เฮนโด้ อวยโกเมสตัวนำโชคหลังนำลิเวอร์พูลเก็บคลีนชีต5นัดติด

เฮนโด้

   ปรากฏการณ์เก็บชัยชนะรวดในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ของลิเวอร์พูลนั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่ที่น่าประทับใจกว่าผลงานระยะพวกเค้าไม่เสียประตูให้คู่แข่งเลยถึง5นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกซึ่งเครดิตนี้ จอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ชมเชยโจ โกเมสกองหลังดาวรุ่งว่าทำงานหนักจนทีมกลับมามีเกมรับที่แข็งแกร่งอีกครั้ง ทั้งที่แนวรับตัวหลักอย่างเดยัน ลอฟเรน และโจเอล มาติปต่างไม่สามารถลงช่วยทีมด้วยกันทั้งคู่

   โจ โกเมสได้รับโอกาสออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว6เกมแล้วก็สามารถเก็บคลีนชีตให้กับลิเวอร์พูลได้ถึง5นัดซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาจนเฮนเดอร์สันกัปตันทีมต้องออกปากชมเชยเป็นการใหญ่ “ ก่อนหน้านี้เราเสียประตูเกือบทุกนัด แม้เราจะชนะแต่มันก็ยังถือว่าไม่น่าพอใจนัก ลิเวอร์พูลต้องการมาตรฐานการเล่นที่สมบูรณ์แบบแล้วนักเตะทุกคนก็รวมใจกันเพื่อมัน(กลับมาเก็บคลีนขีตให้ได้) แต่คุณดูตอนนี้ซิเราไม่เสียประตูมาแล้ว5นัดติดต่อกัน มันทำให้พวกเราเล่นกับแบบมั่นใจสุดๆ ซึ่งการกลับมามีชื่อลงสนามของโจมันสอดคล้องกับเรื่องนี้เลย พวกเรามักอำกันว่าโจเป็นตัวนำโชค ”

    “ โจเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก แต่เค้าไม่เคยยอมแพ้ ในการซ้อมเค้าก็ยังเต็มที่และมุ่งมั่นอยู่เสมอ กระทั่งช่วงหลังที่โจแอล และเดยันได้รับบาดเจ็บ โจจึงได้โอกาสโชว์ผลงานอีกครั้งแล้วเค้าก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเสียด้วย ” เฮนโด้อวยรุ่นน้อง

 โกเมสคือสัญลักษณ์แห่งการทำงานหนักที่แข้งหงส์ควรเอาอย่าง เฮนโด้ กล่าว

    ในช่วงเวลาที่กองหลังรุ่นพี่อย่างลอฟเรน และมาติปต่างได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจช่วยทีมได้ แต่โจ โกเมซก็สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนได้อย่างไม่เขอะเขิน โดยเฮนเดอร์สันมองว่านี่คือรางวัลสำหรับนักเตะที่ทุ่มเทให้กับทีมอย่างเต็มที่เรื่อยมาแม้ว่าจะเป็นตัวเลือกรองก็ตาม “ ภาพการซ้อมที่เต็มร้อยของโจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนชินตา เด็กคนนี้มีความมุ่งมั่น และถ่อมตน เค้ายังคงรักษาความมุ่งมั่นในระดับสูงอยู่เสมอ มันจึงไม่แปลกเลยที่เค้าจะคว้าโอกาสนี้เอาไว้ได้ เพราะเค้าทำงานหนักมาตลอดเพื่อรอคอยโอกาสแบบนี้ โจคือแบบอย่างของความมุ่งมั่น ที่ใครๆก็ต้องเอาเยี่ยงอย่าง ”

   “ ตอนนี้เค้ากลายเป็นกำลังสำคัญของทีมไปแล้ว ยิ่งการช่วยให้ทีมไม่เสียประตูติดต่อกันหลายๆเกมมันยิ่งช่วยให้โจมั่นใจมากยิ่งขึ้น แน่นอนมันส่งผลต่อผลงานของทีม มันทำให้พวกเราทวีความมั่นใจขึ้นไปอีกว่าลิเวอร์พูลจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ” เฮนเดอร์สันวัย29ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

เฮนเดอร์สัน ขึ้นแท่นกัปตันผู้ดีคนแรกที่คว้าสามแชมป์ในปีเดียว

เฮนเดอร์สัน

    ให้หลังการพิชิตแชมป์สโมสรโลกของลิเวอร์พูล นอกจากรางวัลดังกล่าวจะทำให้ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ ไซต์จะทำลายสถิติครองแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการส่งผลต่อสถิติส่วนตัวของจอร์แดน เฮนเดอร์สันอีกด้วย เมื่อการชูถ้วยดังกล่าวทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นเป็นกัปตันชาวอังกฤษคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์ในปีเดียวกันถึง3รายการ

    จอร์แดน เฮนเดอร์สันอาจจะไม่ได้ถูกจับตามองในเรื่องทักษะความสามารถอันเหลือล้ำ ทั้งยังไม่ได้ยิงประตูมากมาย แต่เจ้าตัวก็ถูกเจอร์เกน คล็อปป์วางเป็นตัวหลักในแดนกลางพร้อมทั้งยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับชาวเดอะค็อปอีก และด้วยผลงานอันสุดสะเด่าของลิเวอร์พูลในช่วงสองปีหลังสุดก็ทำให้มิดฟิลด์วัย29ปีเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่นำลูกทีมชูถ้วยรางวัลได้ถึง3รายการในปีเดียว(2020)อันประกอบด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,แชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ และแชมป์สโมสรโลก ซึ่งถือว่าเกียรติประวัติที่น่ายกย่องของเฮนเดอร์สันเลยทีเดียว เพราะนักเตะอังกฤษที่อาจจะมีดีกรีเหนือกว่าเช่น เวนย์ รูนี่,เดวิด เบ็คแฮม หรือจอห์น เทอรี่ต่างก็ยังไม่เคยได้รับเกียรติขนาดนี้มาก่อน

    นอกจากนี้สถิติดังกล่าวทำให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันก้าวขึ้นมาเทียบเคียงนักเตะระดับโลกที่เคยได้แชมป์3รายการภายในปีเดียวในลักษณะมาก่อนอย่างเฟอร์นันโด เอียร์โร่,ฟิลิป ลาห์ม,เซอร์คิโอ รามอส และอีเก้ คาซิยาสอีกด้วย

เฮนเดอร์สัน ลั่นเครื่องติดแล้วน่าจะมีแชมป์ติดมือหลังจากนี้อีกเพียบ

     กระนั้นเฮนเดอร์สันก็ได้ออกมาประกาศว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลยังต้องการคว้าถ้วยรางวัลอีกมากมายหลังจากนี้ ซึ่งแน่นอนว่าชาวเดอะค็อปจะต้องได้เฉลิมฉลองกันอีกอย่างแน่นอน “ เราทำงานกันหนักมาก และทุกครั้งได้ชูถ้วยเราก็ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงเช่นกัน ประสบการณ์เหล่านี้หาค่ามิได้ มันมีความหมายต่อแฟนบอลของเราอย่างมาก และนั่นทำให้เราไม่คิดหยุดไว้แค่นี้แน่ ลิเวอร์พูลยังต้องได้ฉลองแชมป์อีกมากมาย ”

     กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษยังได้ยอมรับอีกว่านักเตะหงส์แดงชักจะเสพย์ติดความสำเร็จกันแล้ว “ ในวงการฟุตบอลมีทั้งแพ้และชนะ บางคนบอกว่าใครที่ได้แชมป์มามากๆก็มักจะอิ่มตัวและตกต่ำลง แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของลิเวอร์พูลเลย เราหลงไหลในความสำเร็จ จนเรายอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ปฏิกิริยาของนักเตะลิเวอร์พูลก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเราผ่านเข้ารอบยูซีแอล และเรายังไม่แพ้ใครในลีก นั่นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าลิเวอร์พูลจะมีแต่ดียิ่งๆขึ้นไป ”