มู เผยไม่รับงานเบาถ้า ปืนใหญ่ไม่หวังแชมป์อย่ามาคุยกัน

มู

   ด้วยมรสุมต่างๆที่อาร์เซนอลต้องพบเจอมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทำให้ในเวลานี้มีข่าวลือว่าอาจปลดกุนซืออูไน เอเมรี่ในไม่ช้า และมีโอกาสไม่น้อยที่โชเซ่ มูรินโญ่กุนซือจอมโอหังจะได้รับโอกาสทำทีมปืนใหญ่แทน เนื่องจากสถานะปัจจุบันของเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสก็ยังเป็นกุนซือว่างงาน เพราะหลังจากแยกทางกับแมนยูฯเมื่อซีซั่นก่อน มูรินโญ่ก็ยังไม่เคยรับบทบาทผู้จัดการทีมอีกเลย

    ก่อนหน้านี้มูรินโญ่มีข่าวลือว่าอาจได้ไปทำทีมรีล มาดริด,สเปอร์ส และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทว่าสุดท้ายแล้วกุนซือวัย56ปีก็ยังไม่เคยรับคุมทีมใดอีกเลย ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่าการที่ยังไม่ได้งานใหม่นั้นก็อาจจะเพราะข้อแม้ที่มูรินโญ่ตั้งไว้ก็เป็นได้ “ ผมถอยตัวเองมาจากงานผู้จัดการทีมพักใหญ่ มันทำให้ผมได้คุยกับตัวเองมากขึ้น จนกระทั่งความคิดผมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับงานใหม่ ผมรักความท้าทายและมันควรจะเป็นอะไรที่ทำให้ผมว๊าว ผมไม่ได้ต้องการแค่มีงานทำแต่มันจะต้องเป็นโปรเจกที่ผมรู้สึกมีแรงกระตุ้นเพียงพอ ซึ่งตัวผมเปิดกว้างเลยมันจะเป็นงานระดับทีมชาติหรือสโมสรก็ได้ ”

     “ แน่นอนมันต้องเป็นทีมที่กระหายความสำเร็จ มันอาจจะไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์หรือมีนักเตะสตาร์มากมาย แต่อย่างน้อยสโมสรต้องมีเป้าหมายความสำเร็จที่ใหญ่พอ นั่นคือแรงจูงใจหนึ่งเดียวที่จะนำพาผมกลับมาสู่เกมฟุตบอล ซึ่งตอนนี้มันยังไม่มี ” กุนซือชาวโปรตุเกสพูดถึงทัศนะเกี่ยวกับโอกาสกลับมารับงานกุนซือ

มู มีปมย้ายไปคุมทีมใหม่ต้องคว้าถ้วยรางวัลเพิ่มจึงจะสาแก่ใจ

    เนื่องจากเกียรติประวัติส่วนตัวของมูรินโญ่นั้นการันตีว่าไปคุมไหนก็ตามจะต้องมีแชมป์ติดมืออย่างแน่นอน แม้กระทั่งการคุมปีศาจแดงล่าสุดที่แม้จะทำงานได้ไม่ครบสองซีซั่นแต่เค้าก็พาแมนยูฯคว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ(ชื่อเดิมคาราบาวคัพ) และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์ได้สำเร็จ “ ถ้าข้อเสนอเป็นการทำทีมเพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางมันคงไม่เหมาะกับผม ไม่รู้ซิผมจำได้หมดนะว่าผมได้ถ้วยรางวัลอะไรกับสโมสรไหนมาบ้าง แต่ทุกครั้งที่ย้ายไปทำงานกับสโมสรใหม่ผมไม่เคยแบกถ้วยแชมป์พวกนี้ไปด้วยเลย เพราะสโมสรใหม่เค้าไม่สนใจหรอกว่าผมเคยฉลองถ้วยอะไรมา แต่ทีมเหล่านั้น(ทีมใหม่)ต้องการแชมป์เพิ่มต่างหาก และผมก็ดันชอบแนวคิดนี้ซะด้วยแม้มันจะมีความกดดันตกมาอยู่ที่ตัวผมอย่างมหาศาลก็ตาม ” มูรินโญ่กล่าวอย่างไว้ลาย

วิเอร่า รับถ้ามีโอกาสก็อยากรับงานคุมปืนเเม้จะเป็นงานที่กดดัน

วิเอร่า

    ปาทริค วิเอร่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่เคยมีชื่อเกี่ยวโยงกับอาร์เซนอลเมื่อครั้งที่อาร์แซน เวนเกอร์ประกาศวางมือไป และถึงแม้ว่าปัจจุบันเจ้าตัวจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมให้กับนีซในลีกเอิงอยู่ก็ตาม ทว่าเทรนเนอร์วัย43ปีก็ได้เปรยว่าหากมีโอกาสที่จะได้รับงานในถิ่นเอมิเรตส์เจ้าตัวก็คงตอบตกลงอย่างแน่นอน แม้ทราบดีว่างานนี้จะเป็นงานกดดันที่สุดในชีวิตเลยก็ตาม

     ในเวลานี้วิเอร่ากำลังไปได้สวยกับนีซ เนื่องจากทีมรั้งอันดับ8ในลีกฝรั่งเศส ซึ่งเจ้าตัวกระหายที่จะพาทีมกลับไปอยู่ในกลุ่มหัวตารางให้ได้อีกครั้ง “ นีซกำลังอยู่ช่วงสำคัญ ผมยังหวังว่าจะพาทีมกลับไปสู่ตำแหน่งบนของตารางให้ได้เหมือนเมื่อหลายปีก่อน เราพยายามกันอย่างหนัก งานผู้จัดการทีมมีความท้าทายกว่าสมัยเป็นนักเตะมาก แต่นั่นละที่ผมหลงไหล ผมอยากประสบความสำเร็จกับงานนี้เพื่อการจะได้พาทีมไปเตะถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก หรือการได้คุมทีมชาติลงเล่นในทัวว์นาเมนต์ต่างๆ ” วิเอร่ากล่าวอย่างมีหวัง

วิเอร่า ยันถ้าได้คุมปืนต้องประสบความสำเร็จกว่าสมัยค้าแข้ง

     เมื่อถูกถามถึงโอกาสกลับไปคุมทีมอาร์เซนอลเจ้าตัวก็แทบจะตอบรับโดยทันที “ ผมอยากรับงานนี้แน่นอน แต่…มันอาจะเร็วเกินไป ผมคงต้องสะสมประสบการณ์ที่มากกว่านี้ นั่นอาจหมายถึงผมต้องพิสูจน์ตัวเองกับนีซให้ได้เสียก่อน อาร์เซนอลมีความหมายกับผมเสมอ พวกเค้าหายหน้าหายตาไปจากกลุ่มลุ้นแชมป์นานแล้ว แฟนบอลรอคอยใครซักคนที่จะนำทีมกลับไปสู่จุดนั้น ผู้รู้ได้ว่ามันเป็นงานที่กดดันมหาศาล แต่ผมเป็นคนประเภทนั้น ตอนเป็นนักเตะผมอาจได้แชมป์กับอาร์เซนอล แต่ถ้าทีมผมได้คุมทีมแล้วละก็ทีมจะต้องประสบความสำเร็จให้สูงกว่าสมัยผมค้าแข้งให้ได้ นั่นคือความมุ่งหมายของผม ”

อาร์เซนอล เล็งตั้งลุงเบิร์กคุมทีมหากวันนี้อูไนต้องอำลาทีม

   แม้ว่าอดีตขวัญใจอย่างวิเอร่าจะออกตัวเต็มที่ว่าพร้อมรับงานชิ้นนี้ ทว่าเดวิด ออร์นสไตน์นักข่าววงในขนานแท้ของเดอะกันเนอร์(ประมาณการณ์ว่าคนนี้รู้จริงไม่มั่ว)ได้ออกมาเปิดเผยว่าหากวันใดที่ตำแหน่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลว่างลงไอ้ปืนใหญ่ก็จะดันเฟรดริก ลุงเบิร์กโค้ชทีมเยาวชนขึ้นมารับบทบาทกุนซือแทนอย่างแน่นอน โดยสโมสรได้วางหมากนี้ไว้นานแล้วจึงเปิดโอกาสให้อดีตปีกชาวสวีเดนได้ทำงานคลุกคลีกับผู้เล่นเยาวชนของสโมสรเสียแต่เนิ่นๆ อีกทั้งลุงเบิร์กเองก็ถือว่าเป็นแข้งดังที่ได้รับการยอมรับไม่น้อยหน้าไปกว่าวิเอร่าเช่นกัน จึงน่าจะตัวเลือกที่เหมาะสมหากวันใดที่อาร์เซนอลจะต้องแยกทางกับอูไน เอเมรี่ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน

อาร์เซนอล ย้อนดูสถิติแล้วหน่ายชาก้าทำเสียประตูมากสุดลีกผู้ดี

อาร์เซนอล

   ให้หลังเกมลอนดอนดาร์บี้ที่อาร์เซนอลเสมอกับสเปอร์สไปอย่างสุดมันส์2-2 แม้แฟนบอลส่วนใหญ่จะดีใจที่อูไน เอเมรี่พาทีมกลับมาได้ทั้งที่โดนทีมเยือนนำไปก่อนถึงสองเม็ด ทว่ารอยด่างพร้อยจากเกมนี้ที่แฟนบอลปืนใหญ่มองข้ามไปไม่ได้ก็คือการพลาดทำฟาวส์ในเขตโทษของกรานิต ชาก้า ซึ่งเป็นจังหวะผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกชนิดที่บางคนเรียกว่า “ ไม่รู้จักจำ ”

   นับแต่ย้ายมาเป็นนักเตะอาร์เซนอล กรานิต ชาก้าได้สร้างข้อผิดพลาดจนทีมเสียประตูมาแล้ว7ครั้ง ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นที่ทำเล่นผิดพลาดสูงสุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งกลายเป็นที่เบื่อหน่ายของแฟนบอลเป็นอย่างมาก เนื่องจากดาวเตะชาวสวิตซ์ยังคงเล่นอย่างโฉ่งฉ่างและทำให้ทีมเสียผลประโยชน์โดยไม่จำเป็นอยู่เสมอ อีกทั้งหากนับรวมสถิติตั้งแต่ย้ายมาในปี2016ชาก้ารับใบเหลืองรวม17ใบและอีกสองใบแดงในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าทำให้ทีมเสียคะแนนหาย(คะแนนแฟร์เพลย์)อย่างต่อเนื่องสวนทางกับการสร้างประโยชน์ให้กับทีมที่ทำแอตซิสต์รวม11ครั้งและทำประตูได้เพียง7ลูกเท่านั้น

คีโอว์นอดีตแข้ง อาร์เซนอล ช่วยสับชาก้าไร้พัฒนาการควรโดนเขี่ยทิ้ง

   มาติน คีโอว์น ซึ่งเป็นอดีตกองหลังขาโหดของไอ้ปืนใหญ่ถึงขนาดออกมาตำหนิถึงความผิดพลาดจากเกมดังกล่าว “ อาร์เซนอลจำเป็นต้องมีตัวเบรกเกม และกรานิตก็มีคุณสมบัติดังกล่าว แต่มันต้องดีกว่านี้ การเล่นบอลหนักต้องใช้ประสบการณ์ต้องมีกึ๋น คุณกลับไปดูสมัยวิเอร่าสู้กับรอย คีนซิ มันรุนแรงแต่มันอยู่ในกติกา มันเป็นเรื่องของความเก๋า ซึ่งเราไม่เห็นมุมนี้จากกรานิตเลย เค้าไม่เรียนรู้อะไรเลย เค้าทำให้ทีมเสียเปรียบจากความอ่อนหัดของเค้าเอง ”

   “ สมัยเวนเกอร์ยังอยู่ก็มักจะปรามกรานิตเรื่องทำนองนี้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมันผ่านมาหลายปีแล้วนะ กรานิตไม่ใช่นักเตะใหม่หรือแข้งเยาวชนอีกแล้วเค้าควรจะกลายเป็นกระดูกสันหลังให้กับทีมได้ด้วยซ้ำ แต่ผลงานที่ออกมามันไม่ใกล้เคียงเลย ผมว่าอาร์เซนอลไม่น่าจะใช้ประโยชน์อะไรจากเค้าได้มากหรอก และผมเชื่อว่าอูไน เอเมรี่กำลังมองหามิดฟิลด์ตัวรับคนใหม่อยู่อย่างแน่นอน ” อดีตผู้เล่นระดับตำนานของอาร์เซนอลกล่าวส่งท้าย

   อย่างไรก็ตามกรานิต ชาก้าจัดเป็นผู้เล่นที่อูไน เอเมรี่ไว้เนื้อเชื่อใจมาตลอด รวมไปถึงยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่แทนที่โรล็องต์ กอสเซียนี่ที่เพิ่งย้ายออกไปอีกต่างหาก จึงยังคงต้องรอดูต่อไปว่ากุนซือชาวสเปนจะยังสนับสนุนกองกลางจอมโฉ่งฉ่างรายนี้ต่อไปหรือไม่ แม้สถิติจะชีชัดว่าผลงานห่วยแตกถึงเพียงนี้