เฟลไลนี่ อัดบอร์ดผีเดินหมากผิดที่ไล่มูพ้นตำแหน่งผู้จัดการทีม

เฟลไลนี่

    หลังเห็นผลงานแมนยูฯตกต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งอาจมีการปรับเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่โซลชาในอีกไม่นานนี้ ทำให้มารูยาน เฟลไลนี่ผู้ซึ่งเคยอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของปีศาจแดงมาก่อนหน้านี้ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าอดีตต้นสังกัดตัดสินใจผิดมหันต์ที่ปลดโชเซ่ มูรินโญ่ออกไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

    “ ผมอยู่ที่นั่นตอนที่สโมสรปลดโชเซ่ออกไป มันน่าผิดหวัง ก่อนหน้านั้นเราคว้าแชมป์ยูโรป้า จากนั้นเราก็ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แน่นอนช่วงนั้นผลงานเราไม่ค่อยดีนัก แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้หนักหนาเท่าตอนนี้นะ ยูไนเต็ดคาดหวังความสำเร็จแบบทันใจนั่นทำให้พวกเค้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลง หากบอร์ดบริหารวางใจให้โชเซ่ได้ทำงานต่อ ยูไนเต็ดคงดีกว่านี้ เค้าเป็นผู้จัดการทีมระดับโลกเค้าเพียงต้องการเวลาอีกหน่อยสำหรับการนำความสำเร็จกลับมาสู่สโมสร แต่เค้าก็ไม่ได้รับมัน มันช่างน่าเสียดาย ” มิดฟิลด์หัวฟูรำพึงถึงอดีตเจ้านาย

โซลชาคงอยู่ไม่นาน เฟลไลนี่ คาดปีศาจแดงกำลังแพลนเปลี่ยนกุนซือ

    มารูยาน เฟลไลนี่คือนักเตะชุดแรกๆที่ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมนับตั้งแต่เซอร์อเล็ก เฟอกูสันวางมือไป “ ยูไนเต็ดมีประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่ง พวกเค้าเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลทั่วโลก สิ่งนี้เหมือนดาบสองคม ความกดดันในทีมมันก็ทวีคูณ ผมบอกตรงๆสมัยผมอยู่เอฟเวอร์ตันถ้าเราไม่ชนะซัก5เกม เราอาจจะรู้สึกกดดันแต่ถ้าสำหรับแมนยูความกดดันที่ว่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า นั่นทำให้ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหรือผู้จัดการทีมต่างทำงานกันอย่างยากลำบาก ” กองกลางวัย31กะรัตกล่าวเสริม

     “ หลุย ฟาล กัลป์ก็เป็นผู้จัดการทีมมากประสบการณ์แต่เค้าก็อยู่ไม่ยืด ฉะนั้นโซลชาเองก็คงกำลังอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม ก่อนหน้าที่โชเซ่จะถูกปลด บอร์ดบริหารก็ออกมายืนยันว่ายังสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ แต่พอแพ้ลิเวอร์พูล(1-3)เค้าก็เดินจากเราไป มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากพวกเค้าไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการกับลิเวอร์พูล โซลชาจะเป็นอย่างไร ” เฟลไลนี่ทิ้งทวนกับคำถามที่น่าขบคิด

    มารูยาน เฟลไลนี่เป็นหนึ่งในนักเตะแมนยูฯที่ผ่านการทำงานกับกุนซือในยุคเปลี่ยนผ่าน(นับตั้งแต่เฟอกี้วางมือไป)ของแมนยูฯมาแล้วถึงสี่ราย ได้แก่ เดวิด มอยส์,หลุย ฟาล กัล,โชเซ่ มูรินโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ซานตง ลู่เหนิงในไช่นีสซุปเปอร์ลีกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา(ม.ค.2019) โดยปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้ทีมจากลีกจีนไปแล้ว28นัด ยิงได้11ประตูจากทุกรายการ

ชไมเคิล ให้การบ้านแมนยูฯต้องทำให้ป๊อกบามีบทบาทในสนามมากขึ้น

ชไมเคิล

   หลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเสมออาร์เซนอลไป1-1 และหนึ่งในแข้งผีแดงที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังก็คือ ปอล ป๊อกบา จอมทัพตัวเก่งที่เงียบหายไปแทบตลอดเกม และแม้จะมีชอตได้ยิงเน้นๆแบบพร้อมใส่สกอร์ ทว่ากองกลางชาวฝรั่งเศสก็ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง ร้อนให้รุ่นพี่อย่างปีเตอร์ ชไมเคิลต้องออกมากวิจารณ์ถึงผลงานของป๊อกบา

   “ ผมไม่มั่นใจว่าเป็นแท็กติกของทีมหรือเปล่า แต่เค้า(ป๊อกบา)ถอยลงมาต่ำมาก แล้วเค้าก็หายไปจากเกม นี่คือนักเตะที่สามารถจะเปลี่ยนเกมได้เลย แต่เค้าจ่ายบอลเข้าเป้าแค่ไม่กี่ครั้ง เราได้เล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเราควรมีโอกาสมากกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าป๊อกบาควรมีตัวตนในสนามกว่านี้ ถ้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปมันต้องกลายเป็นปัญหาแน่ ทีมจะไม่ได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากเค้าเลย ” ปีเตอร์ ชไมเคิลอดีตนายทวารชื่อดังในยุค90เกริ่นนำ

ชไมเคิล โซลชาหาความลงตัวของป๊อกบาไม่เจอทำทีมเวิร์คแมนยูฯป่วน

    ปอล ป๊อกบามีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก2018กับทีมชาติฝรั่งเศส ทว่าผลงานเมื่อกลับมาเล่นในระดับสโมสรกลับยังไม่โดดเด่น และกลายเป็นเป้าโจมตีในสายตาพลพรรคเรดอาร์มี่ “ เราเห็นสิ่งที่เค้าทำได้กับทีมชาติฝรั่งเศส มันสุดยอด เค้าคือแข้งหลักที่สร้างผลกระทบกับเพื่อนร่วมทีม คำถามคือแมนยูฯจะดึงศักยภาพแบบนี้ออกมาใช้งานได้อย่างไร? เพราะเท่าที่เห็นเวลานี้เค้าไม่เหมือนศูนย์กลางของทีม เค้าไม่มีบทบาทกับเกมด้วยซ้ำ ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีบทบาทกับเพื่อนร่วมทีม โค้ชต้องกำหนดให้ชัดว่าป๊อกบาอยู่ตรงไหนในสนาม เพราะบางทีเค้าก็ยืนสูงขึ้นมาเล่นเกมรุก แต่บางเกมก็ถอยมายืนต่ำเหลือเกิน มันไม่ใช่แค่ป๊อกบาหรอกที่จะสับสน แต่เพื่อนร่วมทีมก็คงจะไม่เข้าใจเหมือนกัน ”

   “ ผมมองจากภายนอกตอนนี้แมนยูฯเล่นเหมือนกับว่านักเตะไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างไป ป๊อกบาอยากไปไหนก็ได้ มันเป็นไปได้นะที่จะให้เค้าเล่นอย่างอิสระ แต่นั้นก็แปลว่าเราต้องเซทบทบาทคนรอบๆข้างให้เข้าใจวิธีการเล่นในภาพรวม แมนยูฯในยุคของผมคันโตน่าก็เล่นอย่างอิสระ แต่เฟอกูสันจะบอกกับนักเตะคนอื่นๆอย่างชัดเจนว่าต้องซัพพอทคันโตน่า แน่นอนมันไม่ใช่แค่การสื่อสารแต่มันต้องมีการเชื่อใจกัน ซึ่งจุดนั้นละที่ผมห่วง นักเตะแมนยูฯชุดนี้ดูเหมือนไม่อยากสื่อสารกันเองด้วยซ้ำ ” ชไมเคิลกล่าวอย่างผิดหวัง

แมนยู เดือดแฟนบอลปีศาจเเดง แอนดี้ตระกูลเกลเซอร์ไม่เลิก

แมนยู

   หลังจากเมื่อเดือนก่อนกลุ่มแฟนบอลพันธุ์แท้ แมนยู ในประเทศอังกฤษได้จัดการประท้วงเขียนจดหมายเปิดผนึกยาวเหยียดไปให้ทางตระกูลเกลเซอร์เจ้าของสโมสร ”ปิศาจแดง” พร้อมตั้ง5คำถามที่ต้องการคำตอบโดยในจดหมายดังกล่าวได้มี 5 คำถามสำคัญที่พวกเขา ต้องการถามจากเจ้าของสโมสร

ไล่ตั้งแต่แผนการในการชำระหนี้,การลดค่าดอกเบี้ย,การลอยตัวของสโมสรในตลาดหุ้นนิวยอร์ค,ค่าจ้างของ CEO อย่างเอ็ด วู้ดเวิร์ด และการเลือกผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในสโมสร ที่จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้น

และล่าสุดเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการบริหารงานของครอบครัวเกลเซอร์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ถูกจริตของแฟนบอล “ปีศาจแดง” แถมการที่ไม่ค่อยลงทุนซื้อนักเตะใหม่มาเสริมแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ยิ่งทำให้สาวกพันธุ์แท้ของทีมไม่ปลื้มเพิ่มเข้าไปเป็นทวีคูณ แม้ว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ตระกูลอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ลงทุนหลายร้อยล้านปอนด์ในการกระชาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แดเนี่ยล เจมส์ มาเสริมแกร่งแต่แฟนบอล “เร้ด เดวิลส์” ยังมองว่าทีมลงทุนน้อยเกินไปเพราะเป้าหมายที่อยากได้อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ และ เปาโล ดีบาล่า ก็ยังคงต้องกินแห้วรอต่อไป

แมนยู ถล่มยับ “สิงห์บลูส์” กระแสยี้ตระกูลเกลเซอร์เลยเบาบาง

ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเปิดซีซั่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เชลซี 4-0 มีแฟนบอลปีศาจแดง ลงทุนจ้างเครื่องบินติดป้ายประท้วงว่า “ตระกูลเกลเซอร์ออกไป” (Glazers Out) เหนือ โอลด์แทรฟฟอร์ด

เหตุเกิดจากแฟนบอลส่วนใหญ่ไม่พอใจและผิดหวังในการทำงานของครอบครัว เกลเซอร์ ฝ่ายบริหารที่เสริมทัพเพื่อสู้ศึกในปีนี้น้อยไปโดยคว้านักเตะใหม่มาเพียง 3 ราย คือ แดเนียล เจมส์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

แต่ไม่ได้ใครมาเพิ่มในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีกซึ่งในนัดดังกล่าว อัฟราม เกลเซอร์ ก็ได้เข้ามานั่งชมเกมบนอัฒจันทร์อีกด้วย และเจ้าตัวคงรู้สึกถึงความโมโหจากแฟนบอล แมนฯ ยูในเต็ด

ที่มีต่อพวกเขาโดยเฉพาะการที่ไม่ยอมลงทุนสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์มากกว่านี้อย่างไรก็ตามจากผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในแมตช์เปิดซีซั่นน่าจะทำให้แฟนบอลอารมณ์เย็นขึ้นเมื่อพวกเขาโชว์ฟอร์มสวยหรูด้วยการไล่ยำ เชลซี ที่มี แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตำนาน “สิงห์บลูส์” กุมบังเหียน โดย 4 ประตูที่ทำได้มาจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด (2 ประตู), อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และแข้งดาวรุ่งใหม่แกะกล่อง แดเนี่ยล เจมส์

หลังจบเกมแฟนบอลบางส่วนยอมรับว่าได้เห็นฟอร์มการเล่นของแมนยูในเกมนี้แล้วรู้สึกค่อนข้างพอใจทำให้กระแสโจมตี เกลเซอร์ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด