้าทำให้แนวรุกของเรากลายเป็นที่น่าเกรงขามอีกครั้ง หากยังรักษามาตรฐานแบบนี้ไว้ได้อีกไม่นานแรชฟอร์ดอาจยกระดับการเล่นได้เทียบเคียงกับที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้เคยทำได้กับเรา ”

    เมื่อถูกถามย้ำว่าอวยลูกรักเกินไปหรือเปล่าโซลชาก็รีบปฏิเสธทันทีว่าเค้าพูดไปตามผลงานของแรชฟอร์ดเท่านั้น “ ไม่เลย มันไม่ได้เกินจริง เค้าเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง สามารถพาบอลขึ้นหน้าได้เอง ทั้งยังยิงประตูได้จากลูกเซทพีชอีกต่างหาก นั่นเป็นสิ่งที่เราเคยเห็นโรนัลโด้แสดงให้เห็นกันมาแล้วทั้งนั้น มันอาจเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แต่แรชฟอร์ดมีโอกาสที่จะทำได้จริง ผมเชื่อมั่นแบบนั้นมาพักใหญ่แล้ว ”

แรชฟอร์ดยกเครดิตคืน โซลชา รับฟอร์มดีเพราะได้ลงต่อเนื่อง

    แม้ว่าเจ้านายจะชมจนตัวลอยแต่มาร์คัช แรชฟอร์ดก็ถ่อมตัวว่ายังดีพอไม่พอที่จะเทียบกับโรนัลโด้แต่ก็ดีใจที่ได้รับคำชื่นชม “ ย่างห่างไกลที่จะเทียบกับเค้า(โรนัลโด้) โรนัลโด้กอบโกยถ้วยรางวัลให้กับทุกทีมที่เค้าไปสังกัดด้วย ผมยังต้องสร้างผลงานกับยูไนเต็ดให้ได้แบบรูปธรรมเสียก่อน ซึ่งมันคือความตั้งใจของผมอยู่แล้วกับการคว้าแชมป์กับทีมให้ได้ เราต้องการเติมเต็มความมั่นใจด้วยถ้วยรางวัล ”

     ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ยังยอมรับอีกว่าที่ฟอร์มการเล่นกลับมาเข้าฝักอีกครั้งก็เป็นมาจากความเชื่อมั่นที่โซลชามอบให้ตลอดมา “ มันมีช่วงเวลาแย่ๆที่ทีมไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ทุกคนถูกตั้งคำถามไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง แต่โซลชาไม่เคยตั้งคำถามกับผมเลย ผมยังได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง มันมีหลายอย่างที่ผมต้องปรับตัวแล้วการได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยได้มาก ผมมักจะโดนตำหนิเรื่องความเฉียบคมในช่วงแรก ผมกดดันตัวเองมากเกินไป ไม่เหมือนตอนนี้ที่ผมเข้าใจมันดียิ่งขึ้น ผมไม่จำเป็นต้องสนใจโอกาสที่เสียไป ผมแค่สร้างโอกาสเพิ่มให้ได้ก็เท่านั้นเอง ” ดาวยิงวัย22กะรัตกล่าวทิ้งท้าย

สตัม ไม่แข่งด้วยยันฟานไดค์มีฝีเกือกที่เก่งกาจกว่าตนในอดีต

สตัม

     ยาป สตัมอดีตกองหลังคนดังได้ออกมาเปิดเผยความในใจว่าเป็นแฟนบอลของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ทั้งยังเอ่ยปากเองว่าดาวเตะรุ่นน้องมีฝีเท้าที่เหนือกว่าตนเมื่อครั้งอดีตอีกต่างหาก

     “ ถ้ามองไปที่ผลงานปัจจุบันผมคงบอกว่าเฟอร์กิลทำได้ดีกว่าผมเสียอีก เค้ามีอิทธิพลต่อทีมไม่ใช่แต่ตัดสินใจได้ถูกต้องเฉพาะงานของตัวเอง แต่เค้ายังทำให้เพื่อนร่วมทีมพลอยเล่นง่ายไปด้วย สิ่งนี้เป็นอะไรที่พิเศษแล้วผมก็ไม่คิดว่าผมจะทำได้ในสมัยค้าแข้ง เค้ายืนตำแหน่งได้ดีทั้งยังมีการอ่านเกมที่แม่นยำ ชนิดที่ว่าถ้าคุณไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีจริงก็ยากนักที่จะผ่านเฟอร์กิลไปได้ แถมยังเติมขึ้นมาเล่นลูกเซตพีชได้ดีอีกต่างหาก ผมบอกจากใจเลยว่าเทียบเค้าไม่ติดหรอก มาตรฐานการเล่นที่เค้าทำได้ในเวลานี้มันไม่เวอร์ไปเลยที่จะบอกว่าเค้าคือกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ” สตัมอวยฟาน ไดค์อย่างออกนอกหน้า

     โดยเมื่อครั้งที่แมนยูฯผงาดคว้าทริเปิลแชมป์(พรีเมียร์ลีก,เอฟเอคัพและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)ในฤดูกาล1998/99 ในทีมปีศาจแดงแม้จะมีสตาร์ดังมากมายทว่าเครดิตในเกมรับชุดนั้นไม่มีใครแย่งเครดิตของยาป สตัมไปได้ ถึงขนาดเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันยังยอมรับเลยว่านับตั้งแต่ปล่อยกองหลังชาวดัตซ์ออกจากทีมไปก็ไม่เคยหากองหลังที่เก่งและครบเครื่องได้เท่ากับมาตรฐานของสตัมได้อีกเลย จึงทำให้ยาป สตัมยังมีชื่อเป็นกองหลังอันดับต้นๆของวงการลูกหนังยุโรปเสมอมา

สตัม ชมฟานไดค์ยกระดับแข้งได้ดีแม้ไม่ได้ถูกทีมใหญ่เหลียวแล

     นอกจากนี้อดีตกุนซือเฟเยนูดส์ยังได้กล่าวยกย่องฟาน ไดค์ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกองหลังระดับแนวหน้าทั้งไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นระดับบิ๊กเนม “ เฟอร์กิลคือปรากฎการณ์พิเศษ วงการลูกหนังฮอลแลนด์ผ่านช่วงยากลำบากอยู่หลายปี แล้วใครๆต่างก็พูดกันว่าเราต้องการยาป สตัมคนใหม่ในทีมชาติ แล้วในที่สุดเค้าก็สร้างชื่อขึ้นมา เค้าไม่เป็นที่สนใจเมื่อตอนเป็นเยาวชนอาจเพราะเค้าไม่ได้เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของทีมใหญ่(อาร์แจ็ก,พีเอสวี) นั่นแปลว่าความสำเร็จในวันนี้มันมากจากความมุ่งมั่นของเค้าเองล้วนๆ เพราะหากไม่นับลิเวอร์พูลต้นสังกัดปัจจุบัน ทีมอื่นๆที่เค้าสังกัดอยู่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ทีมที่จะส่งเสริมให้เค้าประสบความสำเร็จได้เลย นั่นทำให้ผมทึ่งมาก เค้ายกระดับการเล่นด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยมกระทั่งวันนี้เฉียดใกล้ที่จะได้รับบัลลงดอร์ด้วยซ้ำ ” สตัมในวัย47ปีกล่าวชื่นชม

ฟานไดค์ ชวดบัลลงดอร์2019แต่ไม่ซีเรียสรับแค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว

ฟานไดค์

     ในที่สุดลีโอแนล เมสซี่ก็ผงาดคว้ารางวัลบัลลงดอร์เป็นสมัยที่6ได้สำเร็จ โดยมีการเปิดเผยคะแนนชี้วัดว่าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์มีคะแนนที่เหนือกว่าฟาน ไดค์เพียง7แต้มเท่านั้น

     ผลคะแนนชี้ขาดรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้ค่อนข้างหมิ่นเหม่เมื่อเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ได้คะแนนรวม679แต้ม ในขณะที่เมสซี่ได้686แต้มจึงเป็นการเฉือนกันเพียงไม่กี่คะแนน แต่กระนั้นเองกองหลังจากลิเวอร์พูลก็ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับคาใจกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย “ ทุกคนต่างรู้ว่าที่มีเพียงเมสซี่ และโรนัลโด้ที่เบียดแย่งรางวัลบัลลงดอร์กันมาตลอดหลายปี แต่ปีนี้ผมได้เข้าทรอดแทรกพวกเค้า เพียงเท่านี้มันก็เกียรติต่อตัวเองมาแล้ว ”

     “ ผมได้รับสิ่งดีๆจากลิเวอร์พูลมากมาย ได้ลงเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขและได้แชมป์ติดมือ(ยูซีแอล) ฉะนั้นการไม่ได้รางวัลในครั้งนี้ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร ผมเคารพเมสซี่ เค้าสมควรได้รับมัน ” ปราการหลังวัย28ปีกล่าวอย่างเรียบเฉย

    ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ไม่สามารถคว้ารางวัลได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเพียงฟาบิซิโอ คันนาวาโร่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เล่นในตำแหน่งกองหลังแล้วได้รับรางวัลดังกล่าว และหากปีนี้ฟาน ไดค์คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ก็จะทำให้เจ้าตัวกลายเป็นกองหลังรายที่สองที่คว้าบัลลงดอร์ได้สำเร็จนั่นเอง

เจอร์ราดอวยไม่มีใครคู่ควรบัลลงดอร์มากกว่า ฟานไดค์ อีกแล้ว

    อันคำว่าพี่น้องย่อมตัดกันไม่ขาดฉันใด สายสัมพันธ์ของนักฟุตบอลผ่านตราสโมสรก็คงเหนียวแน่นไม่แพ้กันฉันนั้น ทำให้สตีเว่น เจอร์ราดอดีตตำนานผู้เล่นลิเวอร์พูลต้องออกมาปลอบใจเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ว่าเป็นนักเตะที่เหมาะสมจะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้มากกว่าใครเพื่อน

    ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนประกาศรางวัลบัลลงดอร์ก็มีเพียงลีโอแนล เมสซี่ กับเฟอร์กิล ฟาน ไดค์เป็นสองคนที่คะแนนไล่บี้กันมากระทั่งสุดท้ายเป็นดาวยิงฟ้าขาวที่เบียดเข้าวินไปได้ “ เมสซี่คือยอดนักเตะเค้าประสบความสำเร็จในโลกฟุตบอลมาแล้วอย่างมากมาย การได้ครองรางวัลนี้(บัลลงดอร์)มาแล้วถึง6สมัยคงเป็นเครื่องยืนยันในผลงานเค้าไดเป็นอย่างดี ”

     “ แต่ถ้าหากคุณมองไปที่ความสม่ำเสมอตลอดปีทีผ่านมา ผมมองว่าไม่มีใครคงเส้นคงวาไปกว่าฟาน ไดค์ เกมรับของลิเวอร์พูลแข็งแกร่งทันตาเห็นก็เพราะมีเค้าคอยบัญชาการ แถมเค้ายังมีดีกรีเป็นถึงผู้ชนะในรายการแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก ดังนั้นไม่สมควรเลยที่ฟาน ไดค์จะพลาดรางวัลนี้ ” เจอร์ราดหัวเสียแทนรุ่นน้อง

เปอตีต์ หยามเนย์มาร์แค่เด็กอมมือยังห่างชั้นคำว่าซุปเปอร์สตาร์

เปอตีต์

    แม้ว่าปัจจุบันเนย์มาร์จะยังคงได้รับโอกาสลงเล่นให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงทว่าสถานะของดาวยิงแซมบ้าก็ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัด เนื่องจากการเจรจาสัญญาใหม่ยังไม่คืบหน้า อีกทั้งข่าวการหนีกลับสู่อ้อมอกของบาเซโลน่าก็ยังคงมีการพูดถึงกันอย่างไม่ขาดสาย จนไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าอนาคตของเนย์มาร์จะไปในทิศทางไหน?

    เดิมทีเนย์มาร์แสดงทีท่าว่าจะไม่ขอลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์มปารีสอีกแล้วเพื่อหวังให้ต้นสังกัดเปิดทางให้ย้ายกลับไปเล่นให้บาเซโลน่า ทว่าเปเอสเอกลับเล่นแง่เช่นกันว่าหากไม่มีข้อเสนอที่น่าพอใจ(ลือกันที่200ล้านปอนด์)ดีลการปล่อยตัวก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ระหว่างสถานการณ์ยังคาราคาซังเนย์มาร์ก็ถูกถอดออกทีมชุดใหญ่ในช่วงต้นฤดูกาลไปพักใหญ่ “ มันน่าประหลาดที่ใครๆก็ยังยกให้เนย์มาร์เป็นนักฟุตบอลระดับซุปเปอร์สตาร์ คำยกย่องที่เราพูดถึงนักเตะซักคน มันไม่ได้เชิดชูแค่ฝีเท้าแต่มันครอบคลุมอีกหลายเรื่อง เช่น ความเป็นมืออาชีพ หรือทัศนคติ ซึ่งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีในตัวเนย์มาร์เลย ”

    “ ผมนึกไม่ออกเลยนะว่าการอยู่ในห้องแต่งตัวร่วมกับนักเตะที่บอกว่าไม่อยากลงเล่นให้สโมสรอีกแล้วผมจะวางตัวยังไง มันบ้าชัดๆที่จะต้องนั่งข้างคนเห็นแก่ตัวแบบนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมจะพูด เค้าเป็นแข้งระดับพรสวรรค์แต่ในเวลาเดียวกันเนย์มาร์ก็เล่นฟุตบอลเพื่อตัวเองเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เค้าไม่ได้รับความเคารพเท่าที่ควร ” เปอตีต์อดีตมิดฟิลด์โมนาโกตำหนิแข้งแซมบ้า

เปอตีต์ ชี้ซีดานต่างหากคือแบบอย่างของสตาร์ที่สมบูรณ์แบบ

    นอกจากนี้เอ็มมานูเอล เปอตีต์ยังได้ยกย่องเพื่อนเก่าอย่างซีนาดีน ซีดานว่ามีความเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัว “ สมัยเล่นในทีมชาติ ซีดานมักไม่ค่อยลงมาเล่นเกมรับโดยที่พวกเราต่างยินยอมพร้อมใจ เค้าคือตัวเปลี่ยนเกม และพยายามเต็มร้อยที่จะทำให้ทีมได้เปรียบ นั่นคือเหตุผลที่ซีดานถูกยกให้เป็นนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์มาจนถึงบัดนี้ ไม่ว่าเค้าจะไปปรากฎตัวที่ไหนใครๆต่างก็ให้การยอมรับทั้งนั้น  ”

    “ เนย์มาร์มีทุกอย่างที่จะส่งเสริมให้เค้าประสบความสำเร็จ แต่ดูเหมือนเค้าจะนำเอาสิ่งดีๆเหล่านั้นมาใช้อย่างเปล่าประโยชน์ เค้าไม่แคร์เพื่อนร่วมทีม,แฟนบอล หรือแม้แต่ตราสโมสร ซึ่งมันพิลึกเป็นอย่างมาก ผมอยู่ในวงการฟุตบอลมานาน เห็นนักเตะแสบๆก็ไม่น้อย แต่เนย์มาร์นั้นไม่เหมือนใครจริงๆ ” เปอตีต์ยังคงกังขาในพฤติกรรมนอกลู่นอกทางเนย์มาร์

เนย์มาร์ สำรองไม่เกี่ยวประเด็นย้ายทีมแค่พักกันล้า ทูเคิลกล่าว

เนย์มาร์

    นับตั้งแต่เนย์มาร์แสดงท่าทีว่าต้องการจะย้ายออกจากถิ่นปาร์ค เดอ แปงส์ ดาวยิงชาวแซมบ้าก็ไม่เคยได้รับสถานะที่มั่นคงกับทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงอีกเลย ยิ่งการไม่มีชื่อออกสตาร์ทในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงกลางสัปดาห์ก็ทำให้ข่าวดราม่าเรื่องการย้ายทีมของเนย์มาร์กลับมาเป็นที่โจษจันอีกครั้ง ร้อนให้โธมัส ทูเคิลเทรนเนอร์ชาวเยอรมันต้องออกมากลบกระแสด้วยการยืนยันว่าการดร็อปดาวยิงแซมบ้าเป็นเรื่องของสภาพร่างกายเท่านั้น

    ในเกมที่เปเอสเชเสมอรีล มาดริด2-2ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เนย์มาร์ได้ลงเล่นแค่ในช่วง45นาทีของครึ่งหลังเท่านั้น ซึ่งโธมัส ทูเคิลกุนซือเปเอสเชได้ยืนยันว่าไม่ใส่ชื่อเนย์มาร์ใน11ผู้เล่นตัวจริงนั้นเป็นไปเพราะห่วงใยในสภาพร่างกายของนักเตะเท่านั้น “ เนย์มาร์เพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เราจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการใช้งานเค้าอย่างเหมาะสม สถานการณ์ของเค้ายังคงเหมือนเดิม เราดีใจที่มีเค้าเป็นตัวเลือก ”

     นอกจากนี้เทรนเนอร์ชาวเยอรมันก็ยังยืนกรานว่าการกระทำให้ครั้งนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์กับเนย์มาร์  “ เราต่างมีความไว้ใจกัน ฉะนั้นมันไม่มีอะไร เนย์มาร์ไม่ได้รู้สึกอยากย้ายออกเพียงเพราะมีชื่อสำรอง ภารกิจของเปเอสเชยังอีกยาวไกล และเนย์มาร์ยังเป็นคงเป็นคนสำคัญของเรา ” ทูเคิลกล่าวส่งท้าย

เนย์มาร์ อาจย้ายซัมเมอร์หน้าหลังปัดต่อสัญญาปารีสอย่างไม่ใยดี

    แม้ว่าโธมัส ทูเคิลจะยืนยันมาตลอดว่าเนย์มาร์ยังแฮปปี้ที่จะรับใช้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไป ทว่าสื่อในฝรั่งเศสต่างนำเสนอข่าวในทางตรงกันข้าม โดยยืนยันว่าการเจรจาขยายสัญญาฉบับใหม่ของดาวยิงแซมบ้ายังคงไร้ความคืบหน้ามา โดยเปเอสเชต้องการที่จะขยายสัญญากับเมย์มาร์ไปถึงปี2025 แต่ดูเหมือนนักเตะจะไม่เอาด้วยและบอกปัดการพิจารณาสัญญาใหม่มาโดยตลอด

    ในเวลาเดียวกันสื่อในสเปนก็นำเสนอข่าวการคิดจะอำลาบาเซโลน่าของลีโอแนล เมสซี่ในอีกสองปีข้างหน้า และดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ก็ต้องการให้เนย์มาร์มารับช่วงต่อ จึงเชื่อเจ้าบุญทุ่มจะหวนกลับมาทาบทามเนย์มาร์อีกครั้งอย่างแน่นอน แม้ว่าเปเอสเตตั้งค่าตัวเนย์มาร์ไว้กว่า200ล้านปอนด์ก็ตาม

      ทั้งนี้เนย์มาร์ดาวยิงทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงไปแล้ว5รายการ จนเริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตในฝรั่งเศส และตั้งท่าพร้อมย้ายออกจากทีมมาโดยตลอด แต่ด้วยปัญหาเรื่องค่าตัวอันมหาศาลก็ทำให้ดีลการย้ายทีมในครั้งนี้ยังไม่ลุล่วงเสียที

สลาตัน อาจมาร่วมงานกับสเปอร์สหลังมูรินโญ่มาเป็นโค้ช

สลาตัน

    การกลับมารับงานในอังกฤษอีกครั้งขอโชเซ่ มูรินโญ่นอกจากจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังเมืองผู้ดีแล้วยังอาจเป็นแต้มต่อให้สเปอร์สใช้ดึงผู้เล่นระดับป๊อปสตาร์เข้ามาร่วมทีมไก่เดือยทองอีกต่างหาก ซึ่งในเวลานี้นักเตะใหม่รายแรกที่อาจย้ายมาสมทบกับนายใหญ่ชาวโปรตุเกสก็เป็นถึงสุดยอดดาวยิงที่แฟนบอลทั่วโลกต่างให้การยอมรับ นามของเค้าคือ สลาตัน อิบราฮิโมวิช นั่นเอง

    หลายคนคงทราบดีกว่าอิบราฮิโมวิชนั้นให้ความเคารพต่อโชเซ่ มูรินโญ่เป็นอย่างมาก ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานี้ดาวยิงชาวสวีดิชก็กำลังจะหมดสัญญาแอลเอ แกแล็คซี่(ทีมดังในลีกสหรัฐฯ)พอดี ทำให้มีความเป็นได้ไม่น้อยที่ศูนย์หน้าวัย38กะรัตจะเลือกย้ายมาช่วยผลิตสกอร์ให้สเปอร์ส เพราะในเวลานี้พวกเค้ามีกองหน้าขนานแท้แค่เพียงแฮรี่ เคนเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งมูรินโญ่มองว่าการมีอิบราฮิโมวิชมาคอยสแตนบายด์จะเป็นผลดีต่อทีมอย่างแน่นอน เนื่องจากสเปอร์สยังมีโปรแกรมที่ต้องลงเตะทั้งในพรีเมียร์ลีก,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และเอฟเอคัพ

    แม้ว่าสลาตัน อิบราฮิโมวิชจะมีอายุครบ38ปีมาหมาดๆทว่าผลงานในสนามก็คงไว้ใจได้ โดยในซีซั่นล่าสุดเจ้าตัวลงเล่นให้แอลเอ แกแล็คซี่ไปทั้งสิ้น31นัดยิงได้31ประตูและทำทางให้เพื่อนได้อีก8แอสซิสต์(นับรวมทุกรายการ) แล้วหากอิบราฮิมวิชตัดสินใจย้ายมาอยู่กับสเปอร์สก็จะทำให้เจ้าตัวได้ร่วมงานกับโชเซ่ มูรินโญ่เป็นครั้งที่สาม(ในอาชีพค้าแข้ง) หลังจากเคยทำงานร่วมกันที่อินเตอร์มิลาน และแมนยูฯมาแล้ว

โบโลญญ่า&มิลานทำใจแม้ก่อนหน้า สลาตัน จะให้ท่าอย่างแรงก็ตาม

    การที่มูรินโญ่โดดเข้ามาแจมล่าตัวอิบราฮิโมวิชในครั้งนี้ยังทำให้ทั้งมิลานและโบโลญญ่าต้องเซ็งไปตามกัน โดยก่อนหน้านี้ไม่นานเฮเลน่า เซเกอร์ภรรยาของอิบราฯได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าสามีของเธอรักเมืองมิลานเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าทันทีที่มูรินโญ่ได้งานใหม่ก็ทำให้หัวหอกวัยดึกต้องทบทวนอนาคตอีกครั้ง เพราะเอซีมิลานที่มีปัญหาสภาพคล่อง(การเงิน)คงไม่อาจจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตที่อิบราฯต้องการได้(ลือว่าเจ้าตัวอยากได้ที่860,000ปอนด์ต่อสัปดาห์)

     ด้านโบโลญญ่าที่เคยมีข่าวว่าอาจเป็นม้ามืดที่จะได้ตัวอิบราฯก็เริ่มแสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้เช่นกัน “ เค้ารับฟังข้อเสนอของเราแล้ว เราเป็นหนึ่งในทางเลือก โบโลญญ่าได้พยายามอย่างเต็มที่ แต่หลังจากนี้เราคงต้องรอดูว่าสลาตันจะตัดสินใจอย่างไร ” ริคาร์โด้ บิยอล ผอ.กีฬาของโบโลญญ่าชี้แจง