คาสคาริโน่ หยันมูเป็นกุนซือตกยุคไปแล้วหลังพาไก่พ่ายสิงห์บลู

คาสคาริโน่

    ผลงานของสเปอร์สในช่วงหลังนั้นยังคงหาความแน่นอนไม่ได้เมื่อสองเกมหลังสุด พวกเค้าแพ้ถึงสองเกมรวด โดยแฉพาะแม็ตซ์ล่าสุดที่โชเซ่ มูรินโญ่กลับพาไก่เดือยทองบุกไปพ่ายเชลซีทีมเก่า1-2 ทำให้กองหน้ารุ่นเดอะของเชลซีอย่างโทนี่ คาสคาริโน่ออกมากล่าวคำถากถางว่ามูรินโญ่ไม่ใช่กุนซือที่น่าเกรงขามสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่อีกต่อไปแล้ว

    เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมมูรินโญ่ตัดสินใจเดินกลับเข้าอุโมงค์ทันทีโดนเมินที่จะจับมือกับศิษย์เก่าอย่างแฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซี ซึ่งคาสคาริโน่เองไม่ประหลาดใจกับเรื่องนี้ “ เมื่อนานมาแล้วโชเซ่เข้ามาเอาชัยเหนือเซอร์อเล็ก และเวนเกอร์ พร้อมกับความโอหังต่างๆ ผมคิดว่าวันเวลานี้ตัวเค้าเองก็กำลังโดนแลมพาดปฏิบัติใส่ในลักษณะเดียวกัน (มูรินโญ่เคยพาแมนยูฯแพ้แลมพาดสมัยคุมดาร์บี้) ผมคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าโชเซ่ต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้ เค้ากำลังอับอาย และเค้าไม่สามารถผลักดันสเปอร์สให้พลิกฝื้นคืนความมั่นใจได้อย่างที่หวัง ”

    “ การทำทีมให้ประสบความสำเร็จมันมีปัจจัยแวดล้อมมากมาย โชเซ่อาจโดดเด่นในยุคหนึ่ง แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป ไม่ต้องพูดถึงระดับเจอร์เกน คล็อปป์ หรือเป๊ป กวาร์ดิโอล่าหรอก เค้าไม่สามารถแก้เกมของศิษย์เก่าอย่างแลมพาดได้เลย บางทีคุณอาจเข้าข้างเค้าว่าสเปอร์สไม่มีแข้งหลักอย่างซน ฮึง มิน และแฮรี่ เคน  แต่เกมก่อนหน้านี้ช่วงเดือนธันวาคมพวกเค้าก็แพ้เหมือนกัน ”

    “ อันที่จริงโชเซ่ผลงานตกลงเรื่อยๆในช่วงหลัง เค้าทำผลงานกับยูไนเต็ดได้อย่างน่าผิดหวัง กับสเปอร์สเองก็กำลังวนลูบเดิม บางทีงานต่อไปของเค้าอาจไม่ใช่ทีมระดับท็อปอีกแล้ว ” อดีตหัวหอกวัย57ปีกล่าวยืนยัน

คาสคาริโน่ กระทืบซ้ำโชเซ่หมดมุกทำทีเอาแต่เล่นอารมณ์เท่านั้น

    นอกจากนี้คาสคาริโน่ยังเย้ยหยันอีกว่านายใหญ่ชาวโปรตุเกสเหลือแต่ฝีปากเท่านั้นที่ยังพอสร้างสีสันให้วงการลูกหนังได้ “ โชเซ่เลื่องลือเรื่องการเล่นสงครามจิตวิทยา ยิ่งเมื่อทีมของเค้าประสบความสำเร็จคำพูดของเค้าก็เป็นเหมือนอาวุธของทีม แต่มันใช้ได้กับสเปอร์ส การให้สัมภาษณ์กับผลงานมันปคนละทิศละทาง เค้าแพ้เกมแชมเปี้ยนส์ลีกพร้อมกับออกมาบอกนักข่าวว่าขาดสองแข้งหลัก วันนี้เค้าก็แพ้เชลซีอีก โชเซ่จะใช้มุกเดิมอีกต่อไปไม่ได้ หน้าที่ของผู้จัดการทีมคือบริหารจัดการทรัพยากรที่มี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้เห็นเค้าทำเรื่องพวกนี้ ก่อนเค้าจะแยกทางกับยูไนเต็ดเค้าก็เอาแต่พูดตำหนิบอร์ดที่ไม่ยอมให้เสริมทัพ แต่กลับไม่หาวิธีจัดการกับนักเตะที่มีเลยแม้แต่นิดเดียว ”

แอสตันวิลล่า ลองดียืมจอมแสบดริงค์วอเตอร์ช่วยงานยันจบฤดูกาล

แอสตันวิลล่า

    แอสตันวิลล่าทีมในกลุ่มหนีตายของพรีเมียร์ลีกดูเหมือนจะยอมทำทุกทางเพื่อที่จะดิ้นรนให้รอดในลีกสูงสุดต่อไป เมื่อพวกเค้าตัดสินใจยืมตัวแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์กองกลางเจ้าปัญหาของเชลซีมาช่วยงานยันจบฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อย

    สิงห์ผงาดมองโลกในแง่ดีว่าประสบการณ์ที่มีติดตัวของดริงค์วอเตอร์นั้นน่าจะช่วยทีมให้ต่อสู้ลุ้นหนีตกชั้นได้สำเร็จ “ เราให้ความเคารพในประสบการณ์ของแดนนี่ เค้าเคยอยู่ในเลสเตอร์ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ซ้ำยังมีประสบการณ์กับทีมชาติอังกฤษอีกต่างหาก เราเชื่อมั่นว่าแดนนี่จะช่วยทีมได้ แอสตันวิลล่าขอต้อนรับแดนนี่สู่ครอบครัวของเรา ” ดีน สมิธกุนซือวิลล่ากล่าวต้อนรับสมาชิกใหม่

    อย่างไรก็ตามถ้าดูฟอร์มปัจจุบันของดริงค์วอเตอร์ก็ต้องบอกว่าแอสตันวิลล่านั้นใจถึงมาก เนื่องจากสองปีหลังสุดมานี้ กองกลางวัย29ปีเพิ่งจะได้ลงสนามอย่างเป็นทางการเพียงแค่3เกมเท่านั้น แม้ว่าผลงานในเกมฟุตบอลจะยังไม่มีอะไรชัดเจน แต่เจ้าตัวกลับมีพฤติกรรมนอกสนามอันฉาวโฉ่ ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ และเมาจนมีเหตุทะเลาะวิวาท จนพูดได้เต็มปากว่าผลงานนอกสนามของดริงค์วอเตอร์ในเวลานี้โดดเด่นกว่าฝีเท้าของเจ้าตัวมากมายนัก

แอสตันวิลล่า หมดสิ้นหนทางจ่อเซ็นฟรีอเดบายอร์ช่วยเติมกระสุน

     น่าเห็นใจแอสตันวิลล่าอยู่ไม่น้อยเมื่อความหวังในเกมรุกอย่างเวสลี่ย์ก็ดันมาเจ็บยาว แถมสื่อผู้ดีก็ยังได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าพวกเค้าจำเป็นต้องรัดเข็มขัดเอาไว้แต่เนิ่นๆเพราะหากต้องตกชั้นไปจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายรุงรังตามมา จนทำให้พวกเค้าเหลือทางเลือกในการเสริมทัพไม่มากนัก กระทั่งอาจต้องยอมเซ็นเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ที่เป็นนักเตะไร้สังกัดเข้ามาช่วยแก้ขัดไปพลางๆก่อน เนื่องจากพวกเค้าจะไม่ต้องเสียค่าตัวให้สิ้นเปลืองอีกด้วย

     แอสตันวิลล่าสังเวยชัยชนะเหนือเบิร์นลี่ย์(ชนะ2-1)ด้วยอาการบาดเจ็บของเวสลี่ย์หัวหอกแซมบ้าที่ปิดเทอมยาวไปก่อนเพื่อน จนมีข่าวว่าดีน สมิธอาจดึงตัวอเดบายอร์ที่อายุกำลังจะครบ36ปีเข้ามาช่วยล่าตาข่ายแทน เนื่องจากตัวเลือกที่เหลืออย่างคีแนน เดวิส และโจนาธาน ค็อดเจียต่างก็ยังคลำเป้าในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลยแม้แต่เม็ดเดียว ในขณะที่อเดบายอร์หัวหอกชาวโตโกนั้นยิงประตูในพรีเมียร์มาแล้วเกือบ100ลูก(ยิงไปแล้ว97ประตู)จากการลงเล่นให้อาร์เซนอล,สเปอร์ส,คริสตัลพาเลซ และแมนเชสเตอร์ซิตี้ จึงน่าจะพอฝากฝังความหวังเกมรุกในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือเอาไว้ได้

แมนยู เดือดแฟนบอลปีศาจเเดง แอนดี้ตระกูลเกลเซอร์ไม่เลิก

แมนยู

   หลังจากเมื่อเดือนก่อนกลุ่มแฟนบอลพันธุ์แท้ แมนยู ในประเทศอังกฤษได้จัดการประท้วงเขียนจดหมายเปิดผนึกยาวเหยียดไปให้ทางตระกูลเกลเซอร์เจ้าของสโมสร ”ปิศาจแดง” พร้อมตั้ง5คำถามที่ต้องการคำตอบโดยในจดหมายดังกล่าวได้มี 5 คำถามสำคัญที่พวกเขา ต้องการถามจากเจ้าของสโมสร

ไล่ตั้งแต่แผนการในการชำระหนี้,การลดค่าดอกเบี้ย,การลอยตัวของสโมสรในตลาดหุ้นนิวยอร์ค,ค่าจ้างของ CEO อย่างเอ็ด วู้ดเวิร์ด และการเลือกผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในสโมสร ที่จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้น

และล่าสุดเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการบริหารงานของครอบครัวเกลเซอร์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ถูกจริตของแฟนบอล “ปีศาจแดง” แถมการที่ไม่ค่อยลงทุนซื้อนักเตะใหม่มาเสริมแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ยิ่งทำให้สาวกพันธุ์แท้ของทีมไม่ปลื้มเพิ่มเข้าไปเป็นทวีคูณ แม้ว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ตระกูลอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ลงทุนหลายร้อยล้านปอนด์ในการกระชาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แดเนี่ยล เจมส์ มาเสริมแกร่งแต่แฟนบอล “เร้ด เดวิลส์” ยังมองว่าทีมลงทุนน้อยเกินไปเพราะเป้าหมายที่อยากได้อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ และ เปาโล ดีบาล่า ก็ยังคงต้องกินแห้วรอต่อไป

แมนยู ถล่มยับ “สิงห์บลูส์” กระแสยี้ตระกูลเกลเซอร์เลยเบาบาง

ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเปิดซีซั่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เชลซี 4-0 มีแฟนบอลปีศาจแดง ลงทุนจ้างเครื่องบินติดป้ายประท้วงว่า “ตระกูลเกลเซอร์ออกไป” (Glazers Out) เหนือ โอลด์แทรฟฟอร์ด

เหตุเกิดจากแฟนบอลส่วนใหญ่ไม่พอใจและผิดหวังในการทำงานของครอบครัว เกลเซอร์ ฝ่ายบริหารที่เสริมทัพเพื่อสู้ศึกในปีนี้น้อยไปโดยคว้านักเตะใหม่มาเพียง 3 ราย คือ แดเนียล เจมส์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

แต่ไม่ได้ใครมาเพิ่มในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีกซึ่งในนัดดังกล่าว อัฟราม เกลเซอร์ ก็ได้เข้ามานั่งชมเกมบนอัฒจันทร์อีกด้วย และเจ้าตัวคงรู้สึกถึงความโมโหจากแฟนบอล แมนฯ ยูในเต็ด

ที่มีต่อพวกเขาโดยเฉพาะการที่ไม่ยอมลงทุนสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์มากกว่านี้อย่างไรก็ตามจากผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในแมตช์เปิดซีซั่นน่าจะทำให้แฟนบอลอารมณ์เย็นขึ้นเมื่อพวกเขาโชว์ฟอร์มสวยหรูด้วยการไล่ยำ เชลซี ที่มี แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนาน “สิงห์บลูส์” กุมบังเหียน โดย 4 ประตูที่ทำได้มาจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด (2 ประตู), อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และแข้งดาวรุ่งใหม่แกะกล่อง แดเนี่ยล เจมส์

หลังจบเกมแฟนบอลบางส่วนยอมรับว่าได้เห็นฟอร์มการเล่นของแมนยูในเกมนี้แล้วรู้สึกค่อนข้างพอใจทำให้กระแสโจมตี เกลเซอร์ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด