หงส์เเดง ใกล้ได้คากีร์นายด่านเติร์กหลังประธานแท็บซอนสปอร์ยืนยันเอง

หงส์เเดง

   ถึงแม้ว่าผลงานอาเดรียนผู้รักษาประตูมือสองจะถือว่ายอดเยี่ยมหลังจากได้รับโอกาสลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอยู่ไม่น้อยเหมือนกันในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตามด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป33ปีแล้วก็ทำให้เจอร์เกน คล็อปป์มองว่าอาจเป็นตัวเลือกที่แก้ขัดในระยะสั้นเท่านั้น จนกลับมามีข่าวว่าพร้อมที่จะดึงตัวอูกูร์คาน คากีร์นายด่านดาวรุ่งชาวตุรกีเข้ามาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง โดยรอบนี้กระแสเริ่มชัดเจนกว่าเดิมเพราะทางต้นสังกัดของนักเตะก็ให้ข่าวว่าได้รับข้อเสนอเพื่อขอซื้อตัวคากีร์จริง

   “ เราได้รับข้อเสนอสำหรับอูกูร์คาน คากีร์จริง ซึ่งมันมีหลายทีมที่อยากพูดคุยเรื่องนี้ โดยหนึ่งในนั้นก็มีลิเวอร์พูลรวมอยู่ด้วย แล้วเราก็ได้รับข้อเสนอจากพวกเค้าแล้วเช่นกัน ” อาเหม็ด อเคากลูประธานสโมสรแทร็บซอนสปอร์แถลงการณ์ด้วยตัวเอง โดยคาดการกันว่าสนนราคาของผู้รักษาประตูรายนี้น่าจะอยู่ที่ราว15ล้านปอนด์ โดยเชื่อว่าเจอร์เกน คล็อปป์มีความตั้งใจที่จะดึงคากีร์เข้ามาเป็นผู้รักษาประตูมือสองของอลิสซง เบ็คเกอร์มากกว่า เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งจะมีอายุเพียง23ปีเท่านั้น ซึ่งยังสามารถอยู่ช่วยทีมในระยะยาวได้นั่นเอง

    โดยอูกูร์คาน คากีร์ลงเฝ้าเสาให้แทร็บซอนสปอร์ไปแล้วกว่า58นัด พร้อมกับรักษาคลีนชีตได้8ครั้ง ซึ่งเจ้าตัวถูกคาดการไว้ว่าจะก้าวขึ้นเป็นนายทวารมือหนึ่งของทีมชาติตุรกีในไม่ช้า โดยได้ลงเฝ้าเสาให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้วถึง2เกมด้วยกัน

สิ่อแฉคล็อปป์โค้ช หงส์เเดง โลภหนักหวังมีประตูมือดี3คนเพื่อผลักดันกันและกัน

    อย่างไรก็ตามสื่ออังกฤษกลับเปิดเผยว่าการที่หงส์แดงพยายามล่าตัวอูกูร์คาน คากีร์เข้ามานั้นก็ไม่ได้แปลว่าอาเดรียนมือกาวชาวสเปนจะตกกระป๋องซะทีเดียว เพราะเจอร์เกน คล็อปป์ก็ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะยกตำแหน่งนายทวารมือสองให้ใคร แต่ต้องการให้ทั้งคู่ต่างยกระดับการเล่นของกันและกันมากกว่า

     เจอร์เกน คล็อปป์มองว่าลิเวอร์พูลในยุคต่อไปจะมีโปรแกรมลงเล่นในแต่ละซีซั่นแบบถี่ยิบ ฉะนั้นเค้าต้องการที่จะมีผู้รักษาประตูมือดีที่พร้อมให้ใช้งานถึง3ราย แม้ว่าจะค่อนข้างชัดเจนว่าอลิสซง เบ็คเกอร์จะผูกขาดตำแหน่งมือหนึ่งไปแล้ว แต่ทว่าในรายของอาเดรียน และอูกูร์คาน คากีร์นั้น ทั้งคู่จะต้องต่อสู้กันด้วยผลงานในการซ้อม ซึ่งเทรนเนอร์ชาวเยอรมันมองว่าการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้นจะทำให้ฝีไม้ลายมือของนายทวารทั้ง3รายนั้นพัฒนาขึ้นไปในตัวโดยอัตโนมัติ

เฮนเดอร์สัน ขึ้นแท่นกัปตันผู้ดีคนแรกที่คว้าสามแชมป์ในปีเดียว

เฮนเดอร์สัน

    ให้หลังการพิชิตแชมป์สโมสรโลกของลิเวอร์พูล นอกจากรางวัลดังกล่าวจะทำให้ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ ไซต์จะทำลายสถิติครองแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการส่งผลต่อสถิติส่วนตัวของจอร์แดน เฮนเดอร์สันอีกด้วย เมื่อการชูถ้วยดังกล่าวทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นเป็นกัปตันชาวอังกฤษคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์ในปีเดียวกันถึง3รายการ

    จอร์แดน เฮนเดอร์สันอาจจะไม่ได้ถูกจับตามองในเรื่องทักษะความสามารถอันเหลือล้ำ ทั้งยังไม่ได้ยิงประตูมากมาย แต่เจ้าตัวก็ถูกเจอร์เกน คล็อปป์วางเป็นตัวหลักในแดนกลางพร้อมทั้งยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับชาวเดอะค็อปอีก และด้วยผลงานอันสุดสะเด่าของลิเวอร์พูลในช่วงสองปีหลังสุดก็ทำให้มิดฟิลด์วัย29ปีเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่นำลูกทีมชูถ้วยรางวัลได้ถึง3รายการในปีเดียว(2020)อันประกอบด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,แชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ และแชมป์สโมสรโลก ซึ่งถือว่าเกียรติประวัติที่น่ายกย่องของเฮนเดอร์สันเลยทีเดียว เพราะนักเตะอังกฤษที่อาจจะมีดีกรีเหนือกว่าเช่น เวนย์ รูนี่,เดวิด เบ็คแฮม หรือจอห์น เทอรี่ต่างก็ยังไม่เคยได้รับเกียรติขนาดนี้มาก่อน

    นอกจากนี้สถิติดังกล่าวทำให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันก้าวขึ้นมาเทียบเคียงนักเตะระดับโลกที่เคยได้แชมป์3รายการภายในปีเดียวในลักษณะมาก่อนอย่างเฟอร์นันโด เอียร์โร่,ฟิลิป ลาห์ม,เซอร์คิโอ รามอส และอีเก้ คาซิยาสอีกด้วย

เฮนเดอร์สัน ลั่นเครื่องติดแล้วน่าจะมีแชมป์ติดมือหลังจากนี้อีกเพียบ

     กระนั้นเฮนเดอร์สันก็ได้ออกมาประกาศว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลยังต้องการคว้าถ้วยรางวัลอีกมากมายหลังจากนี้ ซึ่งแน่นอนว่าชาวเดอะค็อปจะต้องได้เฉลิมฉลองกันอีกอย่างแน่นอน “ เราทำงานกันหนักมาก และทุกครั้งได้ชูถ้วยเราก็ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงเช่นกัน ประสบการณ์เหล่านี้หาค่ามิได้ มันมีความหมายต่อแฟนบอลของเราอย่างมาก และนั่นทำให้เราไม่คิดหยุดไว้แค่นี้แน่ ลิเวอร์พูลยังต้องได้ฉลองแชมป์อีกมากมาย ”

     กองกลางดีกรีทีมชาติอังกฤษยังได้ยอมรับอีกว่านักเตะหงส์แดงชักจะเสพย์ติดความสำเร็จกันแล้ว “ ในวงการฟุตบอลมีทั้งแพ้และชนะ บางคนบอกว่าใครที่ได้แชมป์มามากๆก็มักจะอิ่มตัวและตกต่ำลง แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของลิเวอร์พูลเลย เราหลงไหลในความสำเร็จ จนเรายอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีก ปฏิกิริยาของนักเตะลิเวอร์พูลก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเราผ่านเข้ารอบยูซีแอล และเรายังไม่แพ้ใครในลีก นั่นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าลิเวอร์พูลจะมีแต่ดียิ่งๆขึ้นไป ”