กวาร์ดิโอล่า หนุนโซลชารักษาสไตล์การทำงานไว้โดยไม่ต้องสนใจคำวิจารณ์

กวาร์ดิโอล่า

   ก่อนหน้าหนี้โอเล่ กุนน่า โซลชาเพิ่งจะโดนโรบิน ฟาน เพอซีย์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวสไตล์การให้สัมภาษณ์ที่ยิ้มแย้ม และผ่อนคลายทั้งที่แมนยูฯเพิ่งจะพ่ายแพ้มาหมาดๆ จนกลายเป็นประเด็นร้อนตำหนิกันไปมา ซึ่งเมื่อนำไปถามความเห็นของเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากุนซือแมนซิตี้ เทรนเนอร์ชาวสเปนก็ตอบกลับทันทีว่ามันเป็นเพียงคาแรกเตอร์ในการทำงานของแต่ละคนเท่านั้น ไม่สามารถเอามาชี้วัดได้ว่าคาแรกเตอร์แบบไหนจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน

    “ ถ้าเทียบกับโซลชาผมอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่แย่ก็ได้นะ เพราะผมยิ้มน้อยมาก แต่ในความจริงมันก็แค่ลักษณะนิสัยของแต่ละคนเท่านั้น ผมไม่เห็นความจำเป็นที่โซลชาจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เค้าชอบยิ้มก็ดีออก เค้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันหรอก เพราะในบางเกมที่ยูไนเต็ดชนะเค้าก็ยิ้มตอนให้สัมภาษณ์หนิ แล้วมันก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรเลย ”

     กวาร์ดิโอล่ายังได้บอกว่าคาแรกเตอร์นั้นเป็นความชอบส่วนตัวแต่ผลการแข่งจขันต่างหากที่จะชี้วัดว่าผู้จัดการทีมคนนั้นมีดีแค่ไหน “ ผมว่าความสำเร็จมันวัดที่ว่าใครได้รับชัยชนะแค่นั้นเอง มีผู้จัดการในคาแรกเตอร์ที่ต่างกันไปบางคนชอบยืนกระตุ้นทีมข้างสนาม,บางคนชอบนั่งเงียบ หรือแม้แต่บางคนชอบความผ่อนคลาย แต่ทุกคนก็มีโอกาสประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องจำกัดคาแรกเตอร์ของผู้จัดการทีมกันหรอก มันไม่จำเป็นเลย ”

กวาร์ดิโอล่า รับถ้าต้องคุมชุดขาวหรือปีศาจแดงขอหนีไปพักดีกว่า

    ด้วยชื่อชั้นของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าทำให้ทีมดังๆทั่วยุโรปต่างก็อยากได้ตัวไปทำทีมด้วยกันทั้ง แต่เมื่อโดนถามถึงโอกาสที่จะรับงานคุมแมนยู และรีลมาดริดเจ้าตัวก็รีบปฏิเสธโดยทันที “ ถ้าวันใดที่ไม่มีข้อเสนอจากที่อื่นเลยนอกจากยูไนเต็ด หรือมาดริด ผมก็บอกได้เลยว่าผมก็คงพักร้อนต่อไป คุณอาจต้องตามหาผมที่มัลดิฟส์เลยเชียวละ ”

    “ ด้วยความเคารพต่อทั้งยูไนเต็ด และมาดริด แต่อย่างที่รู้กันผมเคยคุมบาซ่า และปัจจุบันอยู่กับซิตี้ ผมคิดว่ามันคงแปลกๆสำหรับแฟนบอลเหล่านั้น ผมไม่มีเจตนาจะบอกว่าสโมสรแห่งไหนดีกว่ากัน แต่มันเป็นเรื่องของการให้ควาเคารพสโมสร แล้วนั่นก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผมยังยึดถืออยู่ แต่ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นผมคงไม่กล้าตอบว่าจะไม่มีวันได้เห็นผมคุมสองทีมนี้ มันเป็นเพียงการบอกเล่า ณ เวลานี้ว่ามันคงเป็นไปได้ยาก ” เป๊ปยืนยัน

เกิทเซ่ ไม่ปลื้มดอร์ทมุนด์ขอลดค่าเหนื่อยจ่อย้ายฟรีจบซีซั่น

เกิทเซ่

     ดูเหมือนเวลาในสีเสื้อดอร์ทมุนด์ของมาริโอ เกิทเซ่ใกล้จะหมดลงแล้ว เมื่อสัญญาที่มีกำลังจะหมดลงในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แล้วตัวเกิทเซ่เองก็ได้บอกปัดการคุยสัญญาฉบับใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไม่พอใจในรายละเอียดค่าเหนื่อย

     มาริโอ เกิทเซ่ถูกลดความสำคัญลงไปมากในซีซั่นนี้ จนทำให้เจ้าตัวก็ไม่ค่อยพอใจกับสถานะความมั่นคงในทีม แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่คือการได้เห็นรายละเอียดในสัญญาฉบับใหม่ที่ถูกลดค่าเหนื่อยลงไปถึง30% ซึ่งเกิทเซ่รู้สึกว่าต้นสังกัดไม่ให้เกียรติตนเลยแม้แต่น้อย จนทำให้กองกลางวัย27ปีได้แจ้งกับเอเยนต์ว่าจะไม่ขอต่อสัญญากับเสือเหลืองอีกแล้ว พร้อมกับจะพิจารณาโอกาสย้ายออกไปผจญภัยในลีกอื่นๆดูบ้าง

      อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิทเซ่คิดเรื่องการย้ายออกจากเยอรมันก็เพราะว่าเจ้าตัวเริ่มอิ่มตัวกับชีวิตการค้าแข้งในบ้านเกิดแล้ว เพราะเกิทเซ่คว้าถ้วยรางวัลในลีกเยอรมันมาครบถ้วนหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแชมป์บุนเดสลีก้า5สมัย,แชมป์บอลถ้วยเดเอฟเบโพคาล4สมัย และถ้วยเยอรมันซุปเปอร์คัพอีก1สมัย

เกิทเซ่ ยังเนื้อหอมเผยทีมบิ๊กเนมต่อคิวยื่นข้อเสนอกันเพียบ

       ด้วยชื่อชั้นของมาริโอ เกิทเซ่นั้นยังคงเป็นแข้งพรสวรรค์ที่ได้รับการจับตามอง ทำให้เมื่อเจ้าตัวประกาศจุดยืนว่าต้องการย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว ก็ทำให้หลายทีมในยุโรปต่างพากันหูผึ่ง

      บาเซโลน่า,ยูเวนตุส,มิลาน,สเปอร์ส,ลิเวอร์พูล,แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และแมนยูฯต่างมีชื่อว่าพร้อมยื่นค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับเกิทเซ่ได้พิจารณาด้วยกันทั้งนั้น เนื่องจากทีมเหล่านี้จะไม่ต้องเสียค่าตัวแม้แต่สตางค์แดงเดียวจึงสามารถอัดค่าเหนื่อยให้กับมิดฟิลด์ชาวเยอรมันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสื่อเมืองเบียร์ระบุว่ามีโอกาสไม่น้อยที่เกิทเซ่จะเลือกกลับมาร่วมงานกับเจอร์เกน คล็อปป์อีกครั้งที่ลิเวอร์พูล อีกทั้งบอร์ดบริหารของหงส์แดงก็พร้อมที่จะมอบค่าเหนื่อยระดับ200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้กับเจ้าตัวเลยทีเดียว

      มาริโอ เกิทเซ่แจ้งเกิดในฐานะวันเดอร์คิดกับเสือเหลืองเพราะสามารถแทรกขึ้นทีมชุดใหญ่ได้ด้วยวัยเพียง17ปีเท่านั้น แล้วปีถัดมาเจ้าตัวก็กลายเป็นกำลังสำคัญที่พาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จ(ซีซั่น2010/11) ก่อนที่จะโดนเสือใต้คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว37ล้านปอนด์ และยังสามารถพาทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก2014 ด้วยการตะบันประตูชัยให้เยอรมันเอาชนะอาร์เจนติน่าได้อีกต่างหาก ด้วยเครดิตที่ผ่านมาจึงไม่น่าประหลาดใจซักนิดที่หลายต่อหลายทีมจะอยากล่าตัวเกิทเซ่ด้วยกันทั้งนั้น

โซลชา ยาหอมแรชฟอร์ดมีสิทธิดำเนินรอยตามคริสเตียโน่โรนัลโด้

โซลชา

    หลังจากผลงานแมนยูฯ2นัดเป็นไปได้สวยโดยเฉพาะผลงานส่วนตัวของมาร์คัช แรชฟอร์ดที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อนก็ทำเอากุนซือโอเล่ กุนน่า โซลชาออกมาอวยลูกทีมรายนี้อาจพัฒนาฝีเท้าได้เทียบเท่ากับรุ่นพี่อย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้เลยทีเดียว

    มาร์คัส แรชฟอร์ดยิง3ประตูจาก2นัดหลังสุดทั้งฟอร์มโดยรวมก็แข็งแกร่งจนทำให้แฟนบอลอสูรแดงกลับมาเทใจช่วยกันเชียร์อย่างเต็มใจอีกครั้ง “ มาร์คัสกำลังเล่นอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นทักษะ,สภาพร่างกาย และความมั่นใจ ผมแฮปปี้กับสิ่งนี้ เมื่อเค้าอยู่ในฟอร์มที่ดียูไนเต็ดก็จะได้ผลกระทบโดยตรง แล้วก็อย่างที่เห็นเราได้ผลการแข่งขันที่ต้องการในช่วงหลัก เค้าทำให้แนวรุกของเรากลายเป็นที่น่าเกรงขามอีกครั้ง หากยังรักษามาตรฐานแบบนี้ไว้ได้อีกไม่นานแรชฟอร์ดอาจยกระดับการเล่นได้เทียบเคียงกับที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้เคยทำได้กับเรา ”

    เมื่อถูกถามย้ำว่าอวยลูกรักเกินไปหรือเปล่าโซลชาก็รีบปฏิเสธทันทีว่าเค้าพูดไปตามผลงานของแรชฟอร์ดเท่านั้น “ ไม่เลย มันไม่ได้เกินจริง เค้าเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง สามารถพาบอลขึ้นหน้าได้เอง ทั้งยังยิงประตูได้จากลูกเซทพีชอีกต่างหาก นั่นเป็นสิ่งที่เราเคยเห็นโรนัลโด้แสดงให้เห็นกันมาแล้วทั้งนั้น มันอาจเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แต่แรชฟอร์ดมีโอกาสที่จะทำได้จริง ผมเชื่อมั่นแบบนั้นมาพักใหญ่แล้ว ”

แรชฟอร์ดยกเครดิตคืน โซลชา รับฟอร์มดีเพราะได้ลงต่อเนื่อง

    แม้ว่าเจ้านายจะชมจนตัวลอยแต่มาร์คัช แรชฟอร์ดก็ถ่อมตัวว่ายังดีพอไม่พอที่จะเทียบกับโรนัลโด้แต่ก็ดีใจที่ได้รับคำชื่นชม “ ย่างห่างไกลที่จะเทียบกับเค้า(โรนัลโด้) โรนัลโด้กอบโกยถ้วยรางวัลให้กับทุกทีมที่เค้าไปสังกัดด้วย ผมยังต้องสร้างผลงานกับยูไนเต็ดให้ได้แบบรูปธรรมเสียก่อน ซึ่งมันคือความตั้งใจของผมอยู่แล้วกับการคว้าแชมป์กับทีมให้ได้ เราต้องการเติมเต็มความมั่นใจด้วยถ้วยรางวัล ”

     ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ยังยอมรับอีกว่าที่ฟอร์มการเล่นกลับมาเข้าฝักอีกครั้งก็เป็นมาจากความเชื่อมั่นที่โซลชามอบให้ตลอดมา “ มันมีช่วงเวลาแย่ๆที่ทีมไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ทุกคนถูกตั้งคำถามไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง แต่โซลชาไม่เคยตั้งคำถามกับผมเลย ผมยังได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง มันมีหลายอย่างที่ผมต้องปรับตัวแล้วการได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยได้มาก ผมมักจะโดนตำหนิเรื่องความเฉียบคมในช่วงแรก ผมกดดันตัวเองมากเกินไป ไม่เหมือนตอนนี้ที่ผมเข้าใจมันดียิ่งขึ้น ผมไม่จำเป็นต้องสนใจโอกาสที่เสียไป ผมแค่สร้างโอกาสเพิ่มให้ได้ก็เท่านั้นเอง ” ดาวยิงวัย22กะรัตกล่าวทิ้งท้าย

สตัม ไม่แข่งด้วยยันฟานไดค์มีฝีเกือกที่เก่งกาจกว่าตนในอดีต

สตัม

     ยาป สตัมอดีตกองหลังคนดังได้ออกมาเปิดเผยความในใจว่าเป็นแฟนบอลของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ทั้งยังเอ่ยปากเองว่าดาวเตะรุ่นน้องมีฝีเท้าที่เหนือกว่าตนเมื่อครั้งอดีตอีกต่างหาก

     “ ถ้ามองไปที่ผลงานปัจจุบันผมคงบอกว่าเฟอร์กิลทำได้ดีกว่าผมเสียอีก เค้ามีอิทธิพลต่อทีมไม่ใช่แต่ตัดสินใจได้ถูกต้องเฉพาะงานของตัวเอง แต่เค้ายังทำให้เพื่อนร่วมทีมพลอยเล่นง่ายไปด้วย สิ่งนี้เป็นอะไรที่พิเศษแล้วผมก็ไม่คิดว่าผมจะทำได้ในสมัยค้าแข้ง เค้ายืนตำแหน่งได้ดีทั้งยังมีการอ่านเกมที่แม่นยำ ชนิดที่ว่าถ้าคุณไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีจริงก็ยากนักที่จะผ่านเฟอร์กิลไปได้ แถมยังเติมขึ้นมาเล่นลูกเซตพีชได้ดีอีกต่างหาก ผมบอกจากใจเลยว่าเทียบเค้าไม่ติดหรอก มาตรฐานการเล่นที่เค้าทำได้ในเวลานี้มันไม่เวอร์ไปเลยที่จะบอกว่าเค้าคือกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ” สตัมอวยฟาน ไดค์อย่างออกนอกหน้า

     โดยเมื่อครั้งที่แมนยูฯผงาดคว้าทริเปิลแชมป์(พรีเมียร์ลีก,เอฟเอคัพและยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)ในฤดูกาล1998/99 ในทีมปีศาจแดงแม้จะมีสตาร์ดังมากมายทว่าเครดิตในเกมรับชุดนั้นไม่มีใครแย่งเครดิตของยาป สตัมไปได้ ถึงขนาดเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันยังยอมรับเลยว่านับตั้งแต่ปล่อยกองหลังชาวดัตซ์ออกจากทีมไปก็ไม่เคยหากองหลังที่เก่งและครบเครื่องได้เท่ากับมาตรฐานของสตัมได้อีกเลย จึงทำให้ยาป สตัมยังมีชื่อเป็นกองหลังอันดับต้นๆของวงการลูกหนังยุโรปเสมอมา

สตัม ชมฟานไดค์ยกระดับแข้งได้ดีแม้ไม่ได้ถูกทีมใหญ่เหลียวแล

     นอกจากนี้อดีตกุนซือเฟเยนูดส์ยังได้กล่าวยกย่องฟาน ไดค์ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกองหลังระดับแนวหน้าทั้งไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นระดับบิ๊กเนม “ เฟอร์กิลคือปรากฎการณ์พิเศษ วงการลูกหนังฮอลแลนด์ผ่านช่วงยากลำบากอยู่หลายปี แล้วใครๆต่างก็พูดกันว่าเราต้องการยาป สตัมคนใหม่ในทีมชาติ แล้วในที่สุดเค้าก็สร้างชื่อขึ้นมา เค้าไม่เป็นที่สนใจเมื่อตอนเป็นเยาวชนอาจเพราะเค้าไม่ได้เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของทีมใหญ่(อาร์แจ็ก,พีเอสวี) นั่นแปลว่าความสำเร็จในวันนี้มันมากจากความมุ่งมั่นของเค้าเองล้วนๆ เพราะหากไม่นับลิเวอร์พูลต้นสังกัดปัจจุบัน ทีมอื่นๆที่เค้าสังกัดอยู่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ทีมที่จะส่งเสริมให้เค้าประสบความสำเร็จได้เลย นั่นทำให้ผมทึ่งมาก เค้ายกระดับการเล่นด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยมกระทั่งวันนี้เฉียดใกล้ที่จะได้รับบัลลงดอร์ด้วยซ้ำ ” สตัมในวัย47ปีกล่าวชื่นชม

เอมเร่ชาน รับเจ็บปวดแต่ต้องซ้อมทั้งที่รู้แก่ใจว่าจะไม่ได้เล่น

เอมเร่ชาน

    ยูเวนตุสที่กำลังไปได้สวยทั้งในศึกกัลโช่ เซเรียอา(นำเป็นจ่าฝูง) และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มดีโดยผ่านเข้ารอบไปแล้วแม้ยังเหลือเตะอีก2นัดในรอบแบ่งกลุ่ม)นั้นมองเผินๆแล้วนักเตะม้าลายควรจะต้องดีใจที่ต้นสังกัดกำลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ทว่าเอ็มเร่ ชานกลับไม่รู้สึกแฮปปี้เลยแม้แต่น้อย แต่ทำได้เพียงลงซ้อมเพื่อรักษาสภาพร่างกายไว้แล้วหวังว่าจะได้ย้ายออกในช่วงเดือนมกราคม

    เอมเร่ ชานย้ายมาเป็นสมาชิกเบียงโคเนรี่แบบไร้ค่าตัวในปี2018 พร้อมกับได้แชมป์ลีกอิตาลี่ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่ย้ายมา ทว่าเมื่อเมาริซิโอ ซารี่กุนซือคนใหม่ในซีซั่นนี้กองกลางชาวเยอรมันก็กลายเป็นส่วนเกินซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือยังโดนถอดออกจากลิสต์รายชื่อผู้เล่นที่จะได้ไปเตะถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกต่างหาก ซึ่งทำให้ชานผิดหวังเป็นอย่างมาก “ มันเป็นช่วงเวลาที่อะไรๆดูไม่เป็นใจเอาเสียเลย ผมหัวเสียกับมันมากๆ ผมเป็นคนชอบการแข่งขันแต่การไม่มีชื่อในทีมเลย(ชานโดนตัดชื่อออกจากลิสต์25ผู้เล่นที่ลงทะเบียนสำหรับยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)มันเท่ากับผมไม่มีโอกาสแม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม ”

     “ ถึงกระนั้นผมก็ยังคงพยายามรักษามาตรฐานความเป็นมืออาชีพเอาไว้ ผมยังคงทำงานหนักในโรงยิมแม้จะไม่มีเกมให้ผมลงเล่น มันอาจเป็นบททดสอบสำคัญก็ได้ ผมต้องทำตัวให้พร้อมกับทุกโอกาสที่ผมจะได้รับ แม้ว่าบางทีโอกาสที่ว่านั้นอาจจะไม่ได้อยู่กับซารี่ก็ตาม ” กองกลางวัยเบญจเพสบอกเป็นนัยถึงความพยายามที่จะย้ายออกตูริน

แมนยูฯโผล่เซอร์ไพรซ์เป็นทีมเต็งที่อาจเซ้งตัว เอมเร่ชาน ไปใช้ต่อ

      เอมเร่ ชานเพิ่งจะได้รับโอกาลสลงสนามในซีซั่นนี้รวมกันเพียง150นาทีเท่านั้น(4นัด)ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย ทว่ากลับมีข่าวลืออกมาว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดให้ความสนใจตัวกองกลางรายนี้โดยมีความเป็นไปได้ที่ปีศาจแดงจะยื่นข้อเสนอราว35ล้านยูโรให้ทีมม้าลายพิจารณาในช่วงปีใหม่ และอาจทำให้โซลาชากุนซือแมนยูฯได้นักเตะม้าลายมาช่วยงานในช่วงปีใหม่ถึงสองราย เพราะก่อนหน้านี้มาริโอ มานด์ซูคิชก็เป็นนักเตะอีกรายที่มีข่าวว่ามีโอกาสสูงมากที่จะย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงในเมืองแมนเชสเตอร์ อย่างไรก็ตามโอกาสที่ปีศาจแดงจะได้ตัวเอมเร่ ชานไปครอบครองนั้นก็อาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากยังมีทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง,โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ และบาเยิร์น มิวนิคที่คอยติดตามสถานการณ์ของอดีตมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลรายนี้อยู่ด้วยนั่นเอง

เฟลไลนี่ อัดบอร์ดผีเดินหมากผิดที่ไล่มูพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีม

เฟลไลนี่

    หลังเห็นผลงานแมนยูฯตกต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งอาจมีการปรับเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่โซลชาในอีกไม่นานนี้ ทำให้มารูยาน เฟลไลนี่ผู้ซึ่งเคยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของปีศาจแดงมาก่อนหน้านี้ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าอดีตต้นสังกัดตัดสินใจผิดมหันต์ที่ปลดโชเซ่ มูรินโญ่ออกไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

    “ ผมอยู่ที่นั่นตอนที่สโมสรปลดโชเซ่ออกไป มันน่าผิดหวัง ก่อนหน้านั้นเราคว้าแชมป์ยูโรป้า จากนั้นเราก็ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แน่นอนช่วงนั้นผลงานเราไม่ค่อยดีนัก แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนนี้นะ ยูไนเต็ดคาดหวังความสำเร็จแบบทันใจนั่นทำให้พวกเค้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลง หากบอร์ดบริหารวางใจให้โชเซ่ได้ทำงานต่อ ยูไนเต็ดคงดีกว่านี้ เค้าเป็นผู้จัดการทีมระดับโลกเค้าเพียงต้องการเวลาอีกหน่อยสำหรับการนำความสำเร็จกลับมาสู่สโมสร แต่เค้าก็ไม่ได้รับมัน มันช่างน่าเสียดาย ” มิดฟิลด์หัวฟูรำพึงถึงอดีตเจ้านาย

โซลชาคงอยู่ไม่นาน เฟลไลนี่ คาดปีศาจแดงกำลังแพลนเปลี่ยนกุนซือ

    มารูยาน เฟลไลนี่คือนักเตะชุดแรกๆที่ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมนับตั้งแต่เซอร์อเล็ก เฟอกูสันวางมือไป “ ยูไนเต็ดมีประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่ง พวกเค้าเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลทั่วโลก สิ่งนี้เหมือนดาบสองคม ความกดดันในทีมมันก็ทวีคูณ ผมบอกตรงๆสมัยผมอยู่เอฟเวอร์ตันถ้าเราไม่ชนะซัก5เกม เราอาจจะรู้สึกกดดันแต่ถ้าสำหรับแมนยูความกดดันที่ว่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า นั่นทำให้ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือผู้จัดการทีมต่างทำงานกันอย่างยากลำบาก ” กองกลางวัย31กะรัตกล่าวเสริม

     “ หลุย ฟาล กัลป์ก็เป็นผู้จัดการทีมมากประสบการณ์แต่เค้าก็อยู่ไม่ยืด ฉะนั้นโซลชาเองก็คงกำลังอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม ก่อนหน้าที่โชเซ่จะถูกปลด บอร์ดบริหารก็ออกมายืนยันว่ายังสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ แต่พอแพ้ลิเวอร์พูล(1-3)เค้าก็เดินจากเราไป มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากพวกเค้าไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการกับลิเวอร์พูล โซลชาจะเป็นอย่างไร ” เฟลไลนี่ทิ้งทวนกับคำถามที่น่าขบคิด

    มารูยาน เฟลไลนี่เป็นหนึ่งในนักเตะแมนยูฯที่ผ่านการทำงานกับกุนซือในยุคเปลี่ยนผ่าน(นับตั้งแต่เฟอกี้วางมือไป)ของแมนยูฯมาแล้วถึงสี่ราย ได้แก่ เดวิด มอยส์,หลุย ฟาล กัล,โชเซ่ มูรินโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ซานตง ลู่เหนิงในไช่นีสซุปเปอร์ลีกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา(ม.ค.2019) โดยปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้ทีมจากลีกจีนไปแล้ว28นัด ยิงได้11ประตูจากทุกรายการ

ชไมเคิล ให้การบ้านแมนยูฯต้องทำให้ป๊อกบามีบทบาทในสนามมากขึ้น

ชไมเคิล

   หลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเสมออาร์เซนอลไป1-1 และหนึ่งในแข้งผีแดงที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังก็คือ ปอล ป๊อกบา จอมทัพตัวเก่งที่เงียบหายไปแทบตลอดเกม และแม้จะมีชอตได้ยิงเน้นๆแบบพร้อมใส่สกอร์ ทว่ากองกลางชาวฝรั่งเศสก็ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง ร้อนให้รุ่นพี่อย่างปีเตอร์ ชไมเคิลต้องออกมากวิจารณ์ถึงผลงานของป๊อกบา

   “ ผมไม่มั่นใจว่าเป็นแท็กติกของทีมหรือเปล่า แต่เค้า(ป๊อกบา)ถอยลงมาต่ำมาก แล้วเค้าก็หายไปจากเกม นี่คือนักเตะที่สามารถจะเปลี่ยนเกมได้เลย แต่เค้าจ่ายบอลเข้าเป้าแค่ไม่กี่ครั้ง เราได้เล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเราควรมีโอกาสมากกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าป๊อกบาควรมีตัวตนในสนามกว่านี้ ถ้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปมันต้องกลายเป็นปัญหาแน่ ทีมจะไม่ได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากเค้าเลย ” ปีเตอร์ ชไมเคิลอดีตนายทวารชื่อดังในยุค90เกริ่นนำ

ชไมเคิล โซลชาหาความลงตัวของป๊อกบาไม่เจอทำทีมเวิร์คแมนยูฯป่วน

    ปอล ป๊อกบามีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก2018กับทีมชาติฝรั่งเศส ทว่าผลงานเมื่อกลับมาเล่นในระดับสโมสรกลับยังไม่โดดเด่น และกลายเป็นเป้าโจมตีในสายตาพลพรรคเรดอาร์มี่ “ เราเห็นสิ่งที่เค้าทำได้กับทีมชาติฝรั่งเศส มันสุดยอด เค้าคือแข้งหลักที่สร้างผลกระทบกับเพื่อนร่วมทีม คำถามคือแมนยูฯจะดึงศักยภาพแบบนี้ออกมาใช้งานได้อย่างไร? เพราะเท่าที่เห็นเวลานี้เค้าไม่เหมือนศูนย์กลางของทีม เค้าไม่มีบทบาทกับเกมด้วยซ้ำ ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบทบาทกับเพื่อนร่วมทีม โค้ชต้องกำหนดให้ชัดว่าป๊อกบาอยู่ตรงไหนในสนาม เพราะบางทีเค้าก็ยืนสูงขึ้นมาเล่นเกมรุก แต่บางเกมก็ถอยมายืนต่ำเหลือเกิน มันไม่ใช่แค่ป๊อกบาหรอกที่จะสับสน แต่เพื่อนร่วมทีมก็คงจะไม่เข้าใจเหมือนกัน ”

   “ ผมมองจากภายนอกตอนนี้แมนยูฯเล่นเหมือนกับว่านักเตะไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างไป ป๊อกบาอยากไปไหนก็ได้ มันเป็นไปได้นะที่จะให้เค้าเล่นอย่างอิสระ แต่นั้นก็แปลว่าเราต้องเซทบทบาทคนรอบๆข้างให้เข้าใจวิธีการเล่นในภาพรวม แมนยูฯในยุคของผมคันโตน่าก็เล่นอย่างอิสระ แต่เฟอกูสันจะบอกกับนักเตะคนอื่นๆอย่างชัดเจนว่าต้องซัพพอทคันโตน่า แน่นอนมันไม่ใช่แค่การสื่อสารแต่มันต้องมีการเชื่อใจกัน ซึ่งจุดนั้นละที่ผมห่วง นักเตะแมนยูฯชุดนี้ดูเหมือนไม่อยากสื่อสารกันเองด้วยซ้ำ ” ชไมเคิลกล่าวอย่างผิดหวัง

แมนยู เดือดแฟนบอลปีศาจเเดง แอนดี้ตระกูลเกลเซอร์ไม่เลิก

แมนยู

   หลังจากเมื่อเดือนก่อนกลุ่มแฟนบอลพันธุ์แท้ แมนยู ในประเทศอังกฤษได้จัดการประท้วงเขียนจดหมายเปิดผนึกยาวเหยียดไปให้ทางตระกูลเกลเซอร์เจ้าของสโมสร ”ปิศาจแดง” พร้อมตั้ง5คำถามที่ต้องการคำตอบโดยในจดหมายดังกล่าวได้มี 5 คำถามสำคัญที่พวกเขา ต้องการถามจากเจ้าของสโมสร

ไล่ตั้งแต่แผนการในการชำระหนี้,การลดค่าดอกเบี้ย,การลอยตัวของสโมสรในตลาดหุ้นนิวยอร์ค,ค่าจ้างของ CEO อย่างเอ็ด วู้ดเวิร์ด และการเลือกผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในสโมสร ที่จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้น

และล่าสุดเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการบริหารงานของครอบครัวเกลเซอร์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ถูกจริตของแฟนบอล “ปีศาจแดง” แถมการที่ไม่ค่อยลงทุนซื้อนักเตะใหม่มาเสริมแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ยิ่งทำให้สาวกพันธุ์แท้ของทีมไม่ปลื้มเพิ่มเข้าไปเป็นทวีคูณ แม้ว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ตระกูลอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ลงทุนหลายร้อยล้านปอนด์ในการกระชาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แดเนี่ยล เจมส์ มาเสริมแกร่งแต่แฟนบอล “เร้ด เดวิลส์” ยังมองว่าทีมลงทุนน้อยเกินไปเพราะเป้าหมายที่อยากได้อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ และ เปาโล ดีบาล่า ก็ยังคงต้องกินแห้วรอต่อไป

แมนยู ถล่มยับ “สิงห์บลูส์” กระแสยี้ตระกูลเกลเซอร์เลยเบาบาง

ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเปิดซีซั่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เชลซี 4-0 มีแฟนบอลปีศาจแดง ลงทุนจ้างเครื่องบินติดป้ายประท้วงว่า “ตระกูลเกลเซอร์ออกไป” (Glazers Out) เหนือ โอลด์แทรฟฟอร์ด

เหตุเกิดจากแฟนบอลส่วนใหญ่ไม่พอใจและผิดหวังในการทำงานของครอบครัว เกลเซอร์ ฝ่ายบริหารที่เสริมทัพเพื่อสู้ศึกในปีนี้น้อยไปโดยคว้านักเตะใหม่มาเพียง 3 ราย คือ แดเนียล เจมส์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

แต่ไม่ได้ใครมาเพิ่มในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีกซึ่งในนัดดังกล่าว อัฟราม เกลเซอร์ ก็ได้เข้ามานั่งชมเกมบนอัฒจันทร์อีกด้วย และเจ้าตัวคงรู้สึกถึงความโมโหจากแฟนบอล แมนฯ ยูในเต็ด

ที่มีต่อพวกเขาโดยเฉพาะการที่ไม่ยอมลงทุนสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์มากกว่านี้อย่างไรก็ตามจากผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในแมตช์เปิดซีซั่นน่าจะทำให้แฟนบอลอารมณ์เย็นขึ้นเมื่อพวกเขาโชว์ฟอร์มสวยหรูด้วยการไล่ยำ เชลซี ที่มี แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนาน “สิงห์บลูส์” กุมบังเหียน โดย 4 ประตูที่ทำได้มาจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด (2 ประตู), อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และแข้งดาวรุ่งใหม่แกะกล่อง แดเนี่ยล เจมส์

หลังจบเกมแฟนบอลบางส่วนยอมรับว่าได้เห็นฟอร์มการเล่นของแมนยูในเกมนี้แล้วรู้สึกค่อนข้างพอใจทำให้กระแสโจมตี เกลเซอร์ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด