เอมเร่ชาน รับเจ็บปวดแต่ต้องซ้อมทั้งที่รู้แก่ใจว่าจะไม่ได้เล่น

เอมเร่ชาน

    ยูเวนตุสที่กำลังไปได้สวยทั้งในศึกกัลโช่ เซเรียอา(นำเป็นจ่าฝูง) และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มดีโดยผ่านเข้ารอบไปแล้วแม้ยังเหลือเตะอีก2นัดในรอบแบ่งกลุ่ม)นั้นมองเผินๆแล้วนักเตะม้าลายควรจะต้องดีใจที่ต้นสังกัดกำลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ทว่าเอ็มเร่ ชานกลับไม่รู้สึกแฮปปี้เลยแม้แต่น้อย แต่ทำได้เพียงลงซ้อมเพื่อรักษาสภาพร่างกายไว้แล้วหวังว่าจะได้ย้ายออกในช่วงเดือนมกราคม

    เอมเร่ ชานย้ายมาเป็นสมาชิกเบียงโคเนรี่แบบไร้ค่าตัวในปี2018 พร้อมกับได้แชมป์ลีกอิตาลี่ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ย้ายมา ทว่าเมื่อเมาริซิโอ ซารี่กุนซือคนใหม่ในซีซั่นนี้กองกลางชาวเยอรมันก็กลายเป็นส่วนเกินซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือยังโดนถอดออกจากลิสต์รายชื่อผู้เล่นที่จะได้ไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก ซึ่งทำให้ชานผิดหวังเป็นอย่างมาก “ มันเป็นช่วงเวลาที่อะไรๆดูไม่เป็นใจเอาเสียเลย ผมหัวเสียกับมันมากๆ ผมเป็นคนชอบการแข่งขันแต่การไม่มีชื่อในทีมเลย(ชานโดนตัดชื่อออกจากลิสต์25ผู้เล่นที่ลงทะเบียนสำหรับยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)มันเท่ากับผมไม่มีโอกาสแม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม ”

     “ ถึงกระนั้นผมก็ยังคงพยายามรักษามาตรฐานความเป็นมืออาชีพเอาไว้ ผมยังคงทำงานหนักในโรงยิมแม้จะไม่มีเกมให้ผมลงเล่น มันอาจเป็นบททดสอบสำคัญก็ได้ ผมต้องทำตัวให้พร้อมกับทุกโอกาสที่ผมจะได้รับ แม้ว่าบางทีโอกาสที่ว่านั้นอาจจะไม่ได้อยู่กับซารี่ก็ตาม ” กองกลางวัยเบญจเพสบอกเป็นนัยถึงความพยายามที่จะย้ายออกตูริน

แมนยูฯโผล่เซอร์ไพรซ์เป็นทีมเต็งที่อาจเซ้งตัว เอมเร่ชาน ไปใช้ต่อ

      เอมเร่ ชานเพิ่งจะได้รับโอกาลสลงสนามในซีซั่นนี้รวมกันเพียง150นาทีเท่านั้น(4นัด)ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย ทว่ากลับมีข่าวลืออกมาว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดให้ความสนใจตัวกองกลางรายนี้โดยมีความเป็นไปได้ที่ปีศาจแดงจะยื่นข้อเสนอราว35ล้านยูโรให้ทีมม้าลายพิจารณาในช่วงปีใหม่ และอาจทำให้โซลาชากุนซือแมนยูฯได้นักเตะม้าลายมาช่วยงานในช่วงปีใหม่ถึงสองราย เพราะก่อนหน้านี้มาริโอ มานด์ซูคิชก็เป็นนักเตะอีกรายที่มีข่าวว่ามีโอกาสสูงมากที่จะย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงในเมืองแมนเชสเตอร์ อย่างไรก็ตามโอกาสที่ปีศาจแดงจะได้ตัวเอมเร่ ชานไปครอบครองนั้นก็อาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากยังมีทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง,โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ และบาเยิร์น มิวนิคที่คอยติดตามสถานการณ์ของอดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลรายนี้อยู่ด้วยนั่นเอง

อดัมส์ สับอูไนไม่ยืดหยุ่นในการคุมทีมจนอาร์เซนอลฟอร์มสะดุด

อดัมส์

    อาร์เซนอลแทบจะตัดขายเมซุต โอซิลออกจากทีมชุดใหญ่เลยในช่วงต้นฤดูกาล แต่พอช่วงหลังผลการแข่งขันเริ่มวิกฤตหนักก็ค่อยไปตามเพลเมกเกอร์ชาวเยอรมันกลับมาช่วย ทว่าดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว เมื่อโอซิลที่ได้กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงก็ยังไม่อาจช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนได้ ร้อนถึงโทนี่ อดัมส์ที่ติดตามผลงานการทำทีมของอูไน เอเมรี่มาโดยตลอดต้องออกมาร่วมวงด้วย โดยอดีตกัปตันอาร์เซนอลตำหนิว่าผู้จัดการทีมคนปัจจุบันว่าเอาแต่เน้นแท็กติกโดยไม่คำนึงถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีม

    “ งานผู้จัดการทีมนั้นมันเกี่ยวข้องกับผลการแข่งขันและตารางคะแนนโดยตรง ฉะนั้นถ้าอูไนจะโดนตำหนิในช่วงเวลาแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก สัญญาณอื่นๆในสนามไม่ดีเอาเสียเลย ทีมกำลังสูญเสียความมั่นใจ แล้วอูไนก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ” อดัมส์ให้สัมภาษณ์หลังจากเกมที่เลสเตอร์เอาชนะอาร์เซนอลไปได้2-0

    “ อูไนเน้นการเล่นที่มีวินัย ต้องการให้นักเตะเล่นเกมรับ นั่นทำให้โอซิลไม่ค่อยได้รับโอกาส โอซิลเปรียบเสมือนเชอรี่แต่งหน้าเค้ก แต่ดูเหมือนอูไนจะไม่ได้เตรียมเค้กไว้สำหรับเค้า ” กัปตันขี้เมากล่าวอย่างผิดหวัง

อาร์เซนอลกำลังเจอปัญญาใหญ่ อดัมส์ ไม่แน่ใจว่าอูไนจะผ่านปได้

    พร้อมกันนั้นโทนี่ อดัมส์ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้เทรนเนอร์ชาวสเปนจะได้ทำทีมต่อไปหลังบอร์ดบริหารยังออกโรงว่าจะยังสนับสนุนอูไน เอเมรี่ต่อไป “ เค้าไม่ใช่เพิ่งรับงาน แต่นี่มันเข้าปีที่สองแล้วอีกทั้งยังได้เสริมทัพขนานใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ ฉะนั้นถ้าทำทีมไปไกลกว่านี้ไม่ได้มันก็ควรต้องจบ มันเป็นปัญหาใหญ่นะสำหรับอาร์เซนอลในตอนนี้ ผมประหลาดใจที่ผู้บริหารยังคงใจเย็นกับสถานการณ์นี้ ”

    สื่อในอังกฤษเชื่อว่าโทนี่ อดัมส์กำลังเป็นห่วงนักเตะที่เหลืออยู่กับทีมตอนนี้ เนื่องจากอาร์เซนอลกำลังจะหลุดจากโควต้าพื้นที่ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ท็อปโฟว์) แล้วหากทีมไม่ได้ไปเตะยูซีแอลในซีซั่นหน้าจริงๆละก็บรรดาซุปเปอร์สตาร์อย่างปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยอง,ลูคัส ตอร์เรร่า,เอ็คตอร์ เบเยริน และอเล็กซองด์ ลากาแซ็ตอาจตัดสินใจย้ายทีมก็เป็นได้ ซึ่งจะทำให้ขุมกำลังของทีมปืนใหญ่อ่อนยวบลงไปอีก ทว่าในด้านของทีมบริหารกลับดูจะไม่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เลย เนื่องจากมีข่าววงในเปิดเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมจะขึ้นบัญชีขายนักเตะทุกรายที่รู้สึกไม่มีความสุขกับการสวมยูนิฟอร์มปืนใหญ่

เอซีมิลาน เหล่คอสติชปีกแฟรงค์เฟิร์ตหลังฟอร์มกระฉูดในซีซั่นนี้

เอซีมิลาน

    ปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่ที่ผลงานในลีกยังไม่ฟื้นกำลังวางแผนที่จะเสริมทัพในช่วงปีใหม่ แม้ว่าก่อนหน้าสเตฟาน่ ปิโอลี่กุนซือที่เพิ่งมาใหม่จะเคยบอกให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงด้านขุมกำลังมากนักก็ตาม ทว่าด้วยผลงานที่เพิ่งเอาชนะได้แค่นัดเดียวก็ชักจะทำให้เทรนเนอร์วัย54ปีชักจะใจเย็นต่อไปไม่ไหวจนคิดแผนการที่จะดึงตัวปีกฟอร์มฉมังอย่างฟิลิป ตอสติชมาร่วมทีมในช่วงปีใหม่

    ฟิลิปป์ คอสติชกลายเป็น “เดอะแบก” คนใหม่ของไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตอย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ พิสูจน์จากสถิติการลงเล่นให้อินทรีแดงดำไปแล้วกว่า20นัด(แฟรงค์เฟิร์ตเล่นยูโรป้าลีกรอบคัดเลือกมาด้วยทำให้มีเกมลงเล่นเยอะกว่าทีมอื่นๆ)แต่ไม่เพียงแต่ลงเล่นเยอะอย่างเดียวปีกชาวเซอร์เบียยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นอีกต่างหาก เนื่องจากคอสติชยิงไปแล้ว6ประตูพร้อมกับทำทางให้เพื่อนไปอีก6แอสซิสต์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยิงประตูพาทีมอัดบาเยิร์น มิวนิคไปอย่างหมดรูป5-1

    ด้วยผลงานที่มีให้เห็นแบบจับต้องได้ทำให้ทั้งมิลานปรารถนาที่จะได้ตัวมาร่วมทัพ แม้ว่าไอน์ทรัคแฟรงค์เฟิร์ตจะตั้งราคาขู่(ตั้งให้แพงไว้ก่อน)ไว้สูงถึง40ล้านยูโรก็ตาม ทว่าผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคอย่างเปาโล มัลดินี่ก็ยังสนับสนุนปิโอลี่อย่างเต็มที่สำหรับโปรเจกต์ที่จะกระชากตัวคอสติชมาสวมยูนิฟอร์มลายแดงดำ

ริคาโด้โรดริเกวซดวงกุดอาจถูก เอซีมิลาน จับแลกตัวกับคอสติช

    สื่อในอิตาลี่ยังได้เปิดเผยว่าสเตฟาน่ ปิโอลี่ตั้งใจที่จะส่งตัวริคาโด้ โรดริเกวซแบ๊คซ้ายชาวสวิตไปเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเพื่อหลังจะให้แฟรงค์เฟิร์ตยอมลดค่าตัวให้ เนื่องจากฐานะทางการเงินของทีมปีศาจแดงดำนั้นยังคงวิกฤตต่อเนื่องจนไม่น่าจะมีเงินถุงเงินถังเพียงพอที่จะซื้อขาดในตาเต็มที่40ล้านยูโรนั่นเอง

    ริคาโด้ โรดริเกวซยังไม่ได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ปิโอลี่เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีม ดังนั้นการจะปล่อยตัวฟูลแบ๊ควัย27รายนี้กลับไปเล่นยังบุนเดสลีก้าอีกครั้ง(เจ้าตัวเคยสร้างชื่อกับโวล์ฟสบวร์กมาก่อน)จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อทีมมากนัก เพราะเตโอ เฮอร์นันเดซที่เพิ่งย้ายมาจากรีล มาดริดก็แทบจะจองสัมปทานแบ๊คซ้ายไว้แบบผูกขาดอยู่แล้ว อีกทั้งริคาโด้ โรดริเกวซเองก็กำลังจะหมดสัญญาในอีกไม่ถึง18เดือนซึ่งหากยิ่งปล่อยตัวช้ามากขึ้นเท่าไหร่มูลค่าทางการตลาดก็จะยิ่งมีแต่ลดต่ำลงไปเรื่อยๆเท่านั่น

มู เผยไม่รับงานเบาถ้า ปืนใหญ่ไม่หวังแชมป์อย่ามาคุยกัน

มู

   ด้วยมรสุมต่างๆที่อาร์เซนอลต้องพบเจอมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทำให้ในเวลานี้มีข่าวลือว่าอาจปลดกุนซืออูไน เอเมรี่ในไม่ช้า และมีโอกาสไม่น้อยที่โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือจอมโอหังจะได้รับโอกาสทำทีมปืนใหญ่แทน เนื่องจากสถานะปัจจุบันของเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสก็ยังเป็นกุนซือว่างงาน เพราะหลังจากแยกทางกับแมนยูฯเมื่อซีซั่นก่อน มูรินโญ่ก็ยังไม่เคยรับบทบาทผู้จัดการทีมอีกเลย

    ก่อนหน้านี้มูรินโญ่มีข่าวลือว่าอาจได้ไปทำทีมรีล มาดริด,สเปอร์ส และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทว่าสุดท้ายแล้วกุนซือวัย56ปีก็ยังไม่เคยรับคุมทีมใดอีกเลย ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าการที่ยังไม่ได้งานใหม่นั้นก็อาจจะเพราะข้อแม้ที่มูรินโญ่ตั้งไว้ก็เป็นได้ “ ผมถอยตัวเองมาจากงานผู้จัดการทีมพักใหญ่ มันทำให้ผมได้คุยกับตัวเองมากขึ้น จนกระทั่งความคิดผมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับงานใหม่ ผมรักความท้าทายและมันควรจะเป็นอะไรที่ทำให้ผมว๊าว ผมไม่ได้ต้องการแค่มีงานทำแต่มันจะต้องเป็นโปรเจกที่ผมรู้สึกมีแรงกระตุ้นเพียงพอ ซึ่งตัวผมเปิดกว้างเลยมันจะเป็นงานระดับทีมชาติหรือสโมสรก็ได้ ”

     “ แน่นอนมันต้องเป็นทีมที่กระหายความสำเร็จ มันอาจจะไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์หรือมีนักเตะสตาร์มากมาย แต่อย่างน้อยสโมสรต้องมีเป้าหมายความสำเร็จที่ใหญ่พอ นั่นคือแรงจูงใจหนึ่งเดียวที่จะนำพาผมกลับมาสู่เกมฟุตบอล ซึ่งตอนนี้มันยังไม่มี ” กุนซือชาวโปรตุเกสพูดถึงทัศนะเกี่ยวกับโอกาสกลับมารับงานกุนซือ

มู มีปมย้ายไปคุมทีมใหม่ต้องคว้าถ้วยรางวัลเพิ่มจึงจะสาแก่ใจ

    เนื่องจากเกียรติประวัติส่วนตัวของมูรินโญ่นั้นการันตีว่าไปคุมไหนก็ตามจะต้องมีแชมป์ติดมืออย่างแน่นอน แม้กระทั่งการคุมปีศาจแดงล่าสุดที่แม้จะทำงานได้ไม่ครบสองซีซั่นแต่เค้าก็พาแมนยูฯคว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ(ชื่อเดิมคาราบาวคัพ) และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์ได้สำเร็จ “ ถ้าข้อเสนอเป็นการทำทีมเพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางมันคงไม่เหมาะกับผม ไม่รู้ซิผมจำได้หมดนะว่าผมได้ถ้วยรางวัลอะไรกับสโมสรไหนมาบ้าง แต่ทุกครั้งที่ย้ายไปทำงานกับสโมสรใหม่ผมไม่เคยแบกถ้วยแชมป์พวกนี้ไปด้วยเลย เพราะสโมสรใหม่เค้าไม่สนใจหรอกว่าผมเคยฉลองถ้วยอะไรมา แต่ทีมเหล่านั้น(ทีมใหม่)ต้องการแชมป์เพิ่มต่างหาก และผมก็ดันชอบแนวคิดนี้ซะด้วยแม้มันจะมีความกดดันตกมาอยู่ที่ตัวผมอย่างมหาศาลก็ตาม ” มูรินโญ่กล่าวอย่างไว้ลาย

แทร์สเตเก้น รับแข้งบาซ่าไม่พูดเกมแพ้หงส์อีกเลยตราบจนบัดนี้

แทร์สเตเก้น

   ผู้รักษาประตูอย่างมาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้นที่ช่วงนี้ฟอร์มกำลังเหนียวหนึบกับบาเซโลน่าได้ออกมายอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าแม้ว่าช่วงนี้ความมั่นใจของเค้าจะกลับมาแล้วก็ตาม ทว่าเค้าก็ยังยอมรับผู้เล่นบาเซโลน่าแทบทุกคน(รวมทั้งตัวเอง)ยังไม่อาจกลับมาสู่ฟอร์มที่แข็งแกร่งได้อีกเลยนับตั้งแต่ปราชัยต่อลิเวอร์พูลจนพลาดเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างเหลือเชื่อเมื่อปีก่อน

   มาร์ค อันเดร แทร์ สเตเก้นได้รับคำชมเชยจากเออร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซโลน่าว่ากำลังฟอร์มหนึบเหลือเกิน ทว่าผู้รักษาประตูมือสองของทีมชาติเยอรมันกลับยอมรับว่าแม้ฟอร์มการเล่นของตนจะกลับมาดีขึ้นแต่ในแง่ของสภาพจิตใจแล้วแทร์ สเตเก้นยังคงรู้สึกไม่เหมือนเดิมอีกเลยนับตั้งแต่พบฝันร้ายที่แอนด์ฟิล “ เกมจบไปนานแล้ว แต่ผมรู้ดีว่าการพ่ายแพ้ครั้งนั้นมันฝากรอยแผลอันลึกล้ำไว้กับเรา แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วพวกเราทุกคน(นักเตะบาซ่า)จะไม่เคยพูดถึงมัน(แพ้ลิเวอร์พูล0-4)อีกเลยก็ตาม เราทำเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่ที่จริงมันเป็นฝันร้ายที่ยังคอยหลอกหลอนเราอยู่ ฟอร์มการเล่นของเราที่อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางนักก็มีผลมาจากเรื่องนี้ด้วย มันยังเหนี่ยวรั้งพวกเราอยู่ เรายังไม่เฉียบคมเหมือนเดิม ”

บาซ่าไม่ได้พ่ายแท็คติกแต่แพ้หัวใจแข้งหงส์ แทร์สเตเก้น ยืนยัน

    ความปราชัยอัปยศของบาเซโลน่าในครั้งนั้นยังคงมีการพูดถึงอยู่เรื่อยมา โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากครั้งที่สุดก็เห็นจะเป็นการวิจารณ์แท็กติกของเออร์เนสโต้ บัลเบเด้กุนซือบาเซโลน่าที่ไปเปิดหน้าแลกกับลิเวอร์พูลจนเป็นเหตุให้ต้องเจ็บปวดใจในที่สุด ซึ่งแทร์ สเตเก้นก็ได้ออกมาปกป้องผู้จัดการทีมว่าเหตุผลที่เจ้าบุญทุ่มต้องตกรอบหาใช่การวางแผนที่ผิดพลาดแต่เป็นเพราะสภาพจิตใจของคู่ต่อสู้ในวันนั้นแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ “ ลิเวอร์พูลไม่ได้วางแผนการเล่นมาดีกว่าเรา แต่มันเป็นเพราะความกระหายของผู้เล่นของลิเวอร์พูลต่างหาก พวกเค้าสู้ถวายหัว วิ่งกันแบบไม่มีหมด ความมั่นใจของนักเตะลิเวอร์พูลค่อยพองโตขึ้นในทุกๆนาที ในขณะที่เรายิ่งเล่นยิ่งเสียขวัญ ”

   “ วันนั้นพวกเราอารมณ์เสียกันมาก เราโดนลิเวอร์พูลทำประตูลูกแล้วลูกเล่า ทั้งที่มีสกอร์นำเค้าถึงสามประตูแต่เราก็ยังตกรอบ แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้นยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจบาเซโลน่า บางคนยังคิดว่ามันคือความฝันอยู่เลยที่เราไม่ได้เข้าชิงยูซีแอล ” ผู้รักษาประตูวัย27ปีชี้แจง

เรือใบ ใจดีไม่ลงดาบโฟเด้นแม้โดนไล่ออกในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

เรือใบ

   ผลงานอันร้อนแรงที่แมนเชสเตอร์ซิตี้เปิดบ้านอัดอตาลันต้าไป5-1ในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงกลางสัปดาห์ ปรากฎว่ามีไฮไลต์ที่น่าสนใจคือเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้มอบโอกาสให้ฟิล โฟเด้นมิดฟิลด์ดาวรุ่งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง อีกทั้งเจ้าหนูวัย19ปีก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย ทว่าเจ้าตัวก็อยู่ในสนามไม่เต็มเกมเมื่อได้รับใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไปในนาทีที่82 ซึ่งเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือทีมตราเรือใบไม่เห็นด้วยกับการโดนลงโทษของโฟเด้น

   ถ้าตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว การโดนใบแดงในลักษณะนี้โฟเด้นมีสิทธิที่จะโดนสโมสรสั่งปรับเพื่อเป็นการลงโทษ ทว่ากุนซือใหญ่อย่างกวาร์ดิโอล่าได้ออกมาปกป้องลูกทีมรายนี้หลังจบเกม “ เราพอใจในผลการแข่งขัน ทีมเราตกเป็นฝ่ายตามหลังและลูกทีมของผมก็สู้ได้ดี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีโฟเด้นอยู่ด้วย แต่เค้าก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย การโดนใบเหลืองที่สองเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่เราจะไม่สั่งปรับเค้าอย่างแน่นอน มันชัดเจนว่าเราจะสั่งปรับในกรณีที่ผู้เล่นตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือสิ่งผิดพลาด ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลงานของโฟเด้นในเกมนี้ ” เทรนเนอร์ชาวสเปนให้ท้ายโฟเด้น

เป๊ปโค้ช เรือใบ รับโฟเด้นต้องสะสมประสบการณ์เพิ่มยันหนุนขึ้นชุดใหญ่แน่นอน

    ก่อนหน้านี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าออกอาการหวงแหนในตัวฟิล โฟเด้นมาโดยตลอดแม้ว่าจะมีเหล่ากูรูแนะว่าควรปล่อยให้ดาวรุ่งรายนี้ออกไปแบบยืมตัวเพื่อให้ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอก็ตาม “ โฟเด้นมีความสำคัญต่อทีมเรา ผมเห็นพัฒนาการของเค้าในทุกๆสัปดาห์ แน่นอนหากได้ลงเล่นมากกว่านี้ย่อมเป็นผลดีต่อเค้า แต่ผมกลับเห็นว่านักเตะของผมก็ได้เรียนรู้เช่นกันยามที่เค้าต้องรอคอยโอกาสที่ข้างสนาม แมนซิตี้คือทีมชั้นนำคุณต้องอยู่ในมาตรฐานระดับสูงเท่านั้นถึงจะได้รับโอกาส นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องเรียนรู้ ผมปฏิบัติต่อเค้า(โฟเด้น)เทียบเท่ากับคนอื่นๆ ผมไม่ได้มองว่าเค้าคือดาวรุ่งที่ได้รับการปกป้อง ”

   “ โฟเด้นได้ประสบการณ์อย่างมากในเกมนี้ เค้ายังเรียนรู้ได้อีกเยอะ ยังเร็วเกินไปที่เปรียบเทียบเค้ากับดาบิด ซิลวา หรือเควิน เดอ บรอยด์ แต่ถ้าเค้ายังไม่หยุดเรียนรู้เค้าก็สามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่เหล่านี้ได้ในอนาคต ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าโฟเด้นมีศักยภาพไปถึงจุดนั้นได้ ” เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากล่าวอย่างมั่นใจ

วิเอร่า รับถ้ามีโอกาสก็อยากรับงานคุมปืนเเม้จะเป็นงานที่กดดัน

วิเอร่า

    ปาทริค วิเอร่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่เคยมีชื่อเกี่ยวโยงกับอาร์เซนอลเมื่อครั้งที่อาร์แซน เวนเกอร์ประกาศวางมือไป และถึงแม้ว่าปัจจุบันเจ้าตัวจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมให้กับนีซในลีกเอิงอยู่ก็ตาม ทว่าเทรนเนอร์วัย43ปีก็ได้เปรยว่าหากมีโอกาสที่จะได้รับงานในถิ่นเอมิเรตส์เจ้าตัวก็คงตอบตกลงอย่างแน่นอน แม้ทราบดีว่างานนี้จะเป็นงานกดดันที่สุดในชีวิตเลยก็ตาม

     ในเวลานี้วิเอร่ากำลังไปได้สวยกับนีซ เนื่องจากทีมรั้งอันดับ8ในลีกฝรั่งเศส ซึ่งเจ้าตัวกระหายที่จะพาทีมกลับไปอยู่ในกลุ่มหัวตารางให้ได้อีกครั้ง “ นีซกำลังอยู่ช่วงสำคัญ ผมยังหวังว่าจะพาทีมกลับไปสู่ตำแหน่งบนของตารางให้ได้เหมือนเมื่อหลายปีก่อน เราพยายามกันอย่างหนัก งานผู้จัดการทีมมีความท้าทายกว่าสมัยเป็นนักเตะมาก แต่นั่นละที่ผมหลงไหล ผมอยากประสบความสำเร็จกับงานนี้เพื่อการจะได้พาทีมไปเตะถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก หรือการได้คุมทีมชาติลงเล่นในทัวว์นาเมนต์ต่างๆ ” วิเอร่ากล่าวอย่างมีหวัง

วิเอร่า ยันถ้าได้คุมปืนต้องประสบความสำเร็จกว่าสมัยค้าแข้ง

     เมื่อถูกถามถึงโอกาสกลับไปคุมทีมอาร์เซนอลเจ้าตัวก็แทบจะตอบรับโดยทันที “ ผมอยากรับงานนี้แน่นอน แต่…มันอาจะเร็วเกินไป ผมคงต้องสะสมประสบการณ์ที่มากกว่านี้ นั่นอาจหมายถึงผมต้องพิสูจน์ตัวเองกับนีซให้ได้เสียก่อน อาร์เซนอลมีความหมายกับผมเสมอ พวกเค้าหายหน้าหายตาไปจากกลุ่มลุ้นแชมป์นานแล้ว แฟนบอลรอคอยใครซักคนที่จะนำทีมกลับไปสู่จุดนั้น ผู้รู้ได้ว่ามันเป็นงานที่กดดันมหาศาล แต่ผมเป็นคนประเภทนั้น ตอนเป็นนักเตะผมอาจได้แชมป์กับอาร์เซนอล แต่ถ้าทีมผมได้คุมทีมแล้วละก็ทีมจะต้องประสบความสำเร็จให้สูงกว่าสมัยผมค้าแข้งให้ได้ นั่นคือความมุ่งหมายของผม ”

อาร์เซนอล เล็งตั้งลุงเบิร์กคุมทีมหากวันนี้อูไนต้องอำลาทีม

   แม้ว่าอดีตขวัญใจอย่างวิเอร่าจะออกตัวเต็มที่ว่าพร้อมรับงานชิ้นนี้ ทว่าเดวิด ออร์นสไตน์นักข่าววงในขนานแท้ของเดอะกันเนอร์(ประมาณการณ์ว่าคนนี้รู้จริงไม่มั่ว)ได้ออกมาเปิดเผยว่าหากวันใดที่ตำแหน่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลว่างลงไอ้ปืนใหญ่ก็จะดันเฟรดริก ลุงเบิร์กโค้ชทีมเยาวชนขึ้นมารับบทบาทกุนซือแทนอย่างแน่นอน โดยสโมสรได้วางหมากนี้ไว้นานแล้วจึงเปิดโอกาสให้อดีตปีกชาวสวีเดนได้ทำงานคลุกคลีกับผู้เล่นเยาวชนของสโมสรเสียแต่เนิ่นๆ อีกทั้งลุงเบิร์กเองก็ถือว่าเป็นแข้งดังที่ได้รับการยอมรับไม่น้อยหน้าไปกว่าวิเอร่าเช่นกัน จึงน่าจะตัวเลือกที่เหมาะสมหากวันใดที่อาร์เซนอลจะต้องแยกทางกับอูไน เอเมรี่ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน

เฟลไลนี่ อัดบอร์ดผีเดินหมากผิดที่ไล่มูพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีม

เฟลไลนี่

    หลังเห็นผลงานแมนยูฯตกต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งอาจมีการปรับเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่โซลชาในอีกไม่นานนี้ ทำให้มารูยาน เฟลไลนี่ผู้ซึ่งเคยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของปีศาจแดงมาก่อนหน้านี้ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าอดีตต้นสังกัดตัดสินใจผิดมหันต์ที่ปลดโชเซ่ มูรินโญ่ออกไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

    “ ผมอยู่ที่นั่นตอนที่สโมสรปลดโชเซ่ออกไป มันน่าผิดหวัง ก่อนหน้านั้นเราคว้าแชมป์ยูโรป้า จากนั้นเราก็ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แน่นอนช่วงนั้นผลงานเราไม่ค่อยดีนัก แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนนี้นะ ยูไนเต็ดคาดหวังความสำเร็จแบบทันใจนั่นทำให้พวกเค้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลง หากบอร์ดบริหารวางใจให้โชเซ่ได้ทำงานต่อ ยูไนเต็ดคงดีกว่านี้ เค้าเป็นผู้จัดการทีมระดับโลกเค้าเพียงต้องการเวลาอีกหน่อยสำหรับการนำความสำเร็จกลับมาสู่สโมสร แต่เค้าก็ไม่ได้รับมัน มันช่างน่าเสียดาย ” มิดฟิลด์หัวฟูรำพึงถึงอดีตเจ้านาย

โซลชาคงอยู่ไม่นาน เฟลไลนี่ คาดปีศาจแดงกำลังแพลนเปลี่ยนกุนซือ

    มารูยาน เฟลไลนี่คือนักเตะชุดแรกๆที่ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมนับตั้งแต่เซอร์อเล็ก เฟอกูสันวางมือไป “ ยูไนเต็ดมีประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่ง พวกเค้าเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลทั่วโลก สิ่งนี้เหมือนดาบสองคม ความกดดันในทีมมันก็ทวีคูณ ผมบอกตรงๆสมัยผมอยู่เอฟเวอร์ตันถ้าเราไม่ชนะซัก5เกม เราอาจจะรู้สึกกดดันแต่ถ้าสำหรับแมนยูความกดดันที่ว่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า นั่นทำให้ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือผู้จัดการทีมต่างทำงานกันอย่างยากลำบาก ” กองกลางวัย31กะรัตกล่าวเสริม

     “ หลุย ฟาล กัลป์ก็เป็นผู้จัดการทีมมากประสบการณ์แต่เค้าก็อยู่ไม่ยืด ฉะนั้นโซลชาเองก็คงกำลังอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม ก่อนหน้าที่โชเซ่จะถูกปลด บอร์ดบริหารก็ออกมายืนยันว่ายังสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ แต่พอแพ้ลิเวอร์พูล(1-3)เค้าก็เดินจากเราไป มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากพวกเค้าไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการกับลิเวอร์พูล โซลชาจะเป็นอย่างไร ” เฟลไลนี่ทิ้งทวนกับคำถามที่น่าขบคิด

    มารูยาน เฟลไลนี่เป็นหนึ่งในนักเตะแมนยูฯที่ผ่านการทำงานกับกุนซือในยุคเปลี่ยนผ่าน(นับตั้งแต่เฟอกี้วางมือไป)ของแมนยูฯมาแล้วถึงสี่ราย ได้แก่ เดวิด มอยส์,หลุย ฟาล กัล,โชเซ่ มูรินโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ซานตง ลู่เหนิงในไช่นีสซุปเปอร์ลีกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา(ม.ค.2019) โดยปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้ทีมจากลีกจีนไปแล้ว28นัด ยิงได้11ประตูจากทุกรายการ

ผีแดง ไม่แย่แต่หงส์&เรือมันเทพเกินไปกิ๊กวอนแฟนเห็นใจโซลชา

ผีแดง

    ถ้าเทียบแมนยูฯเป็นเหมือนคนป่วยเวลานี้คุณหมอเจ้าของไข้อย่างโอเล่ กุนน่า โซลชาก็ดูเหมือนจะหมดหนทางเยียวยาแล้วเพราะปีศาจแดงต้องพบข้อจำกัดที่มากมายเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่นและปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ จนพลพรรคเรดอาร์มี่ต่างเรียกร้องให้ปลดโซลชาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ทว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างไรอัน กิ๊กกลับเห็นต่างเกี่ยวกับผลงานการทำทีมของโซลชา

    “ ยูไนเต็ดถูกยกย่องว่าเป็นทีมฟุตบอลระดับสูง เราถูกสอนให้รู้สึกแปลกแยกกับความพ่ายแพ้ ยิ่งการได้เห็นทีมอย่างลิเวอร์พูล และแมนซิตี้เล่นได้อย่างแข็งแกร่งมันยิ่งยากจะยอมรับ แต่เราต้องอยู่กับความจริง ทั้งเจอร์เกน คล็อปป์ และเป็ป กวาร์ดิโอล่าต่างมีทีมที่สุกงอม พวกเค้าต่างมีเวลาในการจัดการทีมของตัวเองจนลงตัว ซึ่งมันไม่แฟร์เลยที่จะเอามาตรฐานนั้นมาเทียบกับยูไนเต็ดที่เราเปลี่ยผู้จัดการทีมมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ” ไรอัน กิ๊กออกตัวแทนโซลชา

กิ๊กยันโซลชาจำเป็นต้องมีเวลาในการเซทระบบและตัวผู้เล่นกับ ผีแดง

    ไรอัน กิ๊กผู้ซึ่งมักจะมีข่าวว่าอาจจะได้รับบทบาทผู้จัดการทีมผีแดงในแทบจะทุกครั้งที่ปลดกุนซือคนเก่าออกไป ให้ทัศนะว่าการจะปลุกทีมให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายจึงจำเป็นที่แฟนบอลควรอดทนรอให้โซลชาได้ทำงานของตัวเองต่อไป “ ผู้จัดการทีมแต่ละคนก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน นั้นทำให้นักเตะเองก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แล้วโซลชาต้องทำงานกับนักเตะที่หลงเหลือมาจากผู้จัดการทีมคนก่อนอย่างมากมาย บางคนมาตั้งแต่ยุคฟาลกัล บางคนมาตั้งแต่ยุคมูรินโญ่ ดังนั้นทั้งนักเตะและโซลชาต่างก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้กันและกัน”

   “ บางคนบอกว่าแต่โซลาทำงานมาเป็นปีแล้วนะ ก็ใช่ แต่เซอร์อเล็กก็ใช้เวลาตั้งหลายปีนะกว่าที่พาแมนยูฯครองความยิ่งใหญ่ ถ้าคุณใช้เกณฑ์เดียวกันกับเฟอกี้ เค้าก็คงโดนไล่ออกไปตั้งแต่ปี1987แล้วละ แน่นอนแมนยูฯอาจไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมากครั้งที่สุดหากมันเป็นไปตามนั้น เท่าที่เราเห็นกันโซลามาถูกทางแล้ว เค้าให้ความสำคัญกับคาแรกเตอร์นักเตะที่เป็นนักสู้มากกว่าชื่อเสียง ผู้เล่นอย่างอารอน วาน-บิสซาก้า,แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และดาเนียล เจมส์ถึงได้ถูกดึงตัวเข้ามา มันจะสูญเปล่าทันทีถ้าหากเราเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอีกครั้งในช่วงนี้ ” อดีตปีกพ่อมดยืนยันไม่เห็นด้วยกับการปลดโซลชา

ชไมเคิล ให้การบ้านแมนยูฯต้องทำให้ป๊อกบามีบทบาทในสนามมากขึ้น

ชไมเคิล

   หลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเสมออาร์เซนอลไป1-1 และหนึ่งในแข้งผีแดงที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังก็คือ ปอล ป๊อกบา จอมทัพตัวเก่งที่เงียบหายไปแทบตลอดเกม และแม้จะมีชอตได้ยิงเน้นๆแบบพร้อมใส่สกอร์ ทว่ากองกลางชาวฝรั่งเศสก็ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง ร้อนให้รุ่นพี่อย่างปีเตอร์ ชไมเคิลต้องออกมากวิจารณ์ถึงผลงานของป๊อกบา

   “ ผมไม่มั่นใจว่าเป็นแท็กติกของทีมหรือเปล่า แต่เค้า(ป๊อกบา)ถอยลงมาต่ำมาก แล้วเค้าก็หายไปจากเกม นี่คือนักเตะที่สามารถจะเปลี่ยนเกมได้เลย แต่เค้าจ่ายบอลเข้าเป้าแค่ไม่กี่ครั้ง เราได้เล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเราควรมีโอกาสมากกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าป๊อกบาควรมีตัวตนในสนามกว่านี้ ถ้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปมันต้องกลายเป็นปัญหาแน่ ทีมจะไม่ได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากเค้าเลย ” ปีเตอร์ ชไมเคิลอดีตนายทวารชื่อดังในยุค90เกริ่นนำ

ชไมเคิล โซลชาหาความลงตัวของป๊อกบาไม่เจอทำทีมเวิร์คแมนยูฯป่วน

    ปอล ป๊อกบามีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก2018กับทีมชาติฝรั่งเศส ทว่าผลงานเมื่อกลับมาเล่นในระดับสโมสรกลับยังไม่โดดเด่น และกลายเป็นเป้าโจมตีในสายตาพลพรรคเรดอาร์มี่ “ เราเห็นสิ่งที่เค้าทำได้กับทีมชาติฝรั่งเศส มันสุดยอด เค้าคือแข้งหลักที่สร้างผลกระทบกับเพื่อนร่วมทีม คำถามคือแมนยูฯจะดึงศักยภาพแบบนี้ออกมาใช้งานได้อย่างไร? เพราะเท่าที่เห็นเวลานี้เค้าไม่เหมือนศูนย์กลางของทีม เค้าไม่มีบทบาทกับเกมด้วยซ้ำ ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบทบาทกับเพื่อนร่วมทีม โค้ชต้องกำหนดให้ชัดว่าป๊อกบาอยู่ตรงไหนในสนาม เพราะบางทีเค้าก็ยืนสูงขึ้นมาเล่นเกมรุก แต่บางเกมก็ถอยมายืนต่ำเหลือเกิน มันไม่ใช่แค่ป๊อกบาหรอกที่จะสับสน แต่เพื่อนร่วมทีมก็คงจะไม่เข้าใจเหมือนกัน ”

   “ ผมมองจากภายนอกตอนนี้แมนยูฯเล่นเหมือนกับว่านักเตะไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างไป ป๊อกบาอยากไปไหนก็ได้ มันเป็นไปได้นะที่จะให้เค้าเล่นอย่างอิสระ แต่นั้นก็แปลว่าเราต้องเซทบทบาทคนรอบๆข้างให้เข้าใจวิธีการเล่นในภาพรวม แมนยูฯในยุคของผมคันโตน่าก็เล่นอย่างอิสระ แต่เฟอกูสันจะบอกกับนักเตะคนอื่นๆอย่างชัดเจนว่าต้องซัพพอทคันโตน่า แน่นอนมันไม่ใช่แค่การสื่อสารแต่มันต้องมีการเชื่อใจกัน ซึ่งจุดนั้นละที่ผมห่วง นักเตะแมนยูฯชุดนี้ดูเหมือนไม่อยากสื่อสารกันเองด้วยซ้ำ ” ชไมเคิลกล่าวอย่างผิดหวัง